อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564

เตือนผู้ติดเชื้อเดินทางข้ามเขตพื้นที่ เสี่ยงผิดแพ่ง-อาญา    

สธ.ซัด เน็ตไอดอล หยุดชวนคนติดเชื้อรักษาตัวเองที่บ้าน ชี้เป็นโรคติดต่ออันตรายแพร่ง่าย แพร่เร็ว แถมพบคนไร้อาการมีปัญหาปอดบวม เสี่ยงรุนแรงทุกเมื่อ ลั่นหากฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานมีโทษจำคุก เตือนคนรู้ตัวติดเชื้อห้ามเดินทางข้าม จว. หวังรักษา รพ.อื่น เป็นการหอบเชื้ออันตรายข้ามพื้นที่ ชี้หากเกิดความรุนแรง ผิดแพ่ง-อาญา     อังคารที่ 13 เมษายน 2564 เวลา 13.56 น.

เมื่อวันที่ 13 เม.ย. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมคุมโรค กล่าวถึงกรณีเน็ตไอดอลบางคนออกมาสื่อสารว่า โรคนี้สามารถกินยาที่บ้าน แล้วรักษาตามอาการ ว่า ในนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข คือผู้ติดเชื้อทุกคนจะต้องได้รับการรักษาใน รพ. ด้วย 2 เหตุผล เหตุผลที่ 1 ถึงแม้จะไม่มีอาการแต่บอกไม่ได้ว่าจะมีอาการเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และหลายรายในปัจจุบันพบว่า ถึงแม้จะไม่มีอาการ แต่เอกซเรย์ปอดพบปอดบวม ซึ่งมีโอกาสที่จะขยายอาการรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว ประการที่ 2 โรคนี้เป็นโรคติดต่ออันตราย มีโอกาสที่จะแพร่กระจายสูง แพร่สู่ผู้อื่นได้ง่าย ถึงแม้จะอยู่คนเดียวแต่ก็บอกไม่ได้ว่าท่านจะไปพบใคร หรือแม้กระทั่งคนขับรถส่งอาหารดิลิเวอรี่ก็มีโอกาสติดเชื้อจากท่านได้ เพราะฉะนั้นผู้ติดเชื้อทุกคนขอให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยเร็ว เพื่อเข้ารับการรักษาใน รพ.
 
นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ใน พ.ร.บ.โรคติดต่อ หากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อสั่งการให้ท่านมารักษาที่ รพ.แล้วท่านไม่มาจะมีความผิดทางกฎหมายอาจจะมีโทษจำคุก ดังนั้นใครที่ชักชวนคนอื่นให้อยู่กับบ้าน เวลาเป็นผู้ติดเชื้อแล้วเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง สำหรับกรณีเน็ตไอดอลคนนี้ ทางกระทรวงหรือที่เกี่ยวข้องคงจะมีการติดต่อไปอีกครั้งหนึ่ง  
 
เมื่อถามว่ามีการอ้างว่าทาง รพ.สั่งการว่าให้รักษาอยู่ที่บ้าน กรณีเช่นนี้ทาง รพ.จะถือว่ามีความผิดด้วยหรือไม่ นพ.โอภาส กล่าวว่า ต้องดูเป็นรายกรณีไป แต่เข้าใจว่าตอนนี้ได้มีการชี้แจงให้ชัดเจนแล้ว ถ้าติดเชื้อแล้วยังอยู่ที่บ้านขอให้โทรฯ มาที่สายด่วนสปสช. 1330 หรือ 1668 ของกรมการแพทย์ หรือ 1669 ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ให้การดูแล ช่วงนี้อาจจะมีการขรุขระติดต่อกันไปติดต่อกันมา แต่ก็ขอความกรุณาว่าถึงอย่างไรก็ต้องมา รพ. หรือสถานพยาบาลที่ทางราชการกำหนด
 
เมื่อถามต่อว่าในกรณีที่เจ้าหน้า รพ.จะส่งตัวผู้ติดเชื้อไปที่ รพ.สนาม แต่เจ้าตัวไม่อยากไปอยู่ที่ รพ.สนาม จึงจะมีการเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อไปรักษาตัวที่จังหวัดอื่น นพ.โอภาส กล่าวว่า ในกรณีที่ทราบว่าตัวเองเป็นผู้ติดเชื้อแล้ว ห้ามเดินทางข้ามจังหวัดเด็ดขาด เพราะจะเท่ากับเอาโรคติดต่ออันตรายไปสู่จังหวัดอื่นๆ ซึ่งความเสี่ยงเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงของการเดินทางเลย และความเสี่ยงจะเกิดขึ้นจากความพร้อมของ รพ.ด้วย ซึ่งคาดว่าหากท่านเดินไปบอก รพ.ว่าติดเชื้ออาจจะไม่มีใครรับแบบเต็มใจ เพราะฉะนั้นท่านอาจจะมีการปกปิดข้อมูล ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายตามมา ดังนั้นจึงต้องย้ำอีกครั้งว่าโรคนี้เป็นโรคติดต่ออันตราย คำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ถ้าไม่ปฏิบัติตามมีโทษทางกฎหมาย และในกรณีถ้าไม่ปฏิบัติตามแล้วเกิดความรุนแรง มีความเสียหาย ก็จะมีความผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่ง
 
ส่วนกรณีผู้ติดเชื้อโดยสารเครื่องบินกรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราชนั้น นพ.โอภาส กล่าวย้ำโดยภาพรวมเรื่องการเดินทางนั้นเดินทางได้ เพราะเขาอาจจะไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อ แต่ถ้าการเดินทางมีการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่มีการรายงานคนติดเชื้อบนเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินจากต่างประเทศหรือเครื่องบินในประเทศ ทุกคนเคร่งครัดในการใส่หน้ากากอนามัยและตอนนี้เราห้ามมีการดื่มน้ำ รับประทานอาหารบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด ส่วนกรณีที่จังหวัดชุมพร พบผู้ติดเชื้อไปบริจาคเลือด เรื่องนี้ก็ต้องดูเป็นรายกรณีเช่นกัน ว่าตอนนั้นผู้บริจาครู้ตัวหรือไม่ อย่างไรก็ตามเลือดไม่ใช่ช่องทางหลักของการติเชื้อโควิด แต่โดยทั่วไป คนที่มีอาการไม่สบายหรือมีอาการอะไรสักอย่างหนึ่งก็ไม่แนะนำให้มีการบริจาคเลือดอยู่แล้ว.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น