อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563

ปชป.วอนทุกฝ่ายจริงใจร่วมหาทางออกให้ขาติ

ปชป.ยันเน้นอภิปรายสร้างสรรค์ วอนทุกฝ่ายจริงใจช่วยหาทางออกให้ประเทศ ด้าน"เทพไท"ห่วงรัฐบาลเสนอญัตติการขัดขวางขบวนเสด็จฯ หมิ่นเหม่อภิปรายขัดข้อบังคับการประชุม เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 เวลา 13.41 น.


เมื่อวันที่ 24 ต.ค.  นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคและประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญ ในวันที่ 26-27 ต.ค.นี้  ว่า ตนได้นัดประชุม ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์เป็นกรณีพิเศษในวันที่ 25 ต.ค.นี้ เวลา 16.00 น. เพื่อเตรียมความพร้อมและกำหนดบุคคลที่จะร่วมอภิปรายสำหรับการประชุมดังกล่าวตามที่รัฐบาลขอให้เปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 โดยไม่มีการลงมติ  ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะเน้นอภิปรายอย่างสร้างสรรค์แบบมีวุฒิภาวะ ด้วยเนื้อหาสาระที่จะช่วยกันร่วมมือแสวงหาทางออกจากปัญหาต่างๆทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ตามจุดยืนของพรรค 3 ประการ คือ 1.ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเทิดทูนสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  2.การแก้ปัญหาควรใช้แนวทางสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม  3.ใช้รัฐสภาเป็นเวทีหาทางออกของประเทศ  ส่วนที่หลายฝ่ายวิตกกังวลว่าการเปิดประชุมรัฐสภา ครั้งนี้จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้นั้น  ตนคิดว่าการใช้เวทีรัฐสภาที่มีผู้แทนประชาชนจากหลากหลายความคิดเห็นที่แตกต่างกันมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเพื่อช่วยหาทางออกให้กับประเทศ เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง  แต่ทุกภาคส่วนต้องใช้เวทีนี้เพื่อแก้ปัญหาบนพื้นฐานของความจริงใจ และคำนึงถึงประเทศเป็นหลัก จะช่วยทำให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสมอย่างแน่นอน



ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า  ขอให้ทุกคน ทุกฝ่ายเชื่อในระบบรัฐสภาซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันที่มีตัวแทนของประชาชนมาร่วมกันสะท้อนความเห็น  สำหรับส .ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ได้รับฟังทุกความคิดเห็นมาแล้วจะได้นำเสนอข้อมูลอย่างละเอียด รอบด้าน เพื่อร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศ  ส่วนญัตติของรัฐบาลที่ลงนามโดยนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่รัฐบาลเห็นว่าเป็นปัญหาสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน และต้องการความคิดเห็นจากสมาชิกรัฐสภา โดยข้อคิดเห็นเหล่านั้นถือเป็นสาระสำคัญที่รัฐบาลต้องการเพื่อนำไปใช้ในการพิจารณาต่อไป ส่วนการอภิปรายในการประชุมนั้น เชื่อว่าประธานรัฐสภาจะให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็นกันได้เต็มที่ภายใต้ข้อบังคับการประชุม และข้อบังคับการประชุมระบุไว้ค่อนข้างชัดว่าห้ามอภิปรายพาดพิงถึงพระมหากษัตริย์โดยไม่จำเป็น สมาชิกจึงต้องระมัดระวังในเรื่องนี้เช่นกัน

นายราเมศ  กล่าวอีกว่า  หากมีความเป็นไปได้ สิ่งที่อยากเห็นคือการนำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาร่วมพิจารณาด้วย เพราะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ต้องทำโดยเร็วที่สุด เพื่อให้มีการรับหลักการในสมัยประชุมวิสามัญได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี และจะทำให้เห็นว่าทุกฝ่ายมีความจริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญ



ขณะที่ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า  ตนได้อ่านรายละเอียดของญัตติที่รัฐบาลเสนอต่อประธานรัฐสภาแล้ว รู้สึกกังวลในรายละเอียดของญัตติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อ 2 ที่กล่าวถึงเหตุการณ์การขัดขวางขบวนเสด็จฯ ที่ถนนพิษณุโลก เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องหมิ่นเหม่ต่อการอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา ที่ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 45 ห้ามกล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์โดยไม่จำเป็น แต่เมื่อรัฐบาลได้เสนอญัตติที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เข้ามาสู่การอภิปรายทั่วไป เพื่อรับฟังความเห็นของสมาชิกรัฐสภา ก็เป็นสิทธิที่สมาชิกรัฐสภาจะอภิปรายตามเนื้อหาในญัตติที่รัฐบาลเสนอมา ซึ่งจะต้องมีการระบุถึงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะเป็นปัญหาสำหรับผู้ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม  ตนจึงเชื่อว่าการประชุมรัฐสภาในครั้งนี้จะเกิดความวุ่นวาย มีการประท้วง และมีการอภิปรายพาดพิงกันไม่จบสิ้น และจะเป็นการทำหน้าที่ประธานรัฐสภาในการควบคุมการประชุมที่ยากที่สุดอีกครั้งหนึ่งในการใช้ดุลพินิจในการวินิจฉัยคำอภิปรายที่กล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนแรงทั้งภายนอกและภายในรัฐสภา 

นายเทพไท กล่าวอีกว่า  ขออย่าให้การประชุมรัฐสภาในครั้งนี้เป็นเวทีความขัดแย้งกันระหว่างฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพราะจะทำให้การประชุมรัฐสภาล้มเหลวในการแก้ปัญหาของประเทศ และจะทำให้ประชาชนสิ้นหวังกับการเมืองในระบบรัฐสภา.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

บอกต่อ : 10