อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564

"โจ้"จ่อยื่น"บิ๊กตู่-บิ๊กป๊อก-อัศวิน"ชะลอขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้า

“ยุทธพงศ์” เตรียมยื่น “บิ๊กตู่-มท.1-ผู้ว่าฯกทม.” ยับยั้งขึ้นค่าโดยสาร 104 บาท อัดเอาคนกทม. เป็นตัวประกัน แย้ม 11 รายชื่อรมต. ขึ้นเขียง ตรงแล้ว 90 % อาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2564 เวลา 14.04 น.

เมื่อวันที่ 24 ม.ค. เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พร้อมด้วย นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี ร่วมแถลงข่าว กรณีการขึ้นคารถไฟฟ้าสายสีเขียว 104 บาท ว่า พรรคคเพื่อไทยเป็นคนยื่นญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎร และมติของสภาฯ ไม่เห็นชอบให้มีการขยายสัมปทานรถไฟฟ้า สายสีเขียวออกไปอีก 40 ปี และรอให้หมดสัมปทานก่อนแล้วจึงเปิดให้มีการแข่งขัน และส่งเรื่องดังกล่าวไปยังรัฐบาล และรัฐบาลก็ทำหนังสือกลับมายังสภาฯ ว่าจะทำตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวนี้พรรคเพื่อไทยได้นำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจในปีที่แล้ว ผลคือทุกวันนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวยังไม่ได้ต่อสัมปทานออกไป และพรรคพื่อไทยจะตามเรื่องนี้ต่อ และวันนี้ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้ประกาศว่า วันที่ 16 ก.พ. จะขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว 104 บาท ซึ่งรถไฟฟ้าทั้งหมดใน กทม. วันนี้มีสายเดียวที่ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย คือ สายสีเขียว นอกนั้นจะเป็นของ รฟม. กระทรวงคมนาคม 

วันนี้สถานการณ์โควิด-19 เศรษฐกิจ ปะชาชนกำลังเดือดร้อน การที่มาขึ้นค่าโดยสารสุงสุด 104 บาทต่อเที่ยว ซึ่งหากไปกลับจะเป็นเงิน 208 บาท แต่ค่าแรงขั้นต่ำของคนกรุง 331 บาท วันนี้เขาจะอยู่ได้อย่างไร และถามว่าผู้ว่าฯ กทม. คิดได้อย่างไรในการให้เหตุผลว่า ถ้าไม่ขยายสัมปทานออกไป 40 ปี ก็ต้องมี ครม.สั่งไม่ให้ กทม.ขึ้นค่าโดยสาร อย่างไรก็ต้องขึ้นค่าโดยสาร ทั้งยังท้าให้ฟ้องป.ป.ช. ได้เลยไม่สนใจ สาเหตุที่ต้องดำเนินการเนื่องจาก กทม.เป็นหนี้ BTS อยู่ เช่นนี้เหมือนเอาประชาชนคนกรุงเทพฯ มาเป็นตัวประกัน และเป็นการซ้ำเติมวิกฤติโควิด-19 และวิกฤติเศรษฐกิจ จึงไม่ทราบว่า นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ทำไมยังอยู่เฉยและไม่มีการเรียก พล.ต.อ.อัศวินไปพูดคุยเพื่อหาทางยับยั้งไม่ใหขึ้นค่าโดยสาร และเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวนี้จะเป็นประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทยในครังนี้ต่อ เพราะเป็นเรื่องที่เราติดตามมาตลอด ส่วนที่เอาข้อมูลมาเปิดก่อนนั้น เนื่องจากพรรคเพื่อไทย และพรร่วมฝ่ายค้าน จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อประะานสภาฯ ในวันที่  25 ม.ค. เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา และคาดว่าจะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจหลัง 16 ก.พ. ถ้าพรรคเพื่อไทยรอจะไม่ทันการ จึงหาวิธีการยับยั้งความเดือดร้อนของประชาชนก่อน 

“ทั้งนี้ ที่มีปัญหาคือ กทม.การรับโอนส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว คือเขียวเหนือและเขียวใต้ มาจากกระทรวงคมนาคม โดยเป็นหนี้รฟม. 51,785 ล้านบาท พล.ต.อ.อัศวิน จึงได้มีการออกข้อบัญญัติ กทม.เรื่องการกู้เงินเพื่อให้ในการโอนทรัพย์สินและหนี้สินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ พ.ศ. 2561 เพื่อกู้เงินไปจ่ายแต่จนวันนี้ผ่านมาแล้ว 3 ปี ยังไม่ทำอะไรเลย ไม่มีการกู้เงินสักบาท และมาใชวิธีการขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งเรื่งนี้เคยเข้า ครม.ไปแล้ว และครม.ก็อนุมัติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังกู้เงินมาให้ กทม. เพื่อใช้หนี้ รฟม. แปลว่า กทม.เตรียมการเรื่องเป็นหนี้อยู่แล้ว และมีแหล่งเงินที่จะไปจ่ายคืนให้ รฟม.อยู่แล้วด้วย เหตุใดจึงไม่ดำเนินการนอกจากนี้มติ ครม. ยังกำหนดให้ กทม.บริหารจัดการรายได้ตั้งงบประมาณให้เพียงพอต่อการชำระหนี้ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด และพิจารณาค่าโดยสารให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ ซึ่งเป็นมติตั้งตั้งแต่ปี 61 จึงถามว่าเหตุใดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าฯ กทม. จึงไม่ปฎิบัติตาม ทั้งนี้ เรื่องหนี้ 5 หมื่นกว่าล้านนี้ นายกรัฐมนตรี รมว.หมาดไทย และผู้ว่าฯ กทม. เข้าข่ายการละเว้นปฎิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 และจับเอาคน กทม.เป็นตัวประกัน ดังนั้นจึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาล คือ 1. ขอให้ กทม.ชะลอการขึ้นค่าโดยสาร 104 บาท ในวันที่ 16 ก.พ. ออกไปก่อน 2. การคิดค่าโดยสารที่เหมาะสม ราคาเริ่มต้นและสุงสุดต้องอยู่ที่เท่ไหร่ เพราะไม่มีใครอยากนั่งต้นสายไปยังปลายทางเพราะค่าเฉลี่ยประชาชนจะนั่งเพียง 12 สถานีเท่านั้น และ 3. โครงการรถไฟฟ้าเป็นบริการสาธารณะ ไม่ใช่ลุงทุนไปแล้วมาคิดเอากำไรับประชาชนเพื่อให้ได้กำไรสุด และกทม.ต้องดูแลประชาชน และทำอย่างไรให้ประชาชนได้ค่าโดยสารที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม หลักฐานดังกล่าวนี้ วันที่ 26 ม.ค. ตนจะนำไปยื่นหนังสือต่อนายกฯ รมว.มหาดไทย และผู้ว่าฯ กทม. เพื่อยับยั้งไม่ให้ขึ้นค่าโดยสาร



นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อว่า การอภิปรายครั้งนี้จะต่างจากอภิปรายครั้งที่แล้ว เพราะปีที่แล้วไม่ให้เอาเรื่องเก่ามาอภิปราย แต่การอภิปรายครั้งนี้รัฐบาลบริหารงบประมารมาแล้ว 2 ปี มีการใช้งบประมาณที่บกพร่อง ทุจริต เอื้อประโยชน์ ฯลฯ ดังนั้นการอภิปรายครั้งนี้พรรคฝ่ายค้านมีทีเด็ดและหลักฐานค่อนข้างชัดเจน และสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลที่สุด

เมื่อถามว่าการอภิปรายครั้งนี้จะมีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายกี่คน นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า รายชื่อที่สื่อมีอยู่ที่ประมาณ 11 คน ตนเรียนว่ายังไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่ถูกประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว เมื่อถามย้ำว่ามี 11 คนใช่หรือไม่ นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า มีประมาณ 11 คน แน่นอน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ นายยุทธพงศ์ และคณะแถลงข่าวนั้นทาง บริษัท BTS ได้ส่งทีมงาน นำโดย พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะที่ปรึกษาบริษัท BTS มาร่วมรับฟังการแถลงข่าวด้วย.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น