อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564

PM 2.5ยังน่าห่วง ป่วยถูกหามส่งโรงหมอ28 ราย

กรมอนามัย เผยPM 2.5ยังน่าห่วง ป่วยถูกหามส่งโรงหมอ28 ราย ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ชี้กลุ่มเด็กยังเปราะบาง กว่า 44.1 % อยู่ในพื้นที่ค่าฝุ่นสูง “คร.” จับมือ คพ.ตั้งสถานีวัคคุณภาพอากาศ ทดแทนสถานีบางกรวย อังคารที่ 26 มกราคม 2564 เวลา 13.10 น.

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่กรมอนามัย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วง 1-2 วันนี้ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในกทม.ดีขึ้น แต่หลายพื้นที่โดยเฉพาะในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เริ่มมีปัญหาฝุ่น PM 2.5 จากการเผาไหม้ บางพื้นที่อยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ประมาณวันที่ 27-28 ม.ค. ในพื้นที่ กทม.จะเริ่มมีปัญหาฝุ่นอีกครั้ง ดังนั้นขอให้ประชาชนตรวจสอบสภาพอากาศ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กลางแจ้ง ทั้งนี้ จากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้เข้ารับการรักษาใน รพ.จากกรณีฝุ่น 28 ราย แบ่งเป็นปอดอุดกั้นเรื้อรัง 14 ราย โรคระบบทางเดินหายใจ 13 ราย หอบหืด 1 ราย โดยกว่า 18 รายต้องมาที่แผนกฉุกเฉิน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อจำแนกกลุ่มอาการพบว่า มากที่สุดยังคงเป็นอาการโรคระบบทางเดินหายใจส่วนต้น ได้แก่ คัดจมูก มีน้ำมูก 17% แสบจมูก 13.7% และแสบตาคันตา 9.8% 
 
นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า สำหรับกลุ่มเด็กซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางนั้น จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกประมาณการณ์ว่าแต่ละปีจะมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เสียชีวิตที่มีความเกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ กว่า 5.7 แสนราย นอกจากนี้มลพิษทางอากาศยังกระทบต่อพัฒนาการทางสมองและประสิทธิภาพการทำงานของปอด รวมถึงกระตุ้นจากโรคหอบ หืด และเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยด้วยโรคระบบหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ และมะเร็งในระยะยาว ส่วนในประเทศไทย ในปี 2563 มีเด็กอายุ 0-14 ปี 44.1% ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีค่า PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน และป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับฝุ่นละอองขนาดเล็กจำนวน 618,131 ราย หรือ 5.7% ของเด็กทั้งหมด โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจ แสดงว่าในทุกๆ วันจะมีเด็ก 0-14 ปีต้องมารักษาอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 กว่า 1,694 ราย ต่อวัน
 


ดังนั้น ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล ควรป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก โดยลดหรืองดการออกนอกอาคารในวันที่ค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน หากจำควรสวมหน้ากากตลอดเวลา กินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ปิดประตูหน้าต่างในช่วงที่มีฝุ่นสูง และหากมีอาการผิดปกติ ให้ไปพบแพทย์  
 
ด้าน ผศ.พญ.หฤทัย กมลาภรณ์ กุมารแพทย์โรคระบบหายใจ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า เนื่องจากเยื่อบุทางเดินหายใจและระบบภูมิคุ้มกันที่ยังเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ จึงไม่สามารถป้องกันฝุ่นได้เท่าผู้ใหญ่ ดังนั้นฝุ่นที่มีผลกระทบกับเด็กจะอยู่ที่มากกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนเด็กที่มีปัญหาโรคทางเดินหายใจอยู่แล้ว เช่น โรคหืด โรคปอดเรื้อรัง เยื่อบุจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ และโรคหัวใจ คุณภาพอากาศที่จะส่งผลกระทบคือมากกว่า 37 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ผู้ปกครอง ควรปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด ไม่สูบบุหรี่ หรือจุดธูปในอาคาร ถูพื้นโดยใช้ผ้าเปียกลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น การใช้เครื่องปรับอากาศ หรือฟอกอากาศควรเลี่ยงเครื่องมีการผลิตโอโซน เพราะโอโซนปริมาณมากเป็นมลพิษอย่างหนึ่ง
 


วันเดียวกัน ที่กรมควบคุมโรค นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมเปิดสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติแห่งใหม่ของจังหวัดนนทบุรี ที่ตั้งอยู่ ณ กรมควบคุมโรค ทดแทนสถานีเดิมในอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนทั้งในมิติของสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและการป้องกันดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเป็นจุดตรวจวัดที่จะไปแสดงผลในแอพพลิเคชั่น “Air4Thai” และเว็บไซต์ www.air4thai.com พร้อมระบุว่า มี 3 กิจกรรมที่ก่อฝุ่นละออง คือ 1.การเผาในที่โล่ง 2.ควันรถ และ 3.อุตสาหกรรมและการก่อสร้าง.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

ความคิดเห็น