อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564

"ส.ว."ฉะ"กรมศิลป์ฯ"ไม่ขอพระบรมราชานุญาต สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7

"ส.ว.คำนูณ"ฉะ กรมศิลป์ฯ ไม่ขอพระบรมราชานุญาต สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ร.7 หน้ารัฐสภาใหม่ ผลาญงบไปแล้ว 7.7 ล้าน เผย กมธ.ศาสนา วุฒิฯ จ่อเชิญ "รมว.วัฒนธรรม"แจง ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564 เวลา 15.47 น.

เมื่อวันที่ 22 ม.ค. นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.โพสต์เฟซบุ๊ก ส่วนตัว เรื่อง “กรณีพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7 หน้ารัฐสภา สรุป-กรมศิลปากรยืนยันให้สร้างใหม่ ขนาด 4 เท่าองค์จริง-มูลค่า 25 ล้าน” ระบุว่า “เรื่องนี้ ผมและท่านอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ได้หารือในที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.63 ถึงความไม่เหมาะสมของแนวคิดในการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ในหลวง รัชกาลที่ 7 องค์ใหม่ขนาดใหญ่ 4 เท่าพระองค์จริงมาประดิษฐานหน้าอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เกียกกาย ที่ขณะนั้นทราบข่าวเพียงว่าเป็นไปตามข้อเสนอของกรมศิลปากร แทนที่จะใช้องค์เดิมขนาด 1 เท่าครึ่งพระองค์จริงที่เคยประดิษฐานอยู่หน้าอาคารรัฐสภาเดิม ถนนอู่ทองใน ตามแนวคิดของคณะผู้ออกแบบและสภาผมได้ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมด้วย แต่ยังไม่ถึงคิวบรรจุเข้าระเบียบวาระ และได้เสนอให้คณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปและวัฒนธรรม วุฒิสภา ดำเนินการศึกษาเรื่องนี้ โดยผมเข้าไปร่วมประชุมชี้แจงครั้งหนึ่งแล้วเมื่อปลายปีก่อน ล่าสุด วานนี้คณะกรรมาธิการฯได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมาร่วมชี้แจง ผมได้เข้าไปร่วมประชุมด้วย จึงขอนำมารายงานประชาชนเพื่อทราบความคืบหน้า”

“เหตุเกิดขึ้นเมื่อกลางปี 2561 เมื่อสภาทำหนังสือถึงกรมศิลปากรขอทราบแนวทางและรายละเอียดเกี่ยวกับการย้ายพระบรมราชานุสาวรีย์องค์เดิมจากหน้าอาคารรัฐสภาเก่าถนนอู่ทองไปยังอาคารรัฐสภาใหม่เกียกกาย ในฐานะที่กรมศิลปากรมีอำนาจหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับการนี้ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติและการจำลองพระพุทธรูปสำคัญ พ.ศ. 2520 ซึ่งขอสารภาพโดยสัตย์ว่า ผมก็เพิ่งทราบว่ามีระเบียบฯนี้อยู่ กรมศิลปากรส่งทีมงานเจ้าหน้าที่เดินทางมาพิจารณาสถานที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ เพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการพิจารณาการสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติและการจำลองพระพุทธรูปสำคัญ จากนั้นทำหนังสือถึงสภาเมื่อเดือนพ.ย.61 แจ้งว่าเห็นควรให้อัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์องค์เดิมขนาดเท่าครึ่งพระองค์จริงเข้าไปประดิษฐานภายในอาคาร และให้จัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์องค์ใหม่ขนาด 3 เท่าครึ่งถึง 4 เท่าพระองค์จริงเพื่อประดิษฐานหน้าอาคารด้านถนนสามเสนแทน สรุปว่าถ้าทำตามนี้รัฐสภาจะมีพระบรมราชานุสาวรีย์ 2 องค์ 2 ขนาด”

นายคำนูณ กล่าวต่อว่า ในชั้นแรก สภาไม่เห็นด้วยเพราะมีความประสงค์จะนำพระบรมราชานุสาวรีย์องค์เดิมที่มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์มาประดิษฐานหน้าอาคารตามแบบที่กำหนดไว้ ในเดือนเดียวกันนั้นเองสภาได้ทำหนังสือถึงกรมศิลปากรขอให้ทบทวนมติ กรมศิลปากรตอบหนังสือกลับมายังสภาเมื่อปลายเดือนม.ค.62 ว่าพิจารณาแล้ว ขอยืนยันมติเดิม คือให้อัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์องค์เดิมเข้าในอาคาร และถ้าประสงค์จะมีพระบรมราชานุสาวรีย์หน้าอาคาร ควรดำเนินการตามมติเดิมคือสร้างองค์ใหม่ขนาด 3 เท่าครึ่งถึง 4 เท่าพระองค์จริง สภาจึงต้องปฏิบัติตาม เพราะอำนาจตามกฎหมายลำดับระเบียบฯดังกล่าวข้างต้นแล้วอยู่กับกรมศิลปากร โดยสภาเริ่มตั้งงบประมาณในปีงบประมาณ 2563 ไว้เบื้องต้น 10 ล้านบาท ทั้งนี้ งบประมาณในการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ขนาด 3 เท่าครึ่งถึง 4 เท่าพระองค์จริง กรมศิลปากรแจ้งให้สภาทราบเมื่อเดือน ก.พ.63 ว่ามีจำนวนเป็นตัวเลขกลม ๆ ประมาณ 25 ล้านบาทเศษ ตัวเลขจริง ๆ คือ 25,369,840 บาท ทั้งนี้ สภาได้แยกของบประมาณไว้ 3 ปี งบประมาณ คือ 2563, 2564 และ 2565

นายคำนูณ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้กรมศิลปากรได้ดำเนินการขั้นต้นไปแล้ว คือปั้นขยายต้นแบบพระบรมราชานุสาวรีย์ กล่าวโดยละเอียดคือถอดแบบพระบรมราชานุสาวรีย์พระองค์เดิมแล้วหล่อด้วยปูนพลาสเตอร์ เพื่อทำ section ขนาดต้นแบบเดิมเพื่อขยายเข้า scale ก่อนที่จะทำโครงสร้างเหล็ก ใช้เงินไปแล้วกลม ๆ เกือบ 8 ล้านบาท ตัวเลขจริงคือ 7,700,000 บาท ในการประชุมกรรมาธิการฯ ตนได้ถามกรมศิลปากรด้วยสามัญสำนึก ของวิญญูชนชาวไทยทั่วไปว่าในเมื่อเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์ และจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ คือสร้างใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเช่นนี้
 
ก่อนที่จะเดินหน้าลงมือทำงานควรที่จะต้องขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตก่อนหรือไม่ คำตอบคือยังไม่ได้ทำเรื่อง แต่กำลังเตรียมการจะทำเรื่อง โดยก่อนที่จะทำเรื่องจำเป็นต้องมีข้อมูลให้ครบถ้วนก่อน และยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ดำเนินการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์องค์ใหม่ เพียงแค่ถอดแบบจากองค์เก่าก่อนเท่านั้น ผมตอบไปว่าที่กรมศิลปากรตอบอย่างนี้ผมไม่สู้เห็นด้วยนะ เพราะการถอดแบบองค์เก่าก็คือส่วนหนึ่งของการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์องค์ใหม่นั่นแหละ เงินก็ใช้ไปแล้ว เริ่มดำเนินการไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ฝ่ายการเมืองคือระดับรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้พิจารณา

“ประเด็นนี้ ผมไม่เข้าใจ จึงได้ถามออกไปว่าถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมา ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งไม่มีคำตอบในห้องประชุมกรรมาธิการ สถานการณ์ล่าสุด กรมศิลปากรได้ทำหนังสือถึงสภาเมื่อ 26 พ.ย.63 ขอชะลอการทำงานไว้ก่อน ผมถามว่าเหตุไฉนต้องชะลอ กรมศิลปากรค้นเอกสารอยู่พักใหญ่ก่อนจะตอบว่ารอการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตก่อน เรื่องนี้ยังไม่จบ คณะกรรมาธิการจะเชิญรมว.วัฒนธรรม มาหารือในโอกาสต่อไป มีความคืบหน้าประการใดจะนำรายงานต่อ” นายคำนูณ ระบุ.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น