อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564

'พรรคร่วมฝ่ายค้าน'ได้ฤกษ์ยื่นญัตติ ซักฟอก10รัฐมนตรี

“พรรคร่วมฝ่ายค้าน” ยื่นญัตติซักฟอกรมต.10 คน แย้มอาจใช้เวลามากกว่า 4 วัน ยันไม่มีมวยล้ม อัดไอโอควรเอาเวลาไปหาข้อมูลแก้ต่าง “ตู่ใหญ่” ดักขอคนทำหน้าที่ปธ. ที่ประชุม ให้วางตัวเป็นกลาง อย่าเอียงไปเข้าข้างฝ่ายรัฐบาล   จันทร์ที่ 25 มกราคม 2564 เวลา 10.48 น.


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 ม.ค.ที่รัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย รวมถึงอีก 2 พรรคเล็กได้แก่ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรคไทยศรีวิไลย์ ร่วมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน เป็นผู้นำยื่นญัตติ

จากนั้น นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มี ส.ส.ฝ่ายค้านร่วมเข้าชื่อ 208 คน ยื่นอภิปรายรัฐมนตรี 10 คนประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี 3.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข 4.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ 5.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน 6.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 7.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ 8.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 9.นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย 10.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์

นายประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น มีหลายประเด็น อาทิ ความล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดิน การไร้ประสิทธิภาพการทำงาน การทุจริต การเอื้อประโยชน์ต่อนายทุน ยืนยันมีหมัดเด็ดแน่นอน เพราะมีหลักฐานชัดเจน แม้การอภิปรายจะล้มรัฐบาลไม่ได้ แต่เชื่อว่าข้อมูลที่อภิปรายไปจะเรียกศรัทธาจากประชาชนได้ และมีอย่างน้อย 2-3 เรื่อง สามารถนำไปยื่นถอดถอนได้ การอภิปรายครั้งนี้จะไม่มีปัญหาเรื่องการแบ่งเวลาเหมือนครั้งที่แล้ว เราจะตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามเรื่องเวลาการอภิปราย ตัวผู้อภิปราย จะทำงานอย่างเป็นเอกภาพใกล้ชิดกัน ส่วนเรื่องระยะเวลาการอภิปรายนั้น อาจจะมากกว่า 5 วันก็ได้ เพราะมีรัฐมนตรีถูกซักฟอก 10 คน ทุกคนจะต้องถูกอภิปรายทั้งหมด รวมถึงคนที่ขออภิปรายจะต้องได้พูดครบประเด็นหมดทุกครั้ง ดังนั้นเป็นไปได้ที่อาจใช้เวลามากกว่าวันที่ 16-19 ก.พ. ตามที่วางกรอบไว้เบื้องต้น



เมื่อถามว่า มีกระแสข่าว ส.ส.เพื่อไทย สงสัยที่ไม่มีการอภิปราย รมว.พลังงาน นายประเสริฐ กล่าวว่า เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า ยังมีน้ำหนักหลักฐานไม่เพียงพอจะอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ใดๆ มาเกี่ยวข้อง ส่วนจำนวนผู้ถูกอภิปราย 10 คน ที่ถูกวิจารณ์มากเกินไปนั้น อย่าดูที่ตัวบุคคล ขอให้ดูเนื้อหาการอภิปราย เพราะผู้ถูกอภิปรายล้วนมีประเด็นทั้งสิ้น ในส่วนพรรคเพื่อไทยวางตัวผู้อภิปรายไว้ 15-16 คน ลดจากครั้งที่แล้วที่วางไว้ 30 กว่าคน จะเน้นหนักที่นายกรัฐมนตรี จะถูกอภิปรายอย่างน้อย 1-2 วัน เพราะแค่เรื่องโควิด-19 ก็ใช้เวลา 1 วันแล้ว ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆ จะวางผู้อภิปรายไว้ 2-3 คนต่อ 1 รัฐมนตรี ขณะที่การอภิปราย ร.อ.ธรรมนัส ที่ตอนแรกมีกระแสข่าวชื่อจะหลุดจากการอภิปรายนั้น ชื่อของ ร.อ.ธรรมนัส เป็นชื่อแรกๆ ที่ถูกเสนอ แต่มีผู้คัดค้านว่าจะน้ำหนักเพียงพออภิปรายหรือไม่ ในที่สุดผู้อภิปรายยืนยันว่า มีข้อมูลหนักแน่นเพียงพอ จึงยืนยันที่จะอภิปราย ร.อ.ธรรมนัส

ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ยืนยันว่าการอภิปรายครั้งนี้ ไม่มีมวยล้มแน่ พอเข้าการช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ มักมีปฏิบัติการไอโอ ว่า มีมวยล้ม ซึ่งไอโอควรเอาเวลาไปแก้ต่างข้อกล่าวหา อย่าดื้อแพ่งกลบเกลื่อนความผิดพลาดของตัวเอง พรรคฝ่ายค้านจะประชุมกันให้บ่อยที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากินเวลากันในการอภิปราย ตราบใดที่ตนเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกลจะไม่มีเหตุการณ์มีปัญหาเรื่องเวลาการอภิปรายเหมือนครั้งที่แล้วอีก

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ยืนยันไม่มีมวยล้มการอภิปราย ในครั้งที่แล้วก็ไม่มีมวยล้ม ฝ่ายค้านทำงานกันเต็มที่ แต่ขอให้ประธานที่ประชุมวางตัวเป็นกลาง อย่าเอนเอียงเข้าข้างรัฐบาล.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น