อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

ลอยกระทงระวังจมน้ำดับ แนะลอยออนไลน์ลดขยะ สกัดโควิด

กรมอนามัย ชวนลอยกระทงออนไลน์ ยุคโควิด 19 ลดปริมาณขยะ ลดเสี่ยงโรค เตือนระวังลูกหลานจมน้ำดับ เผยข้อมูลลอยกระทงวันเดียวจมน้ำเสียชีวิต 11 ราย พุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 12.18 น.

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงการเฝ้าระวังโรคโควิด 19 การจัดงานประเพณีลอยกระทงจะทำให้มีการรวมตัวของกลุ่มคนเป็นจำนวนมากและใกล้ชิดกัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดการแพร่กระจายของโรคโควิด19 ได้ ดังนั้นหากไปลอยกระทงนอกบ้านขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองจากโรคโควิด 19 โดยยึดหลักสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง 1-2 เมตร และล้างมือด้วยสบู่และน้ำบ่อย ๆ และเพื่อเป็นการลดขยะจากกระทงแนะนำให้ผู้ที่ไปเป็นครอบครัว เป็นกลุ่มเพื่อน หรือคู่รัก ใช้กระทงใบเดียวกัน ลดขนาดกระทงเล็กลง และใช้วัสดุที่เหมาะกับแหล่งน้ำ เช่น ขนมปังควรลอยในบ่อที่มีปลา ส่วนหยวกกล้วยควรลอยในแหล่งน้ำที่สามารถเก็บไปทำปุ๋ยหมักได้ เลี่ยงการใช้เข็มหมุดและโฟม อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ประชาชนเลือกลอยกระทงออนไลน์ เพื่อลดเสี่ยงโรคโควิด 19 และช่วยลด ปริมาณขยะด้วย   
 
​“จากสถิติของศูนย์ข้อมูลกรุงเทพมหานคร พบปริมาณกระทงที่เก็บได้ ในปี 2562 เฉพาะในกรุงเทพฯ 502,024 ใบ แบ่งเป็นกระทงจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ต้นกล้วย ใบตอง 483,264 ใบ หรือร้อยละ 96.3 และกระทงจากโฟม 18,760 ใบ หรือร้อยละ 3.7 ซึ่งร้อยละของกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติหรือวัสดุที่ย่อย สลายได้มีปริมาณที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าประชาชนมีความตระหนักและให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น” นพ.สุวรรณชัย กล่าว
 
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงวันลอยกระทงมีความเสี่ยงเกิดการพลักตกและจมน้ำได้ โดยเฉพาะเด็กที่ลงไปเก็บเงินในกระทง ซึ่งจากข้อมูลกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค ที่ได้วิเคราะห์ข้อมูลมรณะบัตรของกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข ช่วงเทศกาลลอยกระทง ช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา (ปี 2553-2562) พบว่า 3 วัน คือ ก่อนวันลอยกระทง วันลอยกระทง และหลังวันลอยกระทง มีคนจมน้ำเสียชีวิต 349 ราย เป็นเด็ก อายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 78 ราย คิดเป็น  22.3% เฉพาะวันลอยกระทงวันเดียวมีคนจมน้ำเสียชีวิตถึง 121 ราย เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี 33 ราย คิดเป็น 27.3% เฉลี่ยวันละ 3.3 รายมากกว่าในช่วงวันปกติ 2 เท่า เป็นเด็กชายมากกว่าหญิงเกือบ 2 เท่า
 


นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า สำหรับปี 2562 เปรียบเทียบการจมน้ำเสียชีวิตในช่วงวันลอยกระทงเฉลี่ยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า มีแนวโน้มการเสียชีวิตของเด็กลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง สำหรับในช่วงเทศกาลลอยกระทง 3 วัน คือ ก่อนวันลอยกระทง วันลอยกระทง และหลังวันลอยกระทง มีคนจมน้ำเสียชีวิต 36 ราย โดยเป็นผู้ใหญ่ 34 ราย แต่ถ้านับเฉพาะวันลอยกระทงวันเดียว มีคนจมน้ำเสียชีวิต 11 ราย เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี 1 ราย ซึ่งแม้ว่าแนวโน้มการเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็กจะลดลง แต่ผู้ปกครองไม่ควรชะล่าใจปล่อยให้เด็กไปลอยกระทงกันเอง ให้ยึดหลัก 3 อย่า คือ 1.อย่ายืนใกล้ขอบบ่อ 2.อย่าลงน้ำไปเก็บกระทงหรือเงินในกระทง 3.อย่าก้มไปลอยกระทง  
 
นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า สำหรับหน่วยงานที่จัดเตรียมพื้นที่ลอยกระทง ควรมีมาตรการ ดังนี้ 1.กำหนดพื้นที่สำหรับลอยกระทงให้ชัดเจน โดยจัดให้มีแสงสว่างอย่างเพียงพอ และต้องทำรั้วหรือสิ่งกั้นขวางเพื่อป้องกันเด็กตกลงไปในน้ำ และควรมีผู้ดูแล 2.ต้องเตรียมอุปกรณ์สำหรับช่วยคนตกน้ำไว้บริเวณแหล่งน้ำเป็นระยะๆ เช่น ห่วงชูชีพ ถังแกลลอน เชือก ไม้ และเขียนป้ายบอกวิธีการใช้ 3.ติดป้ายคำเตือนไว้บริเวณที่เป็นพื้นที่เสี่ยงหรือห้ามลงไปลอยกระทง 4.ผู้จัดการพาหนะสำหรับการเดินทางทางน้ำต้องเตรียมชูชีพสำหรับผู้โดยสาร และต้องคำนึงถึงจำนวนผู้โดยสารด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1422.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 12