อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

ไทยป่วย'โควิด'เพิ่ม4ราย ติดเชื้อในปท.1เคส'แหม่มสมุย'

ศบค.เผยไทยพบป่วยโควิดเพิ่ม 4 รายจาก 3 ปท. ป่วยสะสมอยู่ที่ 3,731ราย ทั่วโลกแตะ 42 ล้านราย เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 เวลา 11.50 น.

เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย  โดยวันเดียวกันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,731ราย ยอดหายป่วยสะสม 3,529 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 143 ราย  ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 59 ราย

สำหรับผู้ป่วยใหม่รายที่ 1 เดินทางมาจากออสเตรีย เป็นหญิง สัญชาติไทย อายุ 38  ปี อาชีพแม่บ้าน เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 18 ต.ค.ตรวจครั้งแรก วันที่ 22 ต.ค.ผลตรวจพบเชื้อ  ก่อนเดินทางมีอาการไอ ปวดศีรษะ และอาเจียนเข้าพักในสถานที่กักกันของรัฐใน กทม.รักษาตัวที่สถาบันประสาทวิทยา ส่วนผู้ป่วยใหม่รายที่ 2 เดินทางมาจากฮ่องกง เป็นหญิง สัญชาติไทย อายุ 26 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 21 ต.ค.ตรวจครั้งแรก วันที่ 21 ต.ค.ผลตรวจพบเชื้อ และในวันที่ 26 ก.ย. มีอาการไอ ปวดศีรษะ  มีน้ำมูก ปวดเมื่อย และการได้รับสัมผัสกลิ่นและรสลดลง เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ

ขณะที่ผู้ป่วยใหม่รายที่ 3 เดินทางมาจากฮ่องกง เป็นหญิง สัญชาติไทย อายุ 38 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 21 ต.ค.เคยมีอาการไอ และเมื่อวันที่ 2 ต.ค.จมูกไม่ได้กลิ่น และเข้ารับการกักตัววันที่ 3-13 ต.ค.ตรวจครั้งแรก วันที่ 21 ต.ค.ผลตรวจพบเชื้อ เคยมีประวัติป่วยเป็นโควิดเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ และผู้ป่วยใหม่รายที่ 4 เดินทางมาจากฝรั่งเศส เป็นหญิง สัญชาติฝรั่งเศส อายุ 57 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงประเทศไทย วันที่ 30 ก.ย.  ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศตรวจครั้งแรก เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ผลตรวจพบเชื้อ และในวันที่ 17 ต.ค.มีอาการไข้ ไอ มีเสมหะ และปวดกล้ามเนื้อ เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเกาะสมุย

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 42,469,950 ราย โดยรักษาหายแล้ว 31,423,036 ราย รวมเสียชีวิตแล้ว 1,149,142 ราย  ส่วนเที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศ ในวันเดียวกันนี้  5 เที่ยวบิน 179ราย และในวันที่  25 ต.ค.มี 7 เที่ยวบิน 146 ราย.





คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 16