อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

"ปภ."เผยยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่6จังหวัด-เร่งระบายน้ำ

“ปภ.” เผยยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 6 จังหวัด เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่-สำรวจความเสียหาย ให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ พุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 10.57 น.

เมื่อวันที่28 ต.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2563 – ปัจจุบัน (28 ต.ค. 2563 เวลา 06.00 น.) มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย รวม 34 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี นครราชสีมา ชัยภูมิ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ชลบุรี ระยอง อุทัยธานี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี

กาญจนบุรี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี ราชบุรี นครปฐม ปทุมธานี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง สตูล และสงขลา รวม 140 อำเภอ 530 ตำบล 2,299 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 88,346 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 5 ราย (จันทบุรี ตรัง ปราจีนบุรี จังหวัดละ 1 ราย สุราษฎร์ธานี 2 ราย) ผู้บาดเจ็บ 3 ราย (สิงห์บุรี) ผู้สูญหาย 1 ราย แยกเป็น พื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก 32 จังหวัด รวม 129 อำเภอ 513 ตำบล 2,280 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 88,284 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ในจังหวัดจันทบุรี ตรัง ปราจีนบุรี จังหวัดละ 1 ราย สุราษฎร์ธานี 2 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 26 จังหวัด 

ยังคงมีน้ำท่วมขัง 6 จังหวัด ดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี แม่น้ำมูลเอ่อล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี ประชาชนได้รับผลกระทบ 13 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัวนครราชสีมา ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปากช่อง อำเภอโชคชัย อำเภอโนนสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอพิมาย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอจักราช รวม 27 ตำบล ระดับน้ำลดลง ภาคตะวันออก 1 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีมหาโพธิ อำเภอกบินทร์บุรี และอำเภอบ้านสร้าง รวม 16 ตำบล 96 หมู่บ้าน ระดับน้ำทรงตัว ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี
 
ยังคงมี น้ำท่วมขังเนื่องจากน้ำทะเลหนุนในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเคียนซา และอำเภอพุนพิน รวม 8 ตำบล ระดับน้ำลดลง ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม น้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกำแพงแสน อำเภอบางเลน อำเภอสามพราน และอำเภอนครชัยศรี ระดับน้ำลดลง สุพรรณบุรี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสองพี่น้อง อำเภออู่ทอง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี และอำเภอบางปลาม้า รวม 35 ตำบล ระดับน้ำลดลง พื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย 5 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท กาญจนบุรี สิงห์บุรี และพังงา รวม 9 อำเภอ 12 ตำบล 21 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 62 หลัง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วอยู่ระหว่างการฟื้นฟู 

พื้นที่ได้รับผลกระทบจากดินสไลด์ 4 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ภูเก็ต สตูล และกระบี่ รวม 5 อำเภอ 6 ตำบล 6 หมู่บ้าน ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนเรือท้องแบน พร้อมเครื่องยนต์ รถบรรทุกติดตั้ง เครน รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยไปยังจุดอพยพ อีกทั้งแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อการดำรงชีพ สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วให้เร่งสำรวจประเมินความต้องการการช่วยเหลือของผู้ประสบภัย พร้อมจัดทำบัญชีความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้านทั้งการประกอบอาชีพ ชีวิตความเป็นอยู่ ที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร ปศุสัตว์ สาธารณูปโภค เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ตลอดจนเร่งซ่อมแซมและฟื้นฟูสิ่งสาธารณประโยชน์ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 13