อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

จวก'กก.สมานฉันท์'ไร้น้ำยา เชื่อแกนนำ3นิ้วไม่คุยด้วย

“ส.ส.ก้าวไกล”ซัด กก.สมานฉันท์แค่ “เสือกระดาษ-ไร้น้ำยา” เชื่อ แกนนำปลดแอกไม่คุย ด้าน “อมรัตน์” ติง “ชวน” ดันทุรังตั้งขึ้นมา พุธที่ 27 มกราคม 2564 เวลา 20.14 น.


เมื่อวันที่ 28 ม.ค. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการสมานฉันท์ เตรียมหาช่องทางติดต่อเพื่อพูดคุยและรับฟังความเห็นของแกนนำหรือตัวแทนผู้ชุมนุม ว่า ตนเชื่อว่าแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมไม่อยากคุยด้วยตามที่เคยระบุไว้แล้วก่อนหน้านี้ เพราะมองว่ากรรมการสมานฉันท์นั้นไม่มีประโยชน์ ขณะเดียวกันข้อเรียกร้องต่างๆ ของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นได้แสดงไว้ระหว่างการชุมนุมที่ผ่านมาแล้ว

เมื่อถามว่า ในฐานะที่รู้จักกับแกนนำผู้ชุมนุมพร้อมให้ความช่วยเหลือหรือประสานงานให้หรือไม่ นางอมรัตน์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะมองว่าไม่มีประโยชน์และที่ผ่านมาแกนนำผู้ชุมนุม เช่น นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มคณะราษฎร เคยให้ความเห็นผ่านกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหลายคณะแล้ว อย่างไรก็ดีเรื่องนี้ไม่ใช่ไม่อยากช่วย แต่ความพยายามของคณะกรรมการสมานฉันท์นั้น ไม่มีประโยชน์

ต่อข้อถามว่า  มีข้อเสนอต่อการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในสถานการณ์ขัดแย้งทางการเมืองหรือไม่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า โอกาสดังกล่าวนั้นเลยไปไกลแล้ว เพราะรัฐบาลไม่สร้างบรรยากาศให้เกิดขึ้น ที่ผ่านมารัฐบาลตามแจกคดีให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม พบการบังคับใช้กฎหมายและใช้อำนาจรัฐ อุ้มแนวร่วมของกลุ่มผู้ชุมนุมไปไว้ที่สถานีตำรวจ โดยไม่แจ้งข้อกล่าวหา เป็นต้น ซึ่งการทำงานของกรรมการสมานฉันท์ไม่มีประโยชน์ ไม่มีความชอบธรรม ตั้งแต่ต้น แต่ด้วยความดันทุรังตั้งของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นวิธีที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น สิ่งสำคัญคือท่าทีของรัฐบาล

ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ที่ผ่านมาการสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นกับทุกฝ่ายนั้น ตนได้ใช้โอกาสของการเป็นกรรมาธิการในสภาฯ และการใช้เวทีสภาฯ เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจ และเป็นปากเป็นเสียงแทนกลุ่มผู้ชุมนุม พูดให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน แต่ไม่เคยได้รับการตอบสนองจากรัฐบาล ทั้งนี้การหาแนวทางสร้างความสมานฉันท์ปรองดอง ส่วนตัวมองว่ารัฐบาลควรสนองตอบต่อความต้องการของประชาชน รับฟังข้อเสนอพร้อมให้คำตอบว่าประเด็นใดทำได้ หรือทำไม่ได้ หรือประเด็นใดต้องการศึกษา  แทนการจับกุมกลุ่มผู้เห็นต่าง

“ผมมองว่าการทำงานของกรรมการสมานฉันท์ต่อแนวทางนี้ คือ เป็นแค่เสือกระดาษ ไม่มีน้ำยา การสมานฉันท์จะเกิดขึ้นได้อย่างไร หากรัฐยังจับกุมคนเคลื่อนไหว หรือรัฐบาลจะบอกว่าสมานฉันท์เกิดขึ้นแล้ว เมื่อไม่มีอีกฝ่าย ซึ่งสิ่งที่พยายามพูดนั้นเหมือนจะดูดี แต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่ ดังนั้นผมขอฝากไปยังผู้มีอำนาจ รวมถึงนายกรัฐมนตรีให้เลิกคุกคาม ข่มขู่ และพิจารณาข้อเสนอของผู้ชุมนุม โดยสิ่งแรกที่ต้องทำคือ การลาออก ซึ่งผมเชื่อว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีลาออกแล้วสังคมจะเกิดความประนีประนอมกันได้” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า การรับฟังความคิดเห็นของผู้ชุมนุมไม่จำเป็นต้องตั้งกรรมการสมานฉันท์ เพราะรูปแบบของการรับฟังผ่านเวทีสภาฯ สามารถทำได้ เพียงแต่ข้อเรียกร้องนั้นฝ่ายผู้มีอำนาจไม่เคยรับไปดำเนินการ ดังนั้นสิ่งที่กรรมการสมานฉันท์ควรทำอย่างเร่งด่วน คือ รีบทำงานให้จบ เพื่อประหยัดงบประมาณซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนที่นำมาจ่ายเป็นค่าตอบแทนการประชุม
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    18%
  • ไม่เห็นด้วย
    82%

ความคิดเห็น