อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

ด่วน!'คนอ้วน'มีสิทธิก่อน ฉีดวัคซีนโควิดฟรีชี้'กลุ่มเสี่ยง'

สธ.เพิ่มกลุ่มคนอ้วน รับสิทธิฉีดวัคซีนกันโควิดฟรี ชี้เป็นกลุ่มเสี่ยง ระยะหลังอาการรุนแรงขึ้น ย้ำแผนปี 64 ให้วัคซีนครอบคลุมคนไทยทุกคน รวมต่างด้าว พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564 เวลา 18.50 น.

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 1/ 2564 ว่า แผนการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในประเทศไทยขณะนี้ทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยในส่วนของลอตแรกที่จะเข้ามา 50,000 โด๊สจากบริษัทแอสตราเซเนกาในเดือน ก.พ.นั้น ขึ้นอยู่กับเรื่องของมาตรการการขนส่งด้วย และเนื่องจากขณะนี้ ทางอียูจะมีการจำกัดส่งออกออกวัคซีน ดังนั้นต้องดูว่า ลอตที่จะเข้ามานี้ถูกรวมอยู่ด้วยหรือไม่ หากรวมอยู่ด้วยก็ให้ทางบริษัทไปต่อสู้ให้ แต่ถึงอย่างไรก็จะเข้ามาภายในเดือน ก.พ.นี้ แต่ไม่ได้ระบุว่าเข็มแรกจะทันวันที่ 14 ก.พ.หรือไม่

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่าไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำงานของคณะทำงานจัดหาและฉีดวัคซีนเด็ดขาด ไม่มีมาแทรกแซงว่า เอาไปฉีดให้พื้นที่นั้น พื้นที่นี้ก่อน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักการแพทย์ โดยทยอยฉีดวัคซีนตามแผนให้ทุกคนในผืนแผ่นดินไทย เพื่อเป้าหมายให้ประเทศไทยปลอดภัย ปลอดโรค อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ฉีดวัคซีนแล้วประชาชนยังต้องคงมาตรการควบคุมป้องกันโรคส่วนบุคคล คือสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ ซึ่งถือเป็นวัคซีนส่วนตัวที่มีประสิทธิภาพ  

ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน ประธานคณะกรรมการอำนวยการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับกลุ่มดังนี้ 1.บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน 2. ผู้มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หัวใจและหลอดเลือด ไตเรื้อรังระยะสุดท้ายขึ้นไป โรคหลอดเลือดสมอง มะเร็งที่ให้เคมีบำบัด รังสีรักษา หรือภูคุ้มกันบำบัด และเบาหวาน และเพิ่มโรคอ้วนที่มีดัชนีมวลกาย 35 กก.ต่อตารางเมตร ทั้งนี้ ที่เพิ่มกลุ่มคนอ้วนเข้าไป เพราะในระยะหลังคนที่มีอาการรุนแรงในต่างประเทศพบในคนอ้วนมากขึ้น ซึ่งโดยธรรมชาติคนอ้วนจะมีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจอยู่แล้ว ดังนั้นจึงถือเป็นกลุ่มเสี่ยงด้วย 3.ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และ 4. บุคลากรด่านหน้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด-19 อาทิ ตำรวจ ทหาร อสม.คนที่ทำงานใน รพ. อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาให้กับพื้นที่เสี่ยงก่อน   

ส่วน นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนกล่าวว่า เมื่อได้รับวัคซีนแล้วจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้หรือไม่นั้น ตัดสินได้ยาก เพราะวัคซีนป้องกันการป่วย อาการรุนแรง ยังไม่มีรายงานป้องกันการแพร่เชื้อได้ ดังนั้นจะเอามาตัดสินเรื่องภูมิคุ้มกันหมู่ไม่ได้ แต่ประเทศไทยมีแผนว่า ภายในปี 2564 จะกระจายวัคซีนให้กับคนไทยและทุกคนบนผืนแผ่นดินไทย โดยขณะนี้ได้มีความร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำแผนสื่อสาร สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน ทั้งในแง่ของความปลอดภัย ประสิทธิภาพ คุณภาพในระดับที่เรายอมรับ เพราะการรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 นั้นเป็นการให้แบบสมัครใจ

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า แผนการจัดหาและฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมทุกคนในประเทศไทย ทั้งแรงงานต่างด้าวสัญชาติต่างๆ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาถึงเรื่องงบประมาณเช่นเดียวกัน เพราะกรณีคนไทยจะมีระบบหลักประกันสุขภาพตามสิทธิอยู่แล้ว ส่วนแรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองถูกกฎหมายนั้นก็ไม่มีปัญหา เพราะมีงบประมาณจากประกันสังคม ประกันสุขภาพรองรับอยู่ แต่ที่ยังมีปัญหาอยู่คือ แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ตรงนี้เป็นหน้าที่ของกรมควบคุมโรคที่ต้องดูแล อาจจะต้องของบประมาณกลางเพิ่ม แต่เรื่องนี้คิดว่า ควรต้องให้นายจ้างเป็นคนรับผิดชอบหรือไม่.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น