อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564

เปิดญัตติซักฟอก'บิ๊กตู่' ถูกยำใหญ่กระหน่ำใส่ทุกข้อหา

“นายกฯ” ถูกยำใหญ่กระหน่ำทุกข้อหา ซัด “บิ๊กป้อม” ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล “อนุทิน” บกพร่องแก้โควิด-19 ซักฟอก “จุรินทร์”ลอยตัวหนีปัญหา แฉ “รมว.ศึกษา” ข่มเหงเหงข้าราชการประจำ บอก “สุชาติ” ปล่อยส่วยแรงงาน จนทำโควิด-19 ระบาดรอบ2-ยุยงปลุกปั่น อัด “ศักดิ์สยาม” เอื้อนายทุน ซัด “ธรรมนัส” ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล กร่าง เถื่อน   จันทร์ที่ 25 มกราคม 2564 เวลา 11.27 น.


เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเนื้อหาการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรีนั้น 1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถูกยื่นอภิปรายประเด็นบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรม ไร้ภาวะผู้นำ ไร้จิตสำนึกและความรับผิดชอบ มีพฤติการณ์ทุจริต ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเพื่อสร้างความร่ำรวยมั่งคั่งให้ตนเองและพวกพ้อง ท่ามกลางภาวะที่ประชาชนดำรงชีวิตอย่างยากลำบาก จากการระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจดิ่งเหว มีการใช้อำนาจแลกผลประโยชน์ ทำให้การทุจริตแพร่กระจาย ไม่ต่างจากโรคระบาด จนได้ชื่อว่าเป็นยุคทุจริตเฟื่องฟู เบ่งบานมากที่สุด ปกปิดความผิดตนเองและพวกพ้อง ไม่รอบคอบใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน ไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง มุ่งแต่สร้างความนิยมชมชอบให้ตนเอง สร้างความแตกแยกในสังคม ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ ทำลายผู้เห็นต่าง ละเลยให้มีบ่อนพนันกระจายไปทั่ว ไม่ยึดมั่นศรัทธาการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำลายและเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน นำสถาบันเป็นข้ออ้างเพื่อแบ่งแยกประชาชน แอบอ้างสถาบันเป็นเกราะปิดบังความผิดพลาดล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดินของตนเอง ละเมิดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ทำลายระบบคุณธรรมในระบบราชการ แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม การบริหารราชการแผ่นดินของพล.อ.ประยุทธ์ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง



2. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ถูกยื่นอภิปรายประเด็นทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ใช้งบประมาณรัฐสร้างความร่ำรวย มั่งคั่งให้ตนเอง ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ซื่อสัตย์สุจริต มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองและพวกพ้อง ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง 3. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาด บกพร่องร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถ ไม่ควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ส่งผลให้มีการแพร่ระบาดรอบสองอย่างกว้างขวาง รวดเร็ว สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจประเทศ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประชาชน ปกปิด อำพรางการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรค เพื่อเปิดช่องให้ทุจริต แสวงหาประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชน ดำเนินนโยบายที่เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน 4.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ บริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรม จริยธรรม ไร้ภาวะผู้นำ ไร้สำนึก ไร้ความรับผิดชอบ ลอยตัวหนีปัญหา เลือกปฏิบัติ พูดอย่างทำอย่าง ไม่ยึดหลักธรรมาภิบาล ไม่ปฏิบัติตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี แต่งตั้งบุคคลไม่มีคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถเพื่อแสวงหาประโยชน์ในลักษณะแบ่งแยกหน้าที่กันทำ ทุจริตในหน่วยงาน จงใจปกปิดข้อมูล ปกป้องการทุจริตและแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ใช้อำนาจด้วยความไม่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เสียสละ ไม่เปิดเผย และไม่มีความรอบคอบ ผลของการปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้หน่วยงานในกำกับเกิดความเสียหาย กระทบต่อผลประโยชน์ประเทศและประชาชนอย่างร้ายแรง 5. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย บริหารราชการแผ่นดินโดยมิคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศ และความผาสุกของประชาชน แต่ใช้อำนาจในตำแหน่งแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้อง ใช้กลไกทางกฎหมายวางแผนทุจริตอย่างเป็นระบบแยบยล ปล่อยปละละเลยให้องค์กรในกำกับทุจริตอย่างกว้างขวาง ใช้อำนาจด้วยความไม่ซื่อสัตย์ ไม่และปกปิดความผิดตนและบุคคลแวดล้อม บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาด บกพร่องอย่างร้ายแรง ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง



6. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไม่เคารพหลักการสิทธิมนุษยชน ละเว้นและบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรมจริยธรรม ไร้สำนึก ไร้ความรับผิดชอบ ขาดวุฒิภาวะและความเป็นผู้นำที่ดี ใช้อำนาจแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำในลักษณะกดขี่ข่มเหงข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้มีบุคคลหลายรายซึ่งเป็นพวกพ้องของตนเข้าสู่ตำแหน่ง และแสวงหาประโยชน์โดยการทุจริต มีพฤติกรรมฉ้อฉล ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จงใจปกปิดข้อมูลเพื่อปิดบังการทุจริต 7. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน บริหารราชการผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยปละละเลยให้มีการแสวงหาประโยชน์จากผู้ใช้แรงงาน ไม่กำกับควบคุมผู้ใช้แรงงานต่างด้าวให้เป็นระบบจนเกิดแรงงานผิดกฎหมายจำนวนมาก สร้างผลกระทบอย่างชัดเจนต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จนส่งผลเสียหายแก่ประเทศและเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง มีพฤติการณ์ใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตนและพวกพ้อง สร้างความแตกแยกให้เกิดในสังคม ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชังระหว่างผู้ที่เห็นต่าง



8. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม บริหารราชการแผ่นดินโดยเห็นแก่ผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง โดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่เกิดกับประเทศชาติและประชาชน เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนผูกขาด เพื่อให้มีสิทธิดำเนินงานในกิจการของรัฐ โดยไม่รักษาผลประโยชน์ของรัฐ ทุจริตต่อหน้าที่และปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในหน่วยงานที่กำกับดูแล สมคบกันเพื่อปิดบังการทุจริต 9. นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดคุณธรรมและจริยธรรม ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ และ 10. ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า  รมช.เกษตรและสหกรณ์ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่อง ใช้งบประมาณของรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง โดยไม่รักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด ปกปิดข้อมูลความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในการยื่นหรือการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เข้าสู่ตำแหน่งโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล กร่างเถื่อน และสร้างอิทธิพลให้กับบริวารและพวกพ้อง ปกป้องพวกพ้องโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ เสนอให้มีการแต่งตั้งคู่สมรสที่อยู่กินฉันสามีภรรยาเป็นข้าราชการการเมือง โดยไม่คำนึงถึงวุฒิภาวะและความเหมาะสม.
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    29%
  • ไม่เห็นด้วย
    71%

ความคิดเห็น