อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 12 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 12 เมษายน 2564

สภาแก้รธน.วุ่น"พรเพชร วิชิตชลชัย"สั่งเบรก 15 นาที

รัฐสภากลับมติให้ใช้เขตส.ส.เลือกส.ส.ร. และชงแก้หมวด 1-2 ได้ หากทำให้ดีขึ้น “โรม”ดักคออย่าล็อกส.ส.ร.ห้ามแก้บางเรื่อง“ส.ว.”กดดันห้ามส.ส.ร.แตะอีก38มาตรา พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 18.09 น.


เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่รัฐสภา มีการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมแห่งราชอาณาจักรไทย วาระ 2 โดยเป็นการพิจารณามาตรา 4 ต่อเนื่องเป็น วันที่สอง จากนั้นเข้าการพิจารณา มาตรา 256/5 ที่กมธ.เสียงข้างมากกำหนดให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งส.ส.ร. และใช้เกณฑ์จำนวนราษฎรในพื้นที่เป็นตัวกำหนดจำนวนส.ส.ร.ในแต่ละจังหวัด  ทั้งนี้มีส.ส.และส.ว.หลายคนอาทิ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายกล้านรงค์ จันทิก ส.ว.เห็นแย้งกับกมธ.เสียงข้างมาก โดยเสนอให้ใช้วิธีแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นเขตย่อยในจังหวัดเหมือนกับการเลือกตั้งส.ส. เพื่อให้คนในพื้นที่ได้มีโอกาสมาเป็นส.ส.ร. เพราะการใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งไม่เกิดประโยชน์ที่จะได้ตัวแทนประชาชนที่เป็นคนในพื้นที่จริงๆ แต่ส.ส.พรรคก้าวไกลหลายคน อาทิ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เสนอให้ใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้งส.ส.ร. เพื่อเปิดกว้างให้คนแต่ละอาชีพ แต่ละสาขาเข้ามาเป็นส.ส.ร. ได้คนดีมาร่างกติกาสูงสุดของประเทศ ให้แตกต่างจากการเลือกตั้งส.ส.ที่ได้แต่ผู้ทรงอิทธิพลในพื้นที่เข้ามาเป็น ก่อนที่ประชุมจะลงมติไม่เห็นชอบร่างของกมธ.เสียงข้างมาก โดยให้ใช้รูปแบบตามที่ กมธ.เสียงข้างน้อยเสนอมา คือ ให้ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เหมือนกับการเลือกตั้งส.ส.

ต่อมาเวลา 14.45 น. เข้าสู่การพิจารณา มาตรา256/10 ที่กมธ.เสียงข้างมากกำหนดให้กกต.จัดให้มีการเลือกตั้งส.ส.ร.แทนตำแหน่งที่ว่างลง ภายใน 45 วัน เว้นแต่จะเหลือเวลาไม่ถึง 90 วันในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องดำเนินการเลือกตั้ง ซึ่งที่ประชุมลงมติเห็นชอบตามที่กมธ.เสียงข้างมากเสนอมา ส่วนมาตรา256/13 ที่กมธ.เสียงข้างมากให้ส.ส.ร.จัดทำร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จภายใน 240วัน และการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด1และหมวด2 จะกระทำมิได้ โดยส.ส.ฝ่ายค้านหลายคน อภิปรายให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถแตะต้องหมวด1และ2ได้ อาทิ นพ.ชลน่านศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขอเพิ่มเติมในมาตรา 256/13ว่า  “การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ จะกระทำมิได้ เว้นแต่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมที่ ทำให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น” เพราะเป็นห่วงหมวด 1 และ2 ถ้าในอนาคตมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีสิ่งดีๆที่จะเติมเต็มเข้าไป เพื่อให้ระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขดีขึ้นนั้น จะทำมิได้ ถ้าไม่มีเขียนระบุไว้ ไม่ได้มีเจตนาแก้ไข แต้ต้องการเติมเต็มให้ดีขึ้น 

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการห้าม ส.ส.ร.แก้หมวด 1 และ 2 ที่ผ่านมา เคยมีการแก้ไขปรับปรุงหมวด 1 และ 2 ให้เหมาะกับกาลสมัยที่เกิดขึ้น แสดงว่า การแก้ไขสามารถทำได้ แต่ที่ผ่านมาพูดราวกับว่า 2 หมวดนี้เป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำ ไม่มีประเพณีที่เคยทำมา แต่เพราะเหตุใดในการตั้งส.ส.ร.ถึงไม่ให้ส.ส.ร.ทำตามที่คิดว่าเหมาะสมกับกาลสมัย จะไปบอกว่าหมวดนี้ห้ามแตะ ทำแบบนี้เป็นผลดีต่อสถาบันหรือไม่ ยิ่งห้ามยิ่งเป็นผลเสีย ยิ่งทำราวกับว่าพูดไม่ได้เลย ยิ่งไม่เป็นผลดี จึงไม่เห็นด้วยกับการห้าม ส.ส.ร.แตะต้องหมวด 1 และ 2  ขอตั้งคำถามว่า การไปกำหนดห้ามแก้หมวด 1 และ 2 จึงเป็นความประหลาด ไม่เข้าใจว่า ส.ส.รัฐบาลและส.ว. จะเป็นปัญหาอะไรกับเรื่องนี้ขนาดนี้ รัฐสภาถ้ามาจากประชาชนอย่างแท้จริง อย่าล็อกหรือบีบคอส.ส.ร. ให้เขาทำหน้าที่อย่างอิสระ คิดว่าจะได้รัฐธรรมนูญที่ดีกว่าที่เป็นอยู่แน่นอนถ้าไปล็อกบางมาตรา ไม่ให้แก้ไขได้ เชื่อว่าจะไม่ได้รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด

ขณะที่ ส.ว.หลายคน อาทิ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร พล.อ.ดนัย มีชูเวท นายเสรี สุวรรณภานนท์ อภิปรายยืนยันห้าม ส.ส.ร.แตะต้องหมวด 1 และ 2 จำเป็นต้องปกป้องสถาบัน โดยนายสมชาย แสวงการ ส.ว. อภิปรายว่า ถ้าไม่กำหนดห้ามแตะต้องหมวด 1 และ 2 เท่ากับตีเช็กเปล่าให้ ส.ส.ร.แก้ไขรัฐธรรมนูญ นอกจากจะห้ามแตะต้องหมวด 1 และ 2 แล้ว เชื่อว่า ส.ว.ทุกคน ยังอยากให้เติมว่า ห้ามส.ส.ร.แตะต้องอีก 38 มาตราที่เกี่ยวกับพระราชอำนาจเข้าไปด้วย เพื่อเป็นหลักประกันว่า พระราชอำนาจจะไม่ถูกแก้ไข เติมเข้าไปเสียหายตรงไหน อย่าตะแบง ตนไม่สบายใจในเรื่องนี้ ทั้งนี้ ส.ว.หลายคนพยายามอภิปรายกดดันให้กมธ.เสียงข้างมากเพิ่มเติมข้อความ ห้ามส.ส.ร.แตะต้อง 38 มาตราที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจเข้าไปอยู่ในวรรค 5 ของมาตรา 2 56/13 ก่อนที่จะมีการลงมติโหวตทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภาที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม สั่งพักประชุม 15 นาที เพื่อให้กมธ.เสียงข้างมากไปตกลงกันจะทำตามข้อเสนอของส.ว.หรือไม่. 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น