อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564

รัฐบาลดันแผนพัฒนาภาคใต้บูรณาการ 2 หมื่นล้าน

รัฐบาลดันแผนพัฒนาภาคใต้บูรณาการ 2 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมฟื้นหลังจบ"โควิด" พัฒนาคุณภาพชีวิต-เศรษฐกิจฐานราก-แปรรูปสินค้าเกษตร ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564 เวลา 15.56 น.


เมื่อวันที่ 22 ม.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  คณะอนุกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาคใต้และภาคใต้ชายแดน ซึ่งมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบแผนปฏิบัติการภาคใต้และภาคใต้ชายแดน และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 สอดรับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการบริหารเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ การกระจายอำนาจการตัดสินใจสู่ระดับผู้ปฏิบัติ รวมถึงการส่งเสริมให้ท้องถิ่น/ภาคส่วนต่างๆ มีส่วนร่วมในการเสนอแนวทางเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน 



รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ได้มีการปรับรายละเอียดของแผนดังกล่าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการพัฒนาในระยะยาวหลังโควิด-19 มีกรอบวงเงิน 19,800 ล้านบาท สำหรับ 650 โครงการใน 14 จังหวัดภาคใต้ และ 3 กลุ่มจังหวัด ประกอบด้วย ภาคใต้ฝั่งอันดามัน ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และภาคใต้ชายแดน ผลลัพธ์ของการดำเนินการมุ่งเป้าสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมาตรฐาน การพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและการแปรรูป การพัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูปยางพาราและปาล์มน้ำมัน การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน การพัฒนาโลจิสติกส์ทั้งระบบ เป็นต้น

น.ส.รัชดา กล่าวว่า  สำหรับแผนงานและวงเงินงบประมาณที่ได้รับการเห็นชอบแล้ว จะต้องถูกนำเสนอให้สำนักงบประมาณพิจารณาร่วมกับแผนปฏิบัติการภาคอื่นๆและกระทรวงต่างๆ เพื่อให้อยู่ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณปี 2565 ที่ครม.อนุมัติไว้ที่ 3.1 ล้านล้านบาท  ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ให้แนวทางการใช้งบประมาณของภาครัฐที่ต้องเป็นไปอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับความจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน เสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากภายในประเทศ ยกระดับขีดความสามารถของประเทศเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น