อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564

"อนุทิน"พร้อมตอบ"ธนาธร"ถามปมวัคซีน

"เสี่ยหนู"พร้อมตอบ"ธนาธร"ถามปมวัคซีน ย้ำรัฐไม่ล่าช้า ยันพร้อมฉีดคนแรก 14 ก.พ. วอนปชช.ร่วมมือเลี่ยงจัดปาร์ตี้แม้กฎหมายไม่ห้าม ชี้ใครดื้อโดนสังคมประณามแน่ อังคารที่ 26 มกราคม 2564 เวลา 11.14 น.


เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถาม 5 ข้อเกี่ยวกับแผนการของรัฐบาลในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แก่ประชาชน และมองว่ามีความล่าช้า ว่า ไม่ได้ล่าช้าอะไร เราจะทำให้เร็วขึ้นด้วยซ้ำ โดยเราวางแผนตั้งแต่แรก คือวัคซีนชุดแรก ที่จริงถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ที่ จ.สมุทรสาคร เมื่อช่วงสิ้นปี 2563 เดิมเรามีกำหนดการจะเริ่มฉีดในเดือน มิ.ย.2564 แต่อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ประเทศไทยไม่มีการแพร่ระบาดทั่วประเทศในลักษณะเดียวกับที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ และค่อนข้างควบคุมสถานการณ์ได้อย่างดี  ส่วนความจำเป็นในการนำวัคซีนดังกล่าวมาแจกจ่ายให้ประชาชนนั้น เราต้องพิจารณาเรื่องความปลอดภัย ทั้งนี้ ประเทศเราถือว่าโชคดีกว่าประเทศอื่นจากการที่เราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดี ทำให้เราได้มีโอกาสเลือกสิ่งที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด เราอยากเป็นคนแรก

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตอนนี้มีข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ มีผลการทดลองออกมาขึ้นเรื่อยๆ และปรากฏอย่างชัดเจนว่าวัคซีนของบริษัท แอสตราเซเนกา ที่เราเลือกมาเป็นส่วนใหญ่ น่าจะเหมาะสมกับสถานการณ์ ภูมิประเทศ และคนไทยมากที่สุด ซึ่งเราทำตามนั้น ไม่ได้มีอะไรที่ล่าช้าเลย ในทางตรงกันข้าม ทุกอย่างอยู่ในประเทศของเรา จึงไม่ต้องกังวลว่าเราจะถูกตัดคำสั่งซื้อหรือถูกประเทศใดตัดคิวหรือแย่งไปก่อน

เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีเป็นห่วงว่าการที่มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องจะทำให้ไทม์ไลน์การฉีดวัคซีนล่าช้าออกไป นายอนุทิน กล่าวว่า  นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงประชาชนมากกว่า ท่านจึงปรารภไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง ตนและทีมงานในกระทรวงสาธารณสุขไม่เคยมองเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง และหากได้มา ตนก็พร้อมจะรับวัคซีนให้ฉีดคนแรก ตนก็ฉีด ไม่มีปัญหา นอกจากนี้ ตนยืนยันว่าไม่มีเรื่องการเมือง และไม่มีเรื่องผลประโยชน์ให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและกฎหมาย มีหลักวิชาการและบุคลากรทางการแพทย์ให้การรับรอง

เมื่อถามว่าจะชี้แจงอย่างไรต่อคำถามของนายธนาธร 5 ข้อ นายอนุทิน กล่าวว่า เขาเขียนมาหาอย่างสุภาพแบบให้เกียรติกัน ตนก็จะตอบข้อสงสัยตามช่องทางที่เขาเขียนมาก ทั้งนี้ ถ้ามีข้อสงสัย และให้เกียรติกัน ไม่มีเจตนาแอบแฝง ตนก็พร้อมจะตอบอยู่แล้ว และสิ่งที่นายธนาธรให้คำแนะนำมานั้น ถ้ามีอะไรที่ตนเห็นว่ามีประโยชน์ ตนก็จะนำไปคิดและปฏิบัติ

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า วัคซีนจะฉีดได้ในวันที่ 14 ก.พ.นี้ นายอนุทิน จะฉีดคนแรกหรือไม่  นายอนุทิน กล่าวว่า  ฉีดก็แล้วกัน มาเมื่อไหร่ก็ฉีด แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อวัคซีนถูกส่งมาถึงแล้ว จะนำฉีดได้ทันที เพราะต้องให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบว่าต้องมีความปลอดภัยอย่างที่สุด และขอให้ความมั่นใจก่อนที่จะแขนประชาชนต้องมีความปลอดภัย

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในกรุงเทพฯ รายที่ 598 ไม่กักตัว ตามมาตรการของสาธารณสุข ในระหว่างรอผลตรวจเชื้อ โดยมีพฤติกรรมออกไปทานข้าวและซื้อของในซูเปอร์มาร์เกตระหว่างกักตัว ว่า ถ้ามัวดูในโซเชียล การสาธารณสุขก็ไปผิดที่ ถ้าต้องการข้อมูลในเชิงนโยบายเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเรื่องโควิด ต้องฟังจากกระทรวงสาธารณสุข และสามารถสอบถามทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ (ศบค.) อย่าไปเชื่อฟังคนนั้นคนนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า บางคนที่เป็นผู้มีความเสี่ยงไม่ได้กักตัวครบตามกำหนดเวลาที่ควรทำ นายอนุทินกล่าวว่า เราต้องไปดู ที่จริงไม่มีให้กักตัวที่บ้าน คนที่จะถูกกักตัวจะต้องเดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ 14 วัน ถ้ามีความเสี่ยงเป็นผู้สัมผัสให้เฝ้าระวังสังเกตอาการตัวเอง เหมือนกับตนที่เคยไปสัมผัสผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร จึงต้องระวังตัวเอง ไม่ไปพบใคร แต่ยังสามารถทำงานได้ แต่คนที่ไม่กักตัวตามแพทย์แนะนำต้องให้สัมคมช่วย

เมื่อถามว่าดาราและนักแสดงที่จะปาร์ตี้ ช่วงที่แพร่ระบาดเมื่อต้นปี จะมีกฎหมายดำเนินการเอาผิดได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า  กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ เราแค่ขอความร่วมมือโดยให้หลีกเลี่ยงการจัดสังสรรค์ ซึ่งขึ้นอยู่กับใครร่วมมือหรือไม่ ถ้าไปบังคับ ก็โดนอีก เราจึงพยายามขอความร่วมมือ แต่ถ้าไม่ได้ ก็ให้สังคมประณาม นอกจากนี้ สิ่งที่ผิดคือห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร และให้เปิดนั่งรับประทานอาหารในร้านอาหารได้ถึงเวลา 21.00 น. ร้านอาหารจึงจะมาอ้างว่าลูกค้านำมาเองไม่ได้ เพราะเรายังไม่อนุญาตให้ดื่มในร้านอาหาร ซึ่งเรื่องนี้เรากำชับสายตรวจให้เข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้ ต้องอยู่กันด้วยจิตสำนึก ถ้าใช้กฎหมายหมด ก็จะต้องล็อกดาวน์ แล้วงานจะเข้าอีก

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่สมาคมภัตตาคารไทยร้องขอให้รัฐบาลขยายเวลาการนั่งรับประทานอาหารในร้านอาหารได้ ถึงเวลา 23.00 น. จะเข้าพิจารณาในการประชุม ศบค. วันที่ 29 ม.ค.นี้ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้ามีปาร์ตี้อยู่แบบนี้ จะพิจารณาอย่างไร เราพร้อมพิจารณาและจะให้ถึงเที่ยงคืนด้วยซ้ำ แต่คนที่เสนอให้เปิดทำตามกฎที่เรา ห้ามขายเหล้าในร้าน ให้เว้นระยะห่าง มีช้อนกลาง ได้อย่างเต็มที่หรือเปล่า ซึ่งข้อเสนอเหล่านี้ รวมถึงการลดจำนวนพื้นที่เสี่ยงให้รอฟังจากที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 29 ม.ค.นี้.
 



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น