อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

'ที่ดิน-ป่าไม้'ยัน'ศรีพันวา' สร้างถูกต้องไม่ใช่ที่รัฐ-ไม่รุกป่า

อธิบดีกรมที่ดิน-ป่าไม้ การันตี'ศรีพันวา'ไม่ใช่ที่รัฐ-ป่า ออกเอกสารสิทธิถูกต้อง ซื้อต่อจากชาวบ้าน ด้าน กมธ.ที่ดินยังสงสัยส.ค. 1 เรียกขอดูต้นขั้วทั้ง จ.ภูเก็ต พร้อมเรียกกรมแผนที่ทหาร-ป่าไม้-ดีเอสไอ ดูภาพถ่ายทางอากาศ  พุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 18.00 น.

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการ (กมธ.) ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน จัดการประชุมโดยมีวาระพิจารณากรณีที่ดินโรงแรมศรีพันวา จ.ภูเก็ต โดยมี นายอภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธาน กมธ.ที่ดินฯ เป็นประธานการประชุม โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูล ประกอบด้วย นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผวจ.ภูเก็ต นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปลัดจ.ภูเก็ต เจ้าพนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต เข้าร่วมชี้แจง โดยประเด็นสำคัญกรรมาธิการหยิบยกขึ้นมาพิจารณา คือ ที่ดินดังกล่าวเป็นของรัฐหรือไม่ เป็นป่าหรือไม่ หากมีสิทธิครอบครอง กรรมสิทธิ์ในการครอบครองเป็นประเภทใด การออกเอกสารสิทธิเป็นไปโดยชอบหรือไม่ และมีการห้ามประชาชนเข้าใช้ชายหาดบริเวณโรงแรมหรือไม่ 

นายสุพจน์ นำแผนที่การดำเนินการของโรงแรมตั้งแต่ปี 2546 มาแสดงชี้แจงเป็นคนแรก พร้อมระบุว่า ศรีพันวาขออนุญาตก่อสร้างถูกต้อง และทุกครั้งที่จะมีการขยายแปลง จะมีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ทุกครั้ง ไม่พบความผิดปกติ ส่วนกรณีที่มีประชาชนร้องเรียนเรื่องการใช้ชายหาดนั้น พื้นที่ชายหาดเป็นที่สาธารณะ บริเวณดังกล่าวมีพื้นที่แคบและน้ำขึ้นสูง จึงแทบไม่มีพื้นที่ชายหาดให้ใช้ แต่ถ้าน้ำลดก็สามารถเข้าได้ตามกฎหมาย นอกจากนั้นพื้นที่ จ.ภูเก็ต มีมาตรการจัดระเบียบชายหาดอยู่แล้ว จึงไม่มีเรื่องของผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง และได้ตรวจสอบแปลงที่ดินพบว่า ที่ดินของศรีพันวาภูเก็ตมีโฉนด 2 แปลง ที่เหลือเป็น น.ส.3 ก. กว่า 57 แปลง รวมเนื้อที่กว่า 79 ไร่ ส่วนการได้มาของที่ดิน จุดเริ่มต้นทั้งหมดมาจาก ส.ค.1 ของประชาชนในพื้นที่ ก่อนออกเป็น น.ส.3 ก. ยืนยันการซื้อขายเป็นไปอย่างถูกต้อง ไม่ได้อยู่ในเขตป่าไม้ เขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือที่ราชพัสดุ แต่ยอมรับว่าพื้นดังกล่าวเป็นพื้นที่เขาและมีความลาดชัน แต่เมื่อตรวจสอบแล้วก็พบว่า ได้ครอบครองมาก่อนประกาศพื้นที่ควบคุมเขตเขาและเขตลาดชัน  



ด้านนายสุทัศน์ เงินหมื่น ตัวแทน กมธ.กฎหมายฯ กล่าวว่า จากข้อสงสัยของประชาชนขอให้กรมที่ดินส่งเอกสารสำเนาการขอออกโฉนดที่ดินและ น.ส. 3 ก. ในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งเอกสาร ส.ค.1 และต้นขั้วทั้งหมดมาให้ กมธ. เพื่อจะได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบต่อไป เพราะการออกเอกสารสิทธิที่ดินต้องมีข้าราชการหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่ง จ.ภูเก็ตเคยมีกรณีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ โดยมีเจ้าหน้าที่ที่ดินเสียชีวิตระหว่างการสอบสวนของดีเอสไอ คือ นายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าพนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต จึงอยากให้กรมที่ดินตรวจสอบว่า นายธวัชชัยเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิที่ดินกรณีนี้ด้วยหรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงไม่มีการนำ น.ส.3 ก.จำนวน 57 แปลงมาออกโฉนด ทั้งที่น่าจะเพิ่มมูลค่าให้ที่ดินได้มากกว่า และมีปัญหาอะไรหรือไม่  

ขณะที่ นายดำรงค์ พิเดช กมธ. กล่าวว่า กรณีการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เกิดปัญหามาโดยตลอด เพราะมีการเอา ส.ค.1 มาออกซ้ำวนไปมา เพราะที่ดินมีมูลค่ามหาศาล ตนขอให้อธิบดีกรมที่ดินนำสำเนา ส.ค.1 ที่ยังตกค้างอยู่และยังไม่ได้ออกเอกสารสิทธิที่อยู่ประมาณ 1,000 ฉบับ มามอบให้ กมธ. เพื่อส่งต่อไปให้กรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ ตรวจสอบ หากจะมีการออกเอกสารสิทธิว่าทับซ้อนกับพื้นที่ป่าหรือไม่ เพราะเมื่อดำเนินการออกเอกสารสิทธิไปแล้ว มีการก่อสร้างโรงแรม รีสอร์ทมูลค่าเป็นพันล้าน จะได้ไม่ต้องมารื้อถอนในภายหลัง ส่วนนายสมชาย ฝั่งชลจิตร กมธ.กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตพื้นที่ดังกล่าวมีร่องรอยการทำกินมาก่อนหรือไม่ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำภาพถ่ายทางอากาศปี 2546 มาแสดงเพื่อตรวจสอบ และเหตุใดการเอกสาร ส.ค.1 จึงไปขอออกบนภูเขาและพื้นที่ด้านล่างใกล้เคียงกันมีการขอออกเอกสารสิทธิหรือไม่ และเสนอให้ กมธ.ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่า ส.ค.1 นั้นเป็น ส.ค.บินมาหรือไม่ด้วย  



จากนั้น นายสุพจน์ ชี้แจงว่าประเด็นที่ กมธ. ตั้งคำถามถึงนายธวัชชัย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิ และซื้อขายที่ดินศรีพันวาหรือนั้น ขอยืนยันว่า ทุกเอกสารมีที่ไปที่มาเป็นของชาวบ้านที่ครอบครองอยู่เดิมตาม ตามประมวลกฎหมายที่ดินปี 2497 และออกเอกสารสิทธิ์ตามขั้นตอนของกฎหมาย และทุกแปลงไม่เกี่ยวกับนายธวัชชัย ซึ่งเขาไม่ได้อยู่ในช่วงเวลานั้น พิสูจน์ได้เอกสารแต่ละแปลงเจ้าพนักงานที่ดินต้องลงชื่อในเอกสารสิทธิที่ออกมามา และต้นข้อ ส.ค.1 ของที่ดินศรีพันวาก็ได้นำมาแสดงต่อ กมธ.ในวันนี้แล้ว ทั้งนี้ในส่วน ส.ค. 1 ของทั้ง จ.ภูเก็ตจะส่งนำส่งให้กมธ. อีกครั้ง   

ด้านนายชีวะภาพ ชี้แจงในฐานะตัวแทนกรมป่าไม้ ยืนยันว่า โครงการศรีพันวาตั้งอยู่นอกเขตป่าสงวนฯ ป่าไม้ถาวร ป่าชายเลน ตามมติ ครม. และอยู่นอกเขตอุทยานฯด้วย โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากป่าสงวนฯ  3 กม. โอกาสที่จะคาบเกี่ยวกันจึงไม่มี แต่ยอมรับว่า พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพพื้นที่เป็นป่าตาม มาตรา 4 ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 แต่เมื่อมีเอกสารสิทธิแล้ว ก็ถือว่าไม่ได้มีสภาพเป็นป่า อย่างไรก็ตามกรมป่าไม้ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการออกเอกสารสิทธิของโรงแรมศรีพันวา เพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนฯ กรมป่าไม้จึงไม่ได้ร่วมในการพิจารณา ขณะที่ความลาดชันก็เป็นเรื่องที่กรมพัฒนาที่ดินเป็นผู้ดูแล   

อย่างไรก็ตาม กมธ.ส่วนใหญ่ยังคงตั้งคำถามว่า หากเป็นชาวบ้านทั่วไปสามารถทำแบบนี้ได้หรือไม่ โดยเฉพาะลาดชันเกิน 35 องศาที่ใช้มาตรฐานใดในการกำหนด เช่นเดียวกับหากเป็นประชาชนทั่วไปขอออก น.ส.3 ก. ในลักษณะนี้ก็ดำเนินการได้ยากลำบากมาก ขณะที่ศรีพันวามีความพร้อมทุกด้านทั้งด้านฐานะและอื่นๆ เหตุใดจึงไม่นำเอกสาร น.ส.3 ก. ที่จำนวน 57 แปลงไปขอออกโฉนด และที่ผ่านมาเคยมีการนำไปขอออกโฉนดหรือไม่ ซึ่งทาง จนท.ที่ดินภูเก็ต ชี้แจงว่า การจะขอออกโฉนดหรือไม่เป็นสิทธิของเจ้าของที่ดิน ถ้าเขาไม่ประสงค์ออกเป็นโฉนดจะถือครอง น.ส.3 ก. ก็ได้  ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบไม่เคยมีการยื่นออกโฉนดมาก่อน ซึ่งทั้งโฉนด และน.ส.3 ก. ทั้งหมดเป็นการซื้อมาไม่ใช่บริษัทเอกชนเป็นคนของออกเอกสารสิทธิเอง ซึ่งเอกสาร ส.ค.1 ที่นำมาแสดงเป็นการครอบครองมาก่อนปี 2494 โดย ส.ค.1 จำนวน 109 ไร่ มาออกเป็น น.ส.3 ได้ราว 120 กว่าไร่   



ต่อมานายอภิชาติ พร้อม กมธ.แถลงว่า กมธ.มีการข้อสังเกตใน 3 ประเด็น คือ 1. การได้มาของ ส.ค.1 ได้มาอย่างไร และต้องมีการตรวจสอบต่อไป  2.ในประเด็นเรื่องความลาดชันเกิน 35 องศา ใช้มาตรฐานใดในการตรวจสอบ ซึ่งจะเชิญกรมพัฒนาที่ดินมาชี้แจงในสัปดาห์หน้า และ 3.ในเรื่องร่องรอยการทำกินและการใช้ประโยชน์ในพื้นที่มีการใช้ก่อนการได้เอกสารสิทธิต่างๆ หรือไม่ ดังนั้น กมธ.จึงจะเชิญกรมแผนที่ทหาร กรมป่าไม้ ให้นำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศในแต่ละชั้นปีมาชี้แจงต่อกมธ. รวมทั้งเชิญกรมเจ้าท่า มาชี้แจงกรณีการสร้างท่าเรือ และเชิญกรมสอบสวนพิเศษ (ดีเอสไอ) มาชี้แจงถึงการตรวจสอบกรณีดังกล่าวในการประชุมครั้งหน้าด้วย  

รายงานข่าวแจ้งว่า กมธ. ได้รับทราบข้อมูลว่าข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหารที่ถ่ายไว้เมื่อปี 2497 ในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลงไปได้สูญหาย เหลือเพียงภาพถ่ายเมื่อปี 2510 เป็นต้นมา จึงต้องไปรวบรวมภาพถ่ายทางอากาศจากหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งหมดมาเทียบเคียงกันว่า มีร่องรอยการทำกินตาม ส.ค.1 ที่ทางผู้ขอออกเอกสารสิทธิที่ดินอ้างหรือไม่.  

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    14%
  • ไม่เห็นด้วย
    86%

บอกต่อ : 17