อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

รามาฯ เดินหน้า สถาบันอุดมศึกษาต้นแบบปลอดบุหรี่

รามาฯ จับมือ ศจย.- สสส. เดินหน้า เป็นสถาบันอุดมศึกษาต้นแบบเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ อัดหลักสูตรการเรียนการสอน หวังช่วยกระตุ้นคนไทยเลิกบุหรี่ พุธที่ 23 กันยายน 2563 เวลา 18.15 น.

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แถลงข่าว “โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันอุดมศึกษาต้นแบบเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่”

ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาฯ กล่าวว่า บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายทั้งกับผู้สูบและคนใกล้ชิด โดยจะก่อให้เกิดโรคมากมาย อาทิ โรคมะเร็ง โรคถุงลมโป่งพอง โรคปอดอักเสบ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน เป็นต้น ทั้งนี้ควันบุหรี่สามารถลอยอยู่ในอากาศได้นาน 48 ชั่วโมง และควันบุหรี่มือสองทำให้เด็กในครรภ์และเด็กทารก ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะการเจริญเติบโตช้า ขณะที่ควันบุหรี่มือสามมักจะตกค้างอยู่ภายในบ้านและทำให้สมาชิกในบ้านป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ที่น่ากลัวคือมีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ มากกว่า 50,000 คนต่อปี ดังนั้นเราต้องมีความรับผิดชอบตัวเองและคนรอบข้าง



ทั้งนี้ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาฯ ได้ดำเนินการควบคุมบุหรี่อย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2561 โดยประกาศให้คณะฯ เป็นเขตปลอดบุหรี่ 100% พร้อมส่งเสริมและหาแนวทางเพื่อเอื้อให้บุคลากรสามารถเข้าถึงกระบวนการช่วยเหลือเพื่อการเลิกสูบบุหรี่ได้ง่ายขึ้น จึงขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน ครอบคลุม 3 ด้าน คือ 1. การประกาศนโยบายขององค์กรให้เป็นที่ประจักษ์ 2. การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้การรณรงค์ให้ทราบถึงพิษภัยของบุหรี่ทั้งบุคลากร นักศึกษา ผู้รับบริการ และชุมชน และ 3.การสนับสนุนให้บุคลากรทีมสุขภาพมีส่วนร่วมในการบำบัด ฟื้นฟู และสร้างแนวทางให้กับผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ได้เข้าถึงง่ายขึ้น ดังนั้นทางคณะฯ จึงยินดีสนับสนุนให้ โรงเรียนพยาบาลรามาฯ เป็นสถาบันอุดมศึกษาต้นแบบเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ เพื่อที่จะพัฒนาหลักสูตรฯ และพัฒนาให้นักศึกษาเป็นผู้นำในการควบคุมยาสูบต่อไป

ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ผอ.ศจย. กล่าวว่า Smoke free Thailand หรือ ประเทศไทยปลอดบุหรี่ เราต้องดำเนินการกับทั้งผู้สูบรายเก่า และป้องกันนักสูบหน้าใหม่ ต้องทำให้การสูบบุหรี่กลายเป็นเรื่องไม่ปกติ ลดอัตราการสูบบุหรี่ ช่วยให้เลิกบุหรี่และปกป้องผู้ไม่สูบบุหรี่โดยเฉพาะเด็ก จากการผลกระทบของควันมือสองด้วยการสร้างนโยบายและกรอบกฎหมายที่มั่นคง ทั้งนี้ สารนิโคตินในบุหรี่เป็นสารอันตราย ทำให้เกิดการเสพติด และยังก่อโรคต่าง ๆ เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เกิดไฟไหม้ จากขยะจากก้นบุหรี่ โดยใช้เวลาเป็น 10 ปี กว่าจะย่อยสลาย นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์ทั้งปี ต่ำประมาณ 87,289 ล้านบาท ดังนั้น การที่โรงเรียนพยาบาลรามาฯ จะเป็นต้นปลอดบุหรี่จึงเป็นเรื่องที่ดี



รศ.สุปาณี เสนาดิสัย นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และประธานเครือข่ายพยาบาลเพื่อการควบคุมยาสูบแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตได้สอดแทรกเนื้อหาการควบคุมยาสูบเข้าไปในชั่วโมงเรียนด้วย เพื่อให้บัณฑิตพยาบาลที่มีความรู้ ทักษะและทัศนคติที่ดีในเรื่องการควบคุมยาสูบ เพราะเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้รับบริการมากที่สุด จะได้เข้าใจและช่วยผู้ป่วยเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ

รศ.ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ ผอ.โรงเรียนพยาบาลรามาฯ กล่าวว่า โรงเรียนพยาบาลรามาฯ ได้บรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับการควบคุมการบริโภคยาสูบในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตในทุกรายวิชาและทุกชั้นปี โดยไม่ได้เพิ่มหน่วยกิต พร้อมจัดกิจกรรมให้ความรู้ และส่งเสริมกิจกรรมการช่วยเลิกบุหรี่ รวมทั้งจัดกิจกรรมรณรงค์ด้านการควบคุมยาสูบในชุมชน สถานศึกษา และโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังได้ทำวิจัยเกี่ยวกับการควบคุมยาสูบทั้งในระดับชุมชนและระดับประเทศ จัดกิจกรรมคลินิกช่วยเลิกบุหรี่อย่างต่อเนื่อง และสาขาการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิตได้จัดให้มีการให้คำปรึกษาแก่นักศึกษา บุคลากร หรือผู้ใกล้ชิดของนักศึกษาและบุคลากรที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่อย่างเป็นระบบ. 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 9