อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

'เสรี'ลั่นส.ว.ไม่ได้มาจากเผด็จการ แต่มาจากรัฐธรรมนูญ

“เสรี”อัดกลับส.ว.ไม่ได้มาจากเผด็จการ แต่มาจากรธน. เชื่อแก้ไม่ได้หากยังเสียดสี แขวะบรรยากาศแตกแยกก้าวไกล ทำ “ส.ส.ก้าวไกล”ลุกประท้วงวุ่น พุธที่ 23 กันยายน 2563 เวลา 19.48 น.


เมื่อเวลา 18.15 น.วันที่ 23 ก.ย.นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายตอนหนึ่งระหว่างประชุมร่วมรัฐสภา ว่า ส.ว.ที่เข้ามาทำหน้าที่อยู่ขณะนี้  ไม่ใช่มาจากอำนาจเผด็จการ แต่เข้ามาจากการใช้อำนาจที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ ซึ่งรัฐธรรมนูญที่ใช้ในปัจจุบันผ่านการทำประชามติด้วยเสียงข้างมาก เราเข้ามาทำหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติแทนประชาชน แต่มักกล่าวอ้างกันว่า ส.ว.ไม่เชื่อมโยงกับประชาชน ไม่ได้มาจากประชาชน มาจากการแต่งตั้งของ คสช. แต่ก็ไม่ได้แต่งตั้งโดยไม่มีที่มาที่ไป  คสช.เข้ามาโดยความเห็นพ้องต้องกันของเสียงส่วนใหญ่ เข้ามาในภาวะบ้านเมืองมีวิกฤติ เข้ามาแก้ปัญหาจนมีรัฐธรรมนูญปี 60 เกิดขึ้น ซึ่งประชาชนเห็นพ้องต้องกันให้ คสช.เลือกบุคคลเข้ามาเป็น ส.ว. สรุปว่า ส.ว.มาจากประชาชน ไม่ได้เดินเข้ามาเฉยๆ ดังนั้นพวกท่านอย่าพูดครึ่งเดียว พูดเอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น เป็นการเมืองเก่า ไม่ได้ทำประเทศเจริญ

นายเสรี อภิปรายต่อว่า ส่วนญัตติที่เสนอให้สภาฯ พิจารณานั้น ตนเป็นห่วงว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในห้วงเวลานี้ เป็นข้อเสนอที่ประเทศชาติและประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่ หากเป็นข้อเสนอส่วนตน ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ สมเหตุสมผล ส่วนข้อเสนอที่จะให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)นั้น ตนให้ความสำคัญ หากมาจากประชาชนเป็นเรื่องดี แต่มีแนวโน้มว่ามาจากพรรคการเมือง เพราะฐานเสียงของ ส.ส. ท้ายที่สุด ส.ส.ร.มาจากการซื้อเสียงมากที่สุด แต่สิ่งที่ตนกังวล คือขณะนี้มีความเห็นแตกแยก มีการดูหมิ่นใส่ร้ายสถาบัน และมีข้อเสนอที่ไปไกลมากก้าวไกลจริงๆ ขยับตัวก็เป็นเรื่องเหล่านี้
ทำให้นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วงว่าพาดพิงเอ่ยชื่อพรรคก้าวไกลว่าดูหมิ่นสถาบัน ท่านอย่าใช้จินตนาการใส่ร้ายคนอื่น ท่านเป็นผู้ใหญ่อย่าใช้วาทศิลป์ ขอให้นายชวนที่ทำหน้าที่ประธานสั่งถอน

ด้านนายเสรี กล่าวว่า ขอให้ไปเปิดย้อนดูเทป ตนไม่ได้พูดว่าพรรคก้าวไกลซื้อเสียงหรือดูหมิ่นสถาบัน แต่ตนใช้ภาษาไทยว่าก้าวไกล ไม่ได้เอ่ยชื่อพรรค แต่ท่านออกหน้ามายอมรับเอง

จนทำให้นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วง ว่า หากนายเสรีบอกว่าไม่ได้พูด ตนจะขออนุญาตถอนหงอก ด้านนายชวนสั่งให้นายเสรีถอนคำว่าก้าวไกลออก แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อพรรค แต่การเอ่ยคำว่าก้าวไกลหมายถึงชื่อพรรคของเขา ขณะที่นายเสรียังดึงดันที่จะไม่ยอมถอน เพราะไม่ได้พูด แต่สุดท้ายก็ยอมถอนแบบไม่เต็มใจ
 
ต่อมานายเสรี กล่าวอีกว่า ทั้ง 6 ญัตติมีคำถามเยอะและไม่ได้ปรึกษาหารือ ส.ว.หรือหากเราได้ดูรายละเอียดมากกว่านี้ ก็จะได้รัฐธรรมนูญที่เห็นพ้องต้องกัน แต่ถ้ายังพูดใส่ร้ายเสียดสี ส.ว.แบบนี้ไม่มีทางสำเร็จ ตนเป็นคนหนึ่งที่จะไม่ยอมรับสิ่งที่ ส.ส.ยัดเยียดให้เรา

จากนั้นนายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนขอไม่รับญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ร่าง เพราะตนมีความคิดเหมือนกับประชาชน 16 ล้านเสียงที่ลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของประเทศ ตนคิดว่าสถานการณ์ในวันนี้เหมือนกับสถานการณ์ในปี 2553 ที่ฝ่ายแพ้ในสภาไม่ยอมแพ้ วันนั้นไม่ยอมรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ภายหลังสภาฯโหวตเป็นนายกฯ ทั้งๆที่สภาฯ ชุดเดียวกันกับเลือกนายกฯมาแล้วถึง 2 คน เช่นเดียวกับในวันนี้ฝ่ายค้านเสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ชิงนายกฯแต่โหวตแพ้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม กระทั่งมีกระบวนการนอกสภาฯ เคลื่อนไหวโจมตีว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯเผด็จการ เป็นเรื่องของฝ่ายแพ้แล้วไม่ยอมแพ้ ออกมาต่อต้านรัฐบาลทั้งๆที่นายอภิสิทธิ์ และพล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯตามระบอบรัฐสภาทั้งคู่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาเผด็จการรัฐสภา ตนไม่เห็นว่า มีอะไรบกพร่องจนต้องฉีกรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วร่างใหม่ทั้งฉบับ ดังนั้นตนจึงขอทำหน้าที่แทนปวงชนชาวไทยอย่างภาคภูมิใจในการไม่รับทั้ง 6 ญัตติด้วยความจริงใจ สุจริตใจ โดยไม่อยู่ภายใต้อาณัติหรือแรงกดดันจากนักการเมืองกลุ่มไหนทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับบรรยากาศการอภิปรายในช่วงค่ำ ส.ส.รัฐบาล ฝ่ายค้าน และส.ว.สลับกันขึ้นมาอภิปรายการแก้รัฐธรรมนูญอย่างกว้างขวาง ส.ส.รัฐบาล และฝ่ายค้าน ยังสนับสนุนให้มีการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)ขึ้นมายกร่างแก้ไข โดยมีการเสนอแนะประเด็นที่มีปัญหาอย่างหลากหลาย อาทิ เสนอให้มีการแก้ไข มาตรา 144 ที่ห้ามส.ส.แปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ทำให้พบปัญหาในการพิจารณางบประมาณที่มีความสุ่มเสี่ยงที่จะทำผิดรัฐธรรมนูญเป็นอย่างมาก และส.ส.ไม่สามารถแปรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงตามความเดือนร้อนของประชาชน เป็นต้น โดยมีเพียงน.ส.จุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติ(รปช.) ในซีกรัฐบาลเท่านั้น ที่อภิปรายไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตามที่พรรคได้มีมติ ขณะที่ ส.ว.ส่วนใหญ่ยังยืนยันไม่เห็นด้วยกับการตั้งส.ส.ร.ตามญัตติของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งการประชุมดำเนินมากระทั่ง เวลา 24.31น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ได้สั่งพักการประชุม โดยมีการนัดประชุมในวันที่สองอีกครั้งใน เวลา 09.30 น. เพื่ออภิปรายในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง 6 ร่าง โดยจะมีการเริ่มต้นลงมติในเวลา 18.00 น. 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    55%
  • ไม่เห็นด้วย
    45%

บอกต่อ : 20