อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564

"นิพิฏฐ์"จี้ตร.-อสส.เอาผิดคนไม่ห้ามพระตัดศีรษะ

“นิพิฏฐ์” จี้ตำรวจ-อัยการสูงสุดเอาผิดคนใกล้ชิดที่ไม่ห้ามพระตัดศีรษะตัวเอง ชี้พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งความสุข-สอนให้เราพ้นทุกข์ จันทร์ที่ 19 เมษายน 2564 เวลา 17.42 น.


เมื่อวันที่ 19 เม.ย. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต รมว.วัฒนธรรม และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีที่อดีตพระธรรมกร ฐานธัมโม หรือนายธรรมกร วังปรีชา อายุ 68 ปี อดีตเจ้าสำนักสงฆ์ภูหินกอง จ.หนองบัวลำภู ตัดศีรษะตัวเอง โดยอ้างว่าเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ว่า ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์พระตัดศีรษะตัวเอง แต่ไม่เข้าช่วยเหลือด้วยการห้ามปราม อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 374 ที่บัญญัติว่า “ผู้ใดเห็นผู้อื่นอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิตซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่นแต่ไม่ช่วยตามความจำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ควรสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีกับลูกศิษย์และผู้ใกล้ชิดพระรูปดังกล่าว ให้ดูเป็นคดีตัวอย่าง
 
นายนิพิฏฐ์ ระบุอีกว่า  สำหรับชาวพุทธ ท่านไม่ต้องไปตามหาพระพุทธเจ้าแล้ว ไม่ต้องเอาอะไรไปถวายพระองค์แล้ว พระพุทธองค์ท่านได้ตรัสรู้ “อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ” ดับเชื้อแห่งกิเลส ไม่เวียนว่ายตายเกิดแล้ว ไม่มีพระพุทธเจ้าเหลืออยู่แล้ว ไม่ต้องไปหาพระองค์ ไม่ต้องเอาอะไรไปถวายท่าน หากจะถวาย ก็ถวายด้วยการปฏิบัติบูชา โดยเฉพาะความคิดที่ว่าจะไปเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ แล้วเอาศีรษะไปถวายนี่ ไม่ต้องเลย ตัดศีรษะไปก็ตายเปล่า เสียค่าโง่ด้วย และทำให้คนอื่นโง่ไปด้วย ถือเป็นความโง่ งมงายอันถึงที่สุด
 
“พระพุทธองค์ตรัสก่อนปริพนิพพานว่า ‘ดูก่อนอานนท์ ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราได้แสดงไว้ และบัญญัติไว้ด้วยดี นั่นแหละจักเป็นพระศาสดาของพวกท่าน สืบแทนเราตถาคต เมื่อเราล่วงไปแล้ว’ เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าอยู่ในธรรม หรืออยู่ในพระไตรปิฎก ไม่ต้องขึ้นรถ ลงเรือ ไปเหนือ ล่องใต้ ไปหาพระพุทธองค์ และไม่ต้องหิ้วของฝากไปฝากพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศีรษะ พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งความสุข แบ่งความสุขเป็น 2 ระดับ เป็นสุขของผู้ครองเรือน (โกกิยสุข) และสุขที่เหนือวิสัยของโลกเหนือวิสัยของผู้ครองเรือน (โลกุตรสุข) แม้พระองค์จะตรัสเรื่องทุกข์ไว้ในหลายสถานที่ หลายแห่ง  แต่ก็เป็นการสอนให้เราพ้นทุกข์นั่นเอง อย่าตามหาพระพุทธองค์เลย พระองค์ดับสิ้นแล้ว ไม่มีกระแสแห่งการเวียนว่ายตายเกิดแล้ว พระองค์อยู่ในคำสอน ดังคำกล่าวของพระพุทธองค์ที่ว่าผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา” นายนิพิฏฐ์ ระบุ.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น