อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563

นายกฯ เยี่ยมชมต้นแบบรถโดยสารไฟฟ้า

นายกฯ เยี่ยมชมต้นแบบรถโดยสารไฟฟ้า กำชับพัฒนาระบบให้ดีอย่าเสียง่ายเพราะจะเสียชื่อ แนะกำจัดแบตเสื่อมสภาพ พร้อมส่งเสริมยานพาหนะภาครัฐ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงของผู้มีรายได้น้อย อังคารที่ 29 กันยายน 2563 เวลา 11.07 น.


เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยก่อนการประชุมนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะผู้บริหาร เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมการบริจาคหนังสือมีค่า เนื่องในโอกาส 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 

จากนั้นนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำคณะผู้บริหาร พร้อมทีมวิจัย เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม “การพัฒนาต้นแบบรถโดยสารไฟฟ้าโครงการพัฒนารถโดยสารไฟฟ้าจากรถโดยสารประจำทางใช้แล้วของ ขสมก. (City transit E-buses)” 



โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ต้องเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านใช้รถไฟฟ้า โดยต้องทำให้ได้มาตรฐาน และเดินหน้ามาตรฐานควบคุมการปล่อยมลพิษของเครื่องยนต์ใหม่ ยูโร 5 และ ยูโร 6 อย่าให้มีปัญหาเรื่องการซ่อมบำรุง และอย่าให้เสียง่าย เพราะถ้าหากเสียง่ายก็เสียชื่อ จึงขอให้ปรับระบบให้ดี ให้สามารถวิ่งลากยาวให้ได้ ประกอบให้ดี ขณะที่ชิ้นส่วนต่างๆผลิตในประเทศส่วนใหญ่ใช่หรือไม่ ซึ่งตนอยากให้เป็นชิ้นส่วนที่ผลิตในเมืองไทยทั้งหมด เพื่อได้พัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่ม  



"ต้องขอขอบคุณที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันวิจัยและพัฒนาจนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าใช้ได้เองภายในประเทศ ตามแผนกว่าร้อยละ 60 ขณะเดียวกันยังรับทราบว่าการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไออน ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีกว่าเดิมภายในประเทศ ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องพัฒนาให้ได้คุณภาพ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่บรรจุไฟฟ้าได้นานกว่าที่ใช้อยู่ รองรับการใช้รถไฟฟ้าเต็มระบบในไทย รวมถึงระบบกำจัดแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพ ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าของไทย แต่การเปลี่ยนผ่านเองก็ต้องคำนึงถึงประชาชนผู้มีรายได้น้อย เพราะขีดความสามารถแต่ละคนไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องส่งเสริมยานพาหนะของภาครัฐ ซึ่งหากมีงบประมาณก็จะต้องจัดซื้อจัดจ้าง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว. 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 10