อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

"บิ๊กตู่"จับเข่าคุยแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล

“บิ๊กตู่”จับเข่าคุยแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลก่อนประชุมครม. ส่งซิกให้โหวตหนุนญัตติแก้รธน. 2 ร่างรื้อม.256 ตั้งส.ส.ร. ย้ำห้ามแตะหมวด 1-2 พุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 00.18 น.


เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้เชิญแกนนำรัฐบาล หัวหน้าพรรค และแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เข้าไปนั่งดื่มกาแฟและหารือ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ทำให้การประชุม ครม.ต้องเริ่มล่าช้าไปเล็กน้อย

โดยวงหารือดังกล่าวพูดคุยกันหลายเรื่อง รวมถึงสอบถามความคืบหน้างานในความรับผิดชอบแต่ละพรรค อาทิ เรื่องงบประมาณ การความคืบหน้าเรื่องการผลิตวัคซีนโควิด-19 และเรื่องไทยแลนด์ลองสเตย์ การแก้ปัญหาไฟป่า รวมถึงเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กำชับพรรคร่วมรัฐบาลให้รับญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ญัตติ ที่มีหลักการเดียวกัน คือ ญัตติของพรรคร่วมรัฐบาลกับญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ให้แก้ไขมาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แต่ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้านจะต้องไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2

ขณะที่ในช่วงท้ายการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ที่ทำงานในสภาฯโดยที่ไม่มีความขัดแย้ง ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นปล่อยให้เป็นเรื่องของรัฐสภาไป และคอยไปติดตามที่รัฐสภา ส่วนที่จะมีการเคลื่อนไหวของหลายกลุ่มที่จะมีขึ้นในเดือน ต.ค.นี้  พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่าไม่ได้มีความกังวลใดๆ  ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มีการพูดถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในนามของรัฐบาล



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    32%
  • ไม่เห็นด้วย
    68%

บอกต่อ : 15