อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563

ภท.โต้ "อดีตกกต." แจงเงินทดรองจ่ายกว่า30 ล้าน

“โฆษก ภท.” ยันเงินทดรองจ่ายภท. กว่า 30 ล้านบาทเป็นงบการเงินต่อเนื่องในแต่ละปี หลังมีรัฐประหาร เหตุพรรคไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ ชี้กรรมการพรรคต้องทดรองเงินใช้จ่ายจำเป็น ยันภท.ไม่เคยกู้เงิน อังคารที่ 29 กันยายน 2563 เวลา 16.59 น.

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. นายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวเปิดเผยรายชื่อพรรคการเมืองที่ปรากฏประการเงินกู้ในเอกสาร รวมถึงเงินทดรองจ่าย ซึ่งมีการอ้างถึงเงินทดรองจ่ายของพรรคภูมิใจไทยจำนวน 30 ล้านบาท โดยว่า ข้อสังเกตของนายสมชัยในส่วนของพรรคภูมิใจไทยเป็นคนละกรณีกัน เนื่องจากเป็นเงินทดรองจ่ายของพรรคสะสมมาตั้งแต่ปี 2557 โดยภายหลังจากที่มีการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 มีการห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ห้ามไม่ให้มีการประชุม รวมถึงห้ามไม่ให้อุดหนุนเงินจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ซึ่งกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองได้เรียกเงินที่ได้จัดสรรและเงินเหลือจ่ายจากพรรคคืนแก่กองทุนด้วย ทั้งนี้ ในการคงอยู่ของพรรคการเมืองจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะรายจ่ายประจำที่เกิดขึ้น แต่เมื่อห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมือง รวมถึงห้ามหารายได้ และรับบริจาคจากสมาชิกและบุคคลทั่วไป กรรมการของพรรคจึงได้ทดรองเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าว ในช่วงที่อยู่ระหว่างภายใต้บังคับของประกาศของ คสช. ฉบับที่ 57/2557 และหลังจากหัวหน้าคสช.ได้ยกเลิกประกาศฉบับดังกล่าว ทำให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้เป็นปกติ พรรคภูมิใจไทยจึงไม่ได้มีเงินทดรองจากกรรมการอีกแต่อย่างใด



“จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่าในงบการเงินปี 2560 มีเงินทดรองจากกรรมการ 23 ล้านบาทนั้น เป็นยอดเงินที่ยกมาจากปี 2559 ถึง 20 ล้านบาท ซึ่งในปี 2560 มีเงินทดรองจากกรรมการอีกเพียง 3.5 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเมื่อรวมกับยอดเงินที่ยกมาจากปี 2559 จึงเป็นจำนวนเงินรวม 23 ล้านบาท และปี 2561 ปรากฏในงบการเงิน มีเงินทดรองจากกรรมการ 30 ล้านบาทนั้นเป็นยอดเงินที่ยกมาจากปี 2560 จำนวน 23 ล้านบาท ซึ่งในปี 2561 มีเงินทดรองเพียง 6.2 ล้านบาท เมื่อรวมกับยอดเงินที่ยกมาจากปี 2560 จึงเป็นจำนวนเงินรวม 30 ล้านบาท ดังนั้นจึงไม่ใช่ว่าในปี 2560 มีเงินทดรองจากกรรมการจำนวน 23 ล้านบาท และในปี 2561 ก็ไม่ได้มีเงินทดรองจากกรรมการ 30 ล้านบาทแต่อย่างใด แต่เป็นยอดเงินที่ยกมาในแต่ละปี” นายภราดร กล่าว



นายภราดร กล่าวย้ำว่า เงินทดรองจากกรรมการของพรรคภูมิใจไทยเป็นเงินทดรองที่จำเป็นต้องนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารพรรคที่จำเป็นและมีจำนวนไม่มาก ในแต่ละปีไม่เกิน 10 ล้านบาท เพื่อการดำรงอยู่ของพรรคการเมืองภายใต้สภาวการณ์ที่อยู่ภายใต้บังคับของประกาศ คสช. ยืนยันว่าไม่ได้มีการกู้ยืมเงิน จึงไม่ได้มีสัญญากู้ยืมเงินแต่อย่างใด และเรื่องนี้ทางพรรคภูมิใจไทยก็ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งไปแล้วตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. 2563.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 13