อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563

ม็อบย้ำ!เดดไลน์แค่4ทุ่ม 'บิ๊กตู่'ไม่ออกเจอ'บิ๊กเซอร์ไพร้ส์'

ม็อบหน้าเรือนจำชี้มาไกลเกินถอย ย้ำเดดไลน์ 4 ทุ่มคืนนี้ หาก 'บิ๊กตู่' ดื้อไม่ยอมออก เจอบิ๊กเซอร์ไพร้ส์พรุ่งนี้แน่ จะไปไหนขอหารือก่อน         เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 เวลา 17.55 น.

 
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. นายธัชพงศ์ แกดํา หรือ บอย หนึ่งในแกนนำกลุ่มภาคีนิรนาม ที่ร่วมชุมนุมบริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำคณะราษฎร 2563 ที่ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ เปิดเผยว่า การชุมนุมในวันนี้จะมีการปราศรัย แสดงดนตรีและศิลปะเช่นเดิม ส่วนข้อเรียกร้องยังคงย้ำเส้นตายให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งภายในเวลา 22.00 น.ของวันนี้ 

นายธัชพงศ์ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่มีการเคลื่อนไหวของนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศเกือบ 200 วันที่ผ่านมา มองว่ากระแสสังคมกว่า 80% หรือคนเกือบหลักล้านที่มาร่วมแสดงออกและมีมติเดียวกันเป็นเอกฉันท์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออก การชุมนุมที่ผ่านมาเป็นการแสดงพลังแบบสันติ ไม่มีการปิดสถานที่ราชการ เพียงแต่ให้เห็นจำนวนคนที่เห็นด้วยว่าเราไม่เอารัฐบาลชุดนี้ พวกเรามาแล้วก็กลับ เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะหรือความสูญเสีย นี่ไม่ใช่การชุมนุมแบบสมัยก่อนที่จะต้องบุกยึดสถานที่ราชการ ทั้งนี้หากเป็นประเทศญี่ปุ่น นายกฯ คงลาออกแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ควรมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ ลองคิดถึงนักเรียนจนถึงคนวัย 30 ปี ที่จะเป็นอนาคตของชาติรุ่นต่อไป หากไม่ยอมลาออก จะกระทบถึงโครงสร้างสังคมทั้งหมด หากตนเป็นนายกฯ คงลาออกตั้งแต่วันที่มีการสลายการชุมนุมไปแล้ว เพราะรับไม่ได้ที่ลูกหลานต้องมาถูกทุบตี
      


นายธัชพงศ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่ตำรวจมีหนังสือเตือนให้ยกเลิกการชุมนุมแล้วออกจากพื้นที่นั้น ตนอยากบอกว่า ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าผู้ที่เห็นต่างจะทำอะไรกับรัฐบาลชุดนี้ก็ผิดหมด ยืนยันว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลาออก ก็จะมีการยกระดับ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (25 ต.ค.) จะมีเซอร์ไพร้ส์ แต่จะไปสถานที่ใดขอหารือกันก่อน ตอนนี้เรามาไกลเกินกว่าจะถอยแล้ว และเชื่อว่าจะมีประชาชนหลายคนทั่วประเทศที่ไม่เอาด้วยกับรัฐบาลจะมาร่วมกับพวกตนเพิ่มอีก นอกจากนี้การชุมนุมเมื่อคืนที่ผ่านมา ยังแสดงให้เห็นว่ากลุ่มนักศึกษาอาชีวะและมวลชนอาสาที่มาร่วมชุมนุมได้ลบภาพลักษณ์ของความรุนแรงออกไปจนหมดสิ้น เห็นได้จากเมื่อคืนที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีคนเมาเข้ามาก่อกวน แต่พวกเขากลับใช้วิธีการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี นำตัวส่งตำรวจ ไม่มีการใช้กำลังหรือความรุนแรง

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบนถนนงามวงศ์วาน บริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า การจราจรนั้นติดขัดตลอดทั้งวัน เนื่องจากเหลือช่องทางการจราจรเพียงแค่ 2 ช่องทางเท่านั้น ล่าสุดเวลา 17.40 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปิดถนนงามวงศ์วาน ตั้งแต่บริเวณหน้าเรือนจำฝั่งมุ่งหน้าแยกพงษ์เพชรทุกช่องทางแล้ว.

















 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    25%
  • ไม่เห็นด้วย
    75%

บอกต่อ : 14