อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564

"สธ."ย้ำ คนติดเชื้อทุกรายต้องอยู่ในสถานพยาบาลที่จัดให้ทุกสิทธิรักษาฟรี

"สธ."ย้ำ คนติดเชื้อทุกรายต้องอยู่ในสถานพยาบาลที่จัดให้ ทุกสิทธิรักษาฟรี ยกเว้นมีประกันส่วนตัว เตือนอย่าเซ็นรับสภาพหนี้ หากถูกบีบ แนะร้องเรียนภาครัฐ พร้อมวอนอย่าดรามาเลือกสถานที่รักษา ลั่น ทำความเข้าใจ คนติดเชื้อมากอาจจะไม่สะดวกดั่งใจ แต่รับรองความปลอดภัย อึ้งรายงานพบ ปชช.หลงตรวจแล็บยังไม่ได้รับการรับรอง อาจให้ผลคาดเคลื่อน แนะเช็กกรมวิทย์-สบส.ก่อน     จันทร์ที่ 12 เมษายน 2564 เวลา 14.01 น.


เมื่อวันที่ 12 เม.ย. นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงเรื่องเตียงรองรับผู้ติดเชื้อโควิดว่า ฝ่ายการเมืองย้ำชัดเจนว่าทุกคนต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล ทั้งนี้สถานการณ์คนไข้ช่วงนี้ขึ้นไป 1,200 ราย ยังไม่ได้ให้กักตัวเองที่บ้าน เพราะเรายังไม่มั่นใจว่าผู้ติดเชื้อจะแยกตัวจากคนในบ้าน 14 วันได้อย่างเด็ดขาด เพราะเราเป็นห่วงผู้สูงอายุที่บ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงอาการรุนแรงหากรับเชื้อ อีกทั้งได้รับข้อมูลจากแพทย์ที่ดูแลคนไข้พบว่า บางรายแม้จะไม่มีอาการ แต่ก็พบว่ามีปอดอักเสบจำนวนไม่น้อย ดังนั้นนโยบายคือช่วงนี้ผู้ติดเชื้อทุกรายต้องถูกให้อยู่สถานพยาบาล หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงก็อาจจะมีการหารือปรับเปลี่ยนมาตรการได้ โดยภาพรวมเตียงใน กทม. มีกว่า 4,000 เตียง ต่างจังหวัดกว่า 20,000 เตียง
 
นพ.สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ขอยืนยันอีกครั้งว่านโยบายขณะนี้ รพ.ที่ตรวจโควิดผลเป็นบวกจะต้องประสาน รพ.ในเครือข่ายในการจัดหาเตียงให้ โดย รพ.เอกชน ประสาน รพ.เอกชน รพ.รัฐประสาน รพ.รัฐ หากเกินศักยภาพก็ประสานข้ามเครือข่ายได้ ซึ่งจากอัพเดทเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 11 เม.ย. รพ.ยังมีเตียงว่าง 1,132 เตียง นอกจากนั้นยังมีเตียงสนามและฮอสพิเทลยังว่าง 944 เตียง ที่เตรียมไว้รองรับคนที่มีอาการไม่มาก ไม่มีโรคประจำตัวเข้าไปอยู่เป็นเวลา 14 วัน และจากการประชุมช่วงเช้าวันที่ 12 เม.ย. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ระบุว่าสามารถหาฮอสพิเทลได้เพิ่มเติมเป็น 3,900 เตียงแล้ว



"สำหรับกรณีค่ารักษาพยาบาลนั้น ขอยืนยันว่าผู้ติดเชื้อเข้า รพ.เอกชน ไม่ต้องเสียเงิน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลของรัฐหรือโรงพยาบาลเอกชน ยกเว้นว่ามีประกันส่วนตัว ถ้ามีก็ให้ประกันช่วยจ่ายก่อน ดังนั้นย้ำว่าตรวจรักษาฟรี" นพ.สมศักดิ์ กล่าว และว่า "ถ้า รพ.เอกชนแห่งใดจะให้ผู้ติดเชื้อเซ็นรับสภาพหนี้นั้น ขอบอกว่าอย่าเซ็นและให้ประสานหรือร้องเรียนที่ สปสช.ได้" นพ.สมศักดิ์ กล่าว
 
นพ.สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดสายกรมการแพทย์ 1668 เป็นสายด่วนเฉพาะกิจรับสายเวลา 08.00-22.00 น.ทุกวัน ประสานหาเตียงเมื่อวันที่ 11 เม.ย. โดยหาเตียงให้ผู้ป่วย 20 ราย รับสายจำนวน 245 ครั้ง ผู้ป่วย 157 คน เนื่องจากอาจมีสายซ้ำ มีการโทรฯ เยี่ยมผู้ติดเชื้อทุกคน ส่วนสายด่วน 1330 สายด่วน สปสช. รับสาย 24 ชั่วโมงทุกวัน โดยเฉพาะวันที่ 11 เม.ย. มีคนโทรฯ เข้ามาถึง 4,003 ราย ล่าสุดทางผู้ว่าฯ กทม. ได้มอบหมายให้ศูนย์เอราวัณ เปิดสายด่วน 1669 จัดหาเตียงและส่งต่อผู้ติดเชื้อในพื้นที่ กทม. คาดว่าเปิดระบบได้วันที่ 13 เม.ย.นี้ ดังนั้นการหาเตียงจะให้โทรฯ สายด่วน 3 หมายเลขนี้ ส่วนการสอบถามอาการโรคให้โทรฯ สายด่วน 1422 



เมื่อถามว่า ขณะนี้มีบางคนทราบผลบวกระหว่างการรอรถมารับตัวนั้นจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า 1669 ศูนย์เอราวัณจะมีการจัดรถมารับ แต่อาจจะต้องรอเวลาเพราะเคสเยอะ ดังนั้นขอให้ผู้ที่ตรวจพบการติดเชื้อฯ รออยู่ที่บ้าน โดยแยกตัวเด็ดขาดจากคนในครอบครัว และสวมหน้ากากอยู่เสมอ แต่หากใครมีรถประจำ และทราบสถานพยาบาลที่จะรองรับแล้ว สามารถสวมหน้ากาก ขับรถมาที่ รพ.เองได้ โดยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา อย่างไรก็ตามมีอีกจุดหนึ่งที่น่าเป็นห่วงเพราะได้รับรายงานว่ามีประชาชนส่วนหนึ่งไปตรวจที่แล็บที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งอาจจะให้ผลไม่ตรง ดังนั้นก่อนจะไปรับการตรวจเชื้อขอให้ประชาชนตรวจสอบไปที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ว่ามีแล็บใดที่ได้รับการรับรอง แต่โดยหลักการไปตรวจที่ รพ.จะชัดเจนกว่า ซึ่งเมื่อผลออกมาเป็นบวกจะส่ง sms ไปบอกประชาชนแจ้งให้รอการรับตัว อย่างไรก็ตามจากจะต้องมีการให้แล็บตรวจหาเชื้อผูกโยงกับ รพ.ปลายทางให้มีความชัดเจนขึ้น เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยที่ไปตรวจแล็บนอกนอกแล้วผลบวกก็ไม่รู้จะไปที่ไหน  



เมื่อถามถึง กรณีดราม่าว่า รพ.เตียงเต็ม ปล่อยผู้ติดเชื้อหา รพ.เอง แต่มาทราบภายหลังว่าแท้จริงแล้วผู้ปกครองของทารกที่ติดเชื้อฯ ปฏิเสธที่จะอยู่ในห้องที่ทาง รพ.จัดให้เนื่องจากไม่สะดวกสบาย นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า “ถ้าออกมาดราม่าว่า ต้องการความสะดวกสบายก็ต้องขอร้องจริงๆ ไม่อย่างนั้นบุคลากรทางการแพทย์เราก็ต้องมาเหนื่อยสองรอบ สามรอบ เราอยากดูแลความปลอดภัยชีวิตของท่าน ความปลอดภัยของทุกคน มากกว่าที่จะมาดูเรื่องความสะดวกสบาย ดังนั้นขอให้ประชาชนช่วยเข้าใจสถานการณ์ด้วยว่าตอนนี้ผู้ป่วยเยอะ ความสะดวกสบายก็อาจจะไม่ได้สะดวกสบายอย่างที่หวัง แต่รับรองว่าท่านจะปลอดภัย สถานพยาบาลที่เตรียมไว้ รพ.สนาม และฮอสพิเทล มีมาตรฐานทางการแพทย์ การอยู่รวมกับคนที่ติดเชื้อแล้วไม่ได้มีผลที่จะทำให้โรครุนแรงขึ้นแต่อย่างใด เพราะทุกคนที่อยู่ก็ล้วนเป็นคนติดเชื้อ แต่ได้รับการดูแลตามมาตรฐานทางการแพทย์อย่างดี”.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น