อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

'ปิยบุตร'อวยพร'งูเห่า'ขอให้ไปดี ชี้สุดท้ายจบแค่ที่เงิน

“ปิยบุตร”อวยพร “งูเห่า”ขอให้ทุกคนไปดี เผยสมัย อนค.ออกข้อสอบ 3 ข้อคัดคนเองกับมือ ชี้สุดท้ายจบมันจบแค่ที่เงิน หวังเป็นบทเรียนให้คัดครองคนในอนาคตดีขึ้น อังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 18.47 น.

 
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าวผ่านแอพพลิเคชั่น Clubhouse ในหัวข้อ “หนึ่งปี ปิยบุตร อ่านการเมืองไทยหลังไร้อนาคตใหม่”ตอนหนึ่ง ว่า ว่าหลังจากการยุบพรรคได้หนึ่งสัปดาห์ สิ่งที่คิดขึ้นมาได้ คือยอมรับว่าผิดหวังหลายเรื่อง ทั้งในแง่ว่าสุดท้ายการเมืองไทยก็ทำกันแบบนี้ นักการเมืองอาวุโสหลายคนทักทายกันในสภาดี แต่บทอยากจะได้ ส.ส. ของเราก็จะเอาให้ได้ อภิปรายไม่ไว้วางใจอยากเอาเวลาอภิปรายของเราไปก็เอาไป มานั่งคิดทบทวนว่าจะทำอะไรต่อ ในโครงสร้าง องค์กรแบบไหน เราไม่สามารถเข้าไปทำอะไรในระบบได้แล้ว ส่วนการชุมนุมที่เกิดขึ้น จะขึ้นไปเป็นแกนนำก็ไม่มีประโยชน์อะไร เป็นจุดอ่อนให้ฝ่ายตรงข้ามเอามาโจมตี ทุกคนที่อยู่ในการชุมนุมก็ทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว เลยกลับมาสู่จุดว่าเราต้องทำงานเรื่องความคิดเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่ในมหาวิทยาลัย แต่เป็นทั่วประเทศ เลยมาเป็นหนึ่งในภารกิจของคณะก้าวหน้า
 
นายปิยบุตร ยังกล่าวถึงปรากฏการณ์งูเห่า ที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่มาจนเป็นพรรคก้าวไกล ว่า ตั้งแต่ตอนที่ทำพรรคอนาคตใหม่มาได้เห็นคนที่มาร่วมงานกับอนาคตใหม่ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรค มาสมัครสมาชิก สมัครเป็นผู้สมัคร ส.ส. ไปหาเสียงด้วยกัน จนมาเป็น ส.ส. เรามีเวลาคัดคนแค่ 2-3 เดือน ในการหาผู้สมัคร 350 เขต 350 คน ในการคัดกรอง ตนเป็นผู้ออกข้อสอบ 3 ข้อ มีข้อ 1.ถ้าคุณเป็น ส.ส. แล้วเกิดรัฐประหารคุณจะทำอย่างไร 2. ถ้าวันหนึ่งตั้งใจจะทำอะไรเพื่อประโยชน์ของประเทศ แต่เป็นฝ่ายค้านทำไม่ได้ แล้ววันหนึ่งรัฐบาลสืบทอดอำนาจอำนวยความสะดวกให้ทำจะไปกับเขาไหม 3. ไม่มีเงินเป็นถุงเป็นถังให้ลงไปหาเสียงจะทำอย่างไร โดยตั้งโจทย์เหล่านี้ขึ้นมา ก็เป็นเสมือนการบอกล่วงหน้าว่าเราจะทำการเมืองโดยอุดมการณ์ โดยไม่ใช้เงิน เป็นการเมืองแบบใหม่ อดมื้อกินมื้อด้วยกัน ทุกคนต้องรู้แต่แรกว่ามาที่นี่ล้วนจะลำบาก หลายคนตอบดีมาก แต่ทุกวันนี้ก็ย้ายไปอยู่พรรคอื่นแล้ว ทำให้ได้เห็นว่าสภาพการเมืองไทยก็เป็นแบบนี้ ถึงเวลาสุดท้ายก็จบกันที่เงิน
 
“ผมก็พยายามเข้าใจแต่ละคนนะที่ไป  อาจจะตำหนิว่าพรรคระบบไม่ดี พรรคมีปัญหา อะไรก็ตามแต่ แต่ทุกๆอย่างที่เขาตั้งข้อวิจารณ์มา สุดท้ายมันจบแค่ที่เงิน ก็พูดกันตรงไปตรงมา ที่คุณทำงานในพื้นที่อะไรไม่ได้ก็เพราะเราไม่มีเงินให้ ไม่นับรวมว่าเราเป็นฝ่ายค้าน แล้วไม่นับรวมว่าเราเป็นฝ่ายค้านที่เป็นเป้าใหญ่ที่ระบอบนี้ไม่ชอบ ผมถึงพยายามเรียกร้องตลอดว่าสุดท้ายเป็น ส.ส. เพื่ออะไร คุณเป็น ส.ส. เพื่อเปลี่ยนแปลง หรือคุณเป็น ส.ส. เพื่ออยากเป็น ส.ส. อีก ถ้าคุณจะเป็น ส.ส. แล้วอยากเป็น ส.ส. อีกอันนี้คุณต้องไปคิดแล้วว่าคุณต้องทำงานในพื้นที่ได้ แต่ถ้าคุณอยากเป็น ส.ส. เพื่อเปลี่ยนแปลง นี่มันจะเป็นคนละวิธีคิด ก็ไม่เป็นไร ก็อวยพรให้ทุกคนไปดีก็แล้วกัน” นายปิยบุตร กล่าว 
 
นายปิยบุตร ยังกล่าวอีกว่า ส่วนตัวเชื่อว่าทุกคนเป็นคนดี ตอนที่เขาเริ่มต้นมาเป็นนักการเมืองที่มีความหวังจริงๆ เขามีความหวัง ไม่เช่นนั้นเขาก็คงไม่มาลงกับเรา แต่พอเข้ามาสู่ระบบการเมือง อยู่ไปเรื่อยๆมีนักการเมืองต่างพรรคบ้าง มีงูเห่าที่ย้ายไปแล้วบ้าง มาคุยกันว่าได้เงินกันไปคนละเท่าไหร่ ได้งบลงไปทำพื้นที่เท่าไหร่ เจอแบบนี้ก็ใจสั่นขาสั่นได้เหมือนกัน ก็ถือว่าเป็นบทเรียนสำหรับการคัดกรองกันต่อไปในอนาคต
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    54%
  • ไม่เห็นด้วย
    46%

ความคิดเห็น