อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

'บิ๊กป้อม'หนุนโครงการสำคัญแก้น้ำท่วมอย่างยั่งยืน

'บิ๊กป้อม'ถกคณะอนุกรรมการฯ กำชับเดินหน้าโครงการสำคัญแก้น้ำท่วมอย่างยั่งยืน ช่วยเหลือประชาชน พฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2564 เวลา 11.34 น.


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ครั้งที่ 1/2564 โดยมี นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม พร้อมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านน้ำ โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ที่ประชุมวันนี้ได้พิจารณาโครงการขนาดใหญ่เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กคลองบางไผ่ จากบริเวณคลองพระยาราชมนตรีถึงบริเวณสุดเขต กทม. มีระยะเวลาดำเนินงาน 4 ปี (ปี 65-68) เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังเนื่องจากน้ำฝนในพื้นที่เขตภาษีเจริญ เขตบางแค เขตหนองแขม และเขตทวีวัฒนา ครอบคลุมพื้นที่ 14 ตร.กม. รองรับปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 186,300 ลบ.ม. โดยมีอัตราการไหลสอดคล้องกับอุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีวัฒนาและอุโมงค์ระบายน้ำคลองพระยาราชมนตรี 

พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า 2) โครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมระบบรวบรวมน้ำเสียคลองแสนแสบจากบริเวณประตูระบายน้ำมีนบุรีถึงบริเวณประตูระบายน้ำหนองจอก ระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี (ปี 65-69) เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังเนื่องจากน้ำฝนในพื้นที่ เขตคลองสามวา เขตมีนบุรี เขตหนองจอก ครอบคลุมพื้นที่ 90 ตร.กม. รองรับปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 479,500 ลบ.ม. อัตราการไหล 60 ลบ.ม./วินาที (ประตูระบายน้ำหนองจอก) 3)โครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กคลองบางนาจากคลองเคล็ดถึงบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะเวลาดำเนินงาน 4 ปี (ปี 65-68) สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่เขตบางนาและเขตประเวศ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 25 ตร.กม. และลดผลกระทบต่อประชาชนจากปัญหาน้ำท่วมขัง



พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า 4)โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อจากถนนรัชดาภิเษกถึงคลองลาดพร้าว ระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี (ปี65-67) ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เขตห้วยขวาง เขตลาดพร้าว และเขตจตุจักร โดยจะเพิ่มพื้นที่อิทธิพลในการระบายน้ำลงสู่อุโมงค์อีกประมาณ 36.60 ตร.กม. ลดการท่วมขังของน้ำฝนบนผิวจราจร กรณีฝนตกเกิน 60 มม./ชม. และลดปัญหาด้านการจราจรที่เกิดจากน้ำท่วมขังบนผิวจราจร 

ด้าน เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมวันนี้ยังได้พิจารณาโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ด้วย ได้แก่ โครงการสถานีสูบน้ำดิบพร้อมระบบท่อส่งน้ำเพื่อรองรับการพัฒนาเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน จ.ปัตตานี ดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ระยะเวลา 3 ปี (ปี 65-67) โดยการก่อสร้างโรงประปาและสถานีสูบน้ำดิบบนพื้นที่ ต.ตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา และระบบท่อส่งน้ำเชื่อมต่อกับประปาชุมชน ซึ่งจะสามารถส่งน้ำไปยังพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.ปัตตานี ได้แก่ อ.แม่ลาน อ.โคกโพธิ์ อ.เมือง และอ.หนองจิก ช่วยสนับสนุนและเพิ่มศักยภาพการพัฒนาโครงการเมืองต้นแบบ เขตอุตสาหกรรมหนองจิก และโครงการท่าเรือน้ำลึก ตอบสนองยุทธศาสตร์ทางการทหารและการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมทั้งสนับสนุนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน 

"พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการปรับปรุงรายละเอียดข้อมูลตามความเห็นที่ประชุมและข้อสั่งการให้โครงการมีความพร้อมเรียบร้อยทุกด้าน ก่อนเสนอโครงการให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) พิจารณาในวันที่ 21 ม.ค. 2564 เพื่อให้เป็นไปตามที่พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 กำหนดไว้ ก่อนที่จะเสนอขอรับงบประมาณ ปี 2565 ต่อไป" เลขาธิการ สทนช. กล่าว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

ความคิดเห็น