อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564

"พรรคกล้า"ร้อง"สตง."สอบ"สทศ."ปัญหาสอบ"โอเน็ต"ป.6, ม.3

“พรรคกล้า”ร้อง“สตง.”ตรวจสอบ“สทศ.” ปมสอบ“โอเน็ต”ป.6, ม.3 เด็กเรียนไม่เท่ากัน-วัดผลการจัดการศึกษาไม่ได้ วอนศธ.ปรับแนวทางลดความเครียดของนร. ศุกร์ที่ 19 มีนาคม 2564 เวลา 15.23 น.


เมื่อวันที่ 19 มี.ค. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า และนายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายพรรคกล้า ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อขอให้ตรวจสอบสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ใช้งบประมาณจัดสอบ O-Net ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการประเมินผลการจัดการศึกษา ของ สทศ. รวมถึงไม่เกิดผลสัมฤทธิ์และมีประสิทธิภาพ ตามมาตรา 4 วรรคสิบ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเคยทำหนังสือถึง สทศ.ให้ยกเลิกสอบโอเน็ตตั้งแต่ปลายปี 2563 เพราะการระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ระลอก 2 ทำให้การเรียนการสอนแต่ละโรงเรียนมีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน แต่ สทศ.ยังยืนยันที่จะจัดสอบ จนในที่สุดมีข้อสรุปให้เป็นสิทธิส่วนตัวของนักเรียนที่จะเข้าทดสอบตามความสมัครใจ ขณะที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) แก้ไขหลักเกณฑ์แล้วว่าไม่จำเป็นต้องใช้คะแนนโอเน็ตประกอบการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 จากเหตุผลทั้งหมดแสดงให้เห็นว่าการสอบโอเน็ตไม่ใช่เรื่องจำเป็น เพราะผลสอบเด็กเอาไปใช้ประกอบสอบเข้าโรงเรียนรัฐชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ปีนี้ไม่ได้ อีกทั้งผลสอบไม่สามารถประเมินผลการศึกษาไทยได้ เพราะเด็กเลือกสอบโดยสมัครใจ บางคนสอบ บางคนไม่สอบ จึงไม่มีค่าเฉลี่ยที่แท้จริง แต่ สทศ. ยังจัดสอบโอเน็ตระดับประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เมื่อวันที่ 13-14 มี.ค. 2564  จึงเห็นว่าไม่เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน และยังเป็นการผลักภาระให้เด็กนักเรียนต้องแบกรับความเครียด สอบมากเกินไปโดยไม่จำเป็น
            
“งบประมาณ 700 กว่าล้านบาท ที่ใช้อยู่ทุกๆ ปี นอกจากวัดผลว่าเด็กได้คะแนนมากน้อยแล้ว มีอะไรจะเป็นรูปธรรมในการพัฒนาการศึกษาไทยบ้าง" นายอรรถวิชช์ กล่าว

นายอรรถวิชช์ ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า แทนที่จะยกเลิกการสอบโอเน็ตไปก่อน แต่กลับจัดสอบต่อไปโดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่นักเรียนต้องแบกรับ ซึ่งอาจเป็นเพราะ สทศ. เคยชินกับการทำงานระบบราชการล้าหลังแบบนี้อยู่แล้ว จึงไม่ยกเลิกสอบ และผลักภาระให้นักเรียนแทน หรือหากเลวร้ายที่สุด อาจเป็นไปได้หรือไม่ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้นในการจัดสอบ เช่น การใช้งบประมาณจัดการบุคลากร สถานที่ โรงพิมพ์ รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินวิทยฐานะครูหรือไม่ จนเป็นเหตุทำให้ไม่สามารถยกเลิกสอบโอเน็ตได้ จึงเป็นเหตุที่พรรคกล้าต้องยื่นหนังสือขอให้ สตง.ดำเนินการตรวจสอบ.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 12