อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564

วันนี้กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไร้ฝุ่นพิษเกินมาตรฐาน

ศูนย์แก้ไขมลพิษทางอากาศเผยค่าฝุ่น PM2.5 ยังเกินมาตรฐานใน 18 จังหวัด “คพ.-กรมควบคุม โรค” ติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศนนทบุรี   อังคารที่ 26 มกราคม 2564 เวลา 12.11 น.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 ม.ค. ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ภาพรวมปริมาณ PM2.5 ในประเทศลดลงจากเมื่อวาน ยังคงเกินค่ามาตรฐานใน จ.เชียงราย จ.พะเยา จ.น่าน จ.เชียงใหม่ จ.ลำปาง จ.แพร่ จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.ตาก จ.เพชรบูรณ์ จ.สระบุรี  จ.หนองคาย จ.นครพนม จ.ขอนแก่น จ.ร้อยเอ็ด จ.ชัยภูมิ จ.อุบลราชธานี และ จ.นครราชสีมา

ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 35 - 85 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 40 - 99 มคก./ลบ.ม. ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐาน 2 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 13 - 59 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 14 - 40 มคก./ลบ.ม. ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 5 - 20 มคก./ลบ.ม.

กทม.และปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ​ ​กทม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 15 - 43 มคก./ลบ.ม.
ประชาชนทั่วไป ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์
 
สำหรับประชาชน​ที่อยู่​บริเวณพื้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ​ (พื้นที่สีแดง)​ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ โดยสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ bangkokairquality.com แอพพลิเคชั่น Air4Thai และ AirBKK



ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ร่วมเปิดสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติแห่งใหม่ของ จ.นนทบุรี ที่ตั้งอยู่ในบริเวณกรมควบคุมโรค เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนทั้งในมิติของสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและการป้องกันดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเป็นจุดตรวจวัดที่จะไปแสดงผลในแอพพลิเคชั่น “Air4Thai” และเว็บไซต์ www.air4thai.com ชื่อว่า สถานีตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เพื่อเป็นข้อมูลในการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ และเตือนภัยอีกหนึ่งจุดที่สำคัญของ จ.นนทบุรี

นายอรรถพล กล่าวว่า สำหรับสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศฯ แห่งใหม่นี้ เป็นหนึ่งใน 73 สถานีใน 42 จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งอยู่ในพื้นที่กระทรวงสาธารณสุข และเป็นพื้นที่ของกรมควบคุมโรค ซึ่งเป็นหน่วยงานพันธมิตรของกรมควบคุมมลพิษ ในการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ พร้อมการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนสุขภาพประชาชนต่อไป ซึ่งกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นมี 3 กิจกรรมหลัก คือ 1.การเผาในที่โล่ง เช่น เผาขยะ เผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ข้าว ข้าวโพด อ้อย 2.การใช้งานยานพาหนะบนท้องถนน และ 3.อุตสาหกรรมและการก่อสร้าง

“ทั้งนี้ การตรวจวัดจากสถานีต่างๆ จะเห็นว่าพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของฝุ่นสูงเป็นพื้นที่ที่มีกิจกรรมทั้ง 3 นี้หรืออย่างน้อย 1 ใน 3 นี้อย่างหนาแน่น ส่วนมาตรการในการลดฝุ่นที่หน่วยงานภาครัฐได้ดำเนินการมาแล้วนั้น มีทั้งมาตรการบังคับใช้กฎหมาย เช่น การตรวจจับรถควันดำ เป็นต้น การขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ลดมลพิษ เช่น การ Work From Home พิจารณาปิดโรงเรียน งดเผาในที่โล่ง และลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เป็นต้น ทั้งนี้ ขอแนะนำประชาชนว่าถ้าไม่จำเป็นไม่ควรออกนอกบ้านหรือทำกิจกรรมนอกบ้านในช่วงที่มีค่าฝุ่นสูง หากจำเป็นก่อนออกจากบ้านทุกครั้งควรตรวจสอบค่าฝุ่นที่แอพพลิเคชั่น Air4Thai เพื่อประเมินความเสี่ยงและหาวิธีป้องกันการสัมผัสฝุ่นที่เหมาะสม” นายอรรถพล กล่าว

ด้าน นพ.โอภาส กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่พบว่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในบางพื้นที่สูงเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนได้ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่จะต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค และกรมควบคุมมลพิษ ได้ให้ความสำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน และได้ร่วมกันดำเนินการในมาตรการต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพดังกล่าว การเปิดสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติแห่งใหม่ของ จ.นนทบุรี จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยแจ้งเตือนประชาชนใน จ.นนทบุรี ได้ทราบว่าสภาพอากาศในพื้นที่เป็นอย่างไร ซึ่งการแจ้งเตือนภัยนี้เป็นอีกมาตรการที่สำคัญ โดยกรมควบคุมมลพิษ แจ้งเตือนระดับมลพิษในอากาศเมื่อพบว่ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและมีผลต่อสุขภาพ

ขณะที่ทางกรมควบคุมโรค เตือนภัยให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่เสียง เพื่อให้มีการป้องกันตนเองอย่างเหมาะสมและทันเวลา ก่อนที่จะเกิดการเจ็บป่วย ซึ่งกลุ่มเสี่ยงมี 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1.เสี่ยงเพราะอายุ คืออายุน้อยหรืออายุมาก ทำให้ความสามารถของร่างกายในการจัดการฝุ่นน้อยกว่าคนทั่วไป และ 2.เสี่ยงเพราะมีปัญหาสุขภาพ เมื่อได้รับฝุ่นจะเสี่ยงมีอาการรุนแรงได้ เช่น ผู้ป่วยภูมิแพ้ ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น