อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564

หมอคาดสัปดาห์นี้ผู้ป่วยอาการหนักพุ่ง "รพ.ใหญ่" เร่งสั่งจัดเตียงไอซียูรองรับ

หมอคาดสัปดาห์นี้ผู้ป่วยอาการหนักพุ่ง “รพ.ใหญ่” เร่งสั่งจัดเตียงไอซียูรองรับชี้หากไม่พอเล็งเปิดไอซียูสนาม ด้านเอกชนเคลียร์คนไข้สีเขียวเข้าฮอสพิเทล กทม.จัดหารถ 50 คัน-เทศกิจ 50 เขต ร่วมรับผู้ติดเชื้อตามบ้าน วอนผู้อยู่ในรพ.สนามทำตามมาตรฐานการแพทย์ จันทร์ที่ 19 เมษายน 2564 เวลา 18.03 น.

 
เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรณีที่ยังมีผู้ติดเชื้อไม่ได้เข้ารพ. หรือรพ.สนาม หรือฮอสพิเทลนั้น ไม่ได้หมายความว่าเตียงเราไม่พอ แต่เกิดจากปัญหา 1.ประชาชนไปตรวจแล็บเอกชน ซึ่งไม่มีเตียงให้แอดมิท 2.รพ.เอกชนบางแห่ง ไม่มีเตียง ไม่ขยายเตียง 3.การค้นหาเชิงรุกในแต่ละพื้นที่ และ 4.ผู้ป่วยรอฟังผลที่บ้าน ต้องใช้เวลาประสานหาเตียง ซึ่งบางรายมีอาการแย่ลงในระหว่างรอ อย่างไรก็ตาม ระหว่างรอประสานหาเตียงนั้นจะมีเจ้าหน้าที่โทรฯเยี่ยมอาการ และช่วยดูแลเบื้องต้น ทั้งนี้ กรณีการคัดกรองเชิงรุกพบผู้ติดเชื้อไม่มีอาการหรืออาการไม่มากถือเป็นเขียว กทม.จะดูแล โดยให้เข้า รพ.สนาม ส่วนคนที่ตรวจเจอในสถานพยาบาลหรือแล็บเข้าฮอสพิเทล ส่วนคนที่มีอาการมากสีเหลือง สีแดง ต้องเข้า รพ. ซึ่งข้อมูลล่าสุดวันที่ 18 เม.ย. มีเตียงจากทุกสังกัดรวมทั้ง รพ.สนาม และฮอสพิเทล ทั้งหมด 9,317 เตียง มีการครองเตียง 6,294 เตียง และยังว่างอยู่ 3,023 เตียง ส่วนภูมิภาคและปริมณฑลจะอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข
 


“สัปดาห์ที่ผ่านมาเรามีผู้ป่วยมาก จึงคาดว่าสัปดาห์นี้จะมีบางส่วนที่กลายเป็นผู้ป่วยหนัก ทางโรงเรียนแพทย์และร่วมกับกรมการแพทย์ จะเป็นเจ้าภาพดูแลเรื่องนี้ ซึ่งการดูการเปลี่ยนแปลงของอาการจะดูจากการวัดไข้ วัดปริมาณออกซิเจนในเลือด และการให้ผู้ติดเชื้อออกกำลังกายเพื่อดูพละกำลังและการหายใจ” นพ.สมศักดิ์ กล่าวและว่า ส่วนเรื่องรถรับส่งผู้ป่วยนั้น รมว.สาธารณสุข ได้สั่งการ 1669 ให้นำรถ 50 คันจาก 3 บริษัท ในระยะแรกและจะเพิ่มเป็น 100 คันทั่วประเทศ โดยมี 1669 ศูนย์เอราวัณ กทม. เป็นผู้รับผิดชอบและบริหารจัดการ ส่วนแนวทางการให้ผู้ป่วยอยู่ที่บ้านนั้น ยืนยันว่าเป็นแนวคิดว่าหากมีการระบาดเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ได้บังคับใช้ และขณะนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อยู่ระหว่างจัดทำแนวทางการเบิกจ่ายค่ารักษาในส่วนของผู้ติดเชื้อระหว่างอยู่ที่บ้าน เนื่องจากจะมีการส่งปรอทวัดไข้ และเครื่องวัดระดับออกซิเจนในเลือดไปให้
 


นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผอ.รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า รอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีคนไข้กลุ่มสีเขียวเยอะ ดังนั้นจึงมีการวางแผนรองรับผู้ป่วยที่อาการเปลี่ยนไปเป็นสีเหลือง สีแดง ดังนั้นกลุ่ม รพ.ระดับตติยภูมิทุกสังกัด ทั้งสังกัดทหาร กลาโหม กระทรวงสาธารณสุข รพ.มหาวิทยาลัย เดินหน้าร่วมกันจัดหาเตียงไอซียูเพิ่ม 50-100% หรือประมาณกว่า 1,000 เตียง โดยอาจต้องปิดกิจการบางอย่างเพื่อนำไอซียูมาเสริม เพื่อรองรับผู้ป่วย โดยสามารถส่งบุคลากรมาช่วยเหลือกันได้ หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นก็มีแผนจัดตั้งไอซียูสนามเพิ่มต้ม ซึ่งเคยวางแผนเอาไว้ตั้งแต่การระบาดระลอกแรก สำหรับกรณีการระบาดรอบนี้อาการเปลี่ยนแปลงเร็วแค่ไหนนั้น ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งก็แล้วแต่กรณี แต่แนวทางการรักษาเราตอนนี้พยายามให้ยาฟาวิพิราเวียร์ เร็ว รวมถึงให้สเตียรอยด์เพื่อไม่ให้อาการรุนแรง ดังนั้นจึงต้องติดตามต่อ
 
“เราได้มีการชักชวนเพื่อนๆ ชาวสาธารณสุขมาระดมสมอง ระดมพละกำลังเพื่อให้ผ่านวิกฤติไปอีกครั้ง ตอนนี้สถานการณ์เราเห็นว่ากราฟเริ่มลง แปลว่าทุกคนเริ่มตั้งการ์ดกันกลับมาดูแลตัวเองกันอีก ก็ขอให้ทำต่อไปอย่างเข้มข้น แล้วเมื่อเราได้วัคซีนจำนวนมาก เชื่อว่าอีกหนึ่งปีหน้าเราจะผ่านมันไปได้” นพ.สุรศักดิ์ กล่าว
 


นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมรพ.เอกชน กล่าวว่า สถานการณ์ที่ผ่านมา รพ.เอกชนมีคนไข้ค้างอยู่ น่าจะ 250 คน ขณะเดียวกันก็พบมีเชื้อบวกทุกๆ วัน และต้องใช้เวลากักตัวนานถึง 14 วัน จึงจำเป็นต้องหาเตียงเพิ่มในลักษณะของฮอสพิเทล เพื่อส่งคนไข้สีเขียวไปอยู่ ซึ่งส่งไปแล้วเกือบ 3 พันเตียง เพื่อกันเตียงใน รพ.สำหรับคนไข้อาการระดับสีเหลือง และสีแดง ซึ่ง รพ.ในเครือมีประมาณ 300 เตียง ปัจจุบันมีการขยายเพิ่มเป็น 665 เตียง ทั้งนี้ คอนเซปต์ที่วางไว้คือใครตรวจเจอโควิด ต้องขยายโรงแรมมารองรับไม่ปล่อยให้คนไข้เดือดร้อน ต้องยอมรับว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา เราถูกร้องเรียนเยอะมาก ยืนยันว่าเรายินดีให้ความร่วมมือ และทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ดังนั้นต้องช่วยกันต่อไปเพื่อให้ผ่านวิกฤตินี้ไปได้
 


นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า ขณะนี้มีแนวคิดในปรับสถานกักกันทางเลือกสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ (ASQ) ซึ่งปัจจุบันขึ้นทะเบียนกว่า 100 แห่ง รวมกว่า 10,000 เตียง มาดูแล ส่วนฮอสพิเทลตอนนี้ขึ้นทะเบียนแล้ว 34 แห่ง ภาพรวม 7,200เตียง เปิดใช้จริง 4,000 กว่าเตียง ทั้งนี้บางส่วนอยู่ระหว่างซ่อมแอร์ ทำความสะอาด และการปรับระบบต่างๆ ตอนนี้มีผู้ป่วยเข้ามาพักแล้ว 2,000 กว่าราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสีเขียว ส่วนปัญหาคลินิกแล็บเอกชนตรวจโควิดแล้วไม่มีเตียงนั้น ตอนนี้ สบส.ออกประกาศให้ต้องทำเอ็มโอยูจับคู่กับสถานพยาบาลเพื่อจัดหาเตียงให้ผู้มีผลบวก ห้ามทิ้งให้ผู้ป่วยไปหาเตียงเอง หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ และส่งให้ปรับปรุง ถ้าทำผิดซ้ำอาจจะถูกยึดใบอนุญาตเปิดคลินิก หรือใบอนุญาตตรวจโควิด ซึ่งก่อนหน้านี้ สบส.มีการลงโทษไปแล้วประมาณ 2-3 แห่ง    
 


นพ.สุขสันต์ กิติศุภกร ผอ.สำนักการแพทย์ กทม. กล่าวว่า กรณีการค้นหาเชิงรุกแล้วพบผู้ติดเชื้อเฉลี่ยราว 120-140 รายต่อวัน หากเป็นผู้ป่วยสีเขียว จะรับเข้าดูแลในรพ.สนาม ขณะนี้มี 1,656 เตียงเข้าใช้แล้ว 1,275 เตียง เหลือว่าง 381 เตียง แต่ยังมีผู้ติดเชื้อตกค้างอยู่ที่บ้าน 505 ราย ส่วนหนึ่ง ปฏิเสธ รพ.สนาม อยากอยู่ รพ.หรือฮอสพิเทล อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 20 เม.ย.นี้ จะมีการขยาย รพ.สนามอีก 1,100 เตียง และมีแผนเปิดเพิ่มที่ จ.นนทบุรี และนครปฐม อีก 170 เตียง รวมทั้งหมดเป็น 2,926 เตียง ไม่รวมฮอสพิเทลที่กำลังประสาน ส่วนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้ให้สำนักเทศกิจทั้ง 50 เขต เข้าร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) คาดว่า 1-2 วันจะเคลียร์ผู้ป่วยตกค้างที่บ้านได้ แต่ระหว่างรออยู่ที่บ้านขอให้ส่งหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ หาการมีการเปลี่ยนแปลงให้รีบติดต่อ 1669 อย่างเร่งด่วน
 
เมื่อถามต่อว่าขณะนี้มีรายงานว่าผู้ติดเชื้อที่อยู่ใน รพ.สนาม จำนวนหนึ่งไม่ยอมปฏิบัติตามมาตรที่กำหนด เช่น ไม่ยอมวัดไข้ ไม่ยอมวัดระดับออกซิเจน ไม่ยอมออกกำลังกาย เป็นต้น จะดำเนินการอย่างไร นพ.สุขสันต์ กล่าวว่า ในรพ.สนามจะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้ตลอด 24 ชม. เพื่อดูแลสถานการณ์ หากพบว่ามีการรวมกลุ่มมากเกินไป ก็จะเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล ตักเตือน นอกจากนี้เรื่องความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับอาการผู้ติดเชื้อด้วย ซึ่งกิจกรรมที่กำหนดขึ้นมาล้วนเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบ ดูแลอาการของผู้ติดเชื้อ ดังนั้นขอให้ปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนด.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น