อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

ครูหนี้เยอะต้นเหตุ "ฟุ่มเฟือย- ฟุ้งเฟ้อ"

อนุกมธ.หนี้ครู ชี้เหตุหนี้ระหว่างรับราชการต้นเหตุ “ฟุ่มเฟือย- ฟุ้งเฟ้อ” ชงสภาฯหาทางแก้ก่อน ธ.ค.นี้ จันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2563 เวลา 17.17 น.


เมื่อวันที่ 23 พ.ย. นายปรีดา บุญเพลิง  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาหาสาเหตุ และแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ในคณะ กมธ. วิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ  สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้สรุปและวิเคราะห์สาเหตุของการเกิดปัญหาหนี้สินครูว่าเกิดจากปัจจัยพื้นฐานคือ การเป็นหนี้ระหว่างรับราชการ และเกิดจากการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ โดยแบ่งเป็น 3 ลักษณะ คือ หนี้ปกติ  หนี้ใกล้วิกฤติ และหนี้ขั้นวิกฤติ

นายปรีดา กล่าวว่า ที่ประชุมสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการ 2 แนวทาง ดังนี้ 1.การแก้ไขระยะเร่งด่วน คือ  การประนอมหนี้  รัฐต้องพักชำระหนี้ให้แก่ครูอย่างน้อย 2 ปี หรือยืดระยะเวลาการชำระหนี้ตามความเหมาะสม  การลดดอกเบี้ยเงินกู้ไม่เกินร้อยละ 4 บาทต่อปี  2.การแก้ปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืน คือ  1.เพิ่มรายวิชาในหลักสูตรการเรียนครู  2.กระบวนการผลิตครู รัฐต้องกำหนดให้มีสถาบันการผลิตครูโดยตรง 3.ให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดหลักสูตรและสนับสนุนงบประมาณเพื่อการพัฒนาบุคคลก่อนบรรจุแต่งตั้งครูผู้ช่วย 4.การจัดสวัสดิการ สวัสดิภาพครู รัฐต้องจัดสวัสดิการ สวัสดิภาพครู 5. รัฐต้องปรับปรุงอัตราเงินเดือนครู 6.รัฐควรลดภาระงานครูให้เหลือแต่หน้าที่สอนอย่างเดียว 7.ปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2547 และแก้ไขเพิ่มเติม

นายปรีดา กล่าวว่า ดังนั้นเพื่อให้การขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบประสบความสำเร็จโดยเร็ว ที่ประชุมคณะอนุ กมธ. จึงมีความเห็นว่าต้องมีการรับฟังข้อมูลจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครู และเครือข่ายพัฒนาวิชาชีพครูทั่วประเทศใน 4 ภูมิภาค เพื่อหลอมรวมปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาภายในเดือน ธ.ค.63 ก่อนจะเสนอแนวทางให้คณะ กมธ. วิสามัญฯ เสนอต่อรัฐสภา เพื่อเป็นแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปโดยเร็ว ซึ่งคาดว่าจะสรุปข้อมูลแล้วเสร็จก่อนสิ้นปี 63  นี้แน่นอน โดยในเบื้องต้นจะเชิญคณะที่ปรึกษาคณะอนุ กมธ. ที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 200 คน มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อให้ได้ข้อสรุปภายในเดือน พ.ย.นี้.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    69%
  • ไม่เห็นด้วย
    31%

ความคิดเห็น