อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564

"ทิพานัน"ซัด"พท."อย่าโหนกระแส"หมอพร้อม"ชงไอเดียซ้ำซ้อนรัฐบาล 

“ทิพานัน"สุดทน !! โต้ "รองโฆษกพท." โหนกระแส "หมอพร้อม" ตอกไอเดียซ้ำซ้อนรัฐบาล แนะ "คิดใหม่-ทำใหม่" ย้ำทุกฝ่ายกำลังเร่งทำงานฝ่าวิกฤติเพื่อคนไทยทุกคน อาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.21 น.

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่ นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ออกมาวิจารณ์เรื่องระบบหมอพร้อมที่ไม่พร้อมว่า เป็นการวิจารณ์ที่เกินจริงแบบติเรือทั้งโกลน การติดขัดของระบบเป็นเพียงช่วงเวลาเดียวที่มีผู้เข้าใช้งานเป็นจำนวนมาก แต่จะเห็นว่าในช่วงเวลาหลังจากนั้นไม่พบการติดขัดในการใช้งานระบบหมอพร้อม อย่างไรก็ตาม ผู้เกี่ยวข้องพร้อมตรวจสอบและปรับปรุงให้ดีขึ้นตลอดเวลา อีกทั้งข้อเสนอทั้ง 6 ข้อของนายชนินทร์ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการอยู่ รองโฆษกพรรคเพื่อไทยได้เสนอซ้ำซ้อนและอาจล่าช้ากว่าสิ่งที่นายกฯ ได้ประกาศและดำเนินการอยู่แล้ว จึงอยากแจ้งข่าวสารมายังพรรคเพื่อไทยเพื่อสื่อสารกับประชาชนที่ติดตามท่านอีกครั้งหนึ่ง

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ข้อเสนอที่ 1 และ 4 นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. 64 แล้วให้วาระสำคัญเร่งด่วนสูงสุดคือการยกระดับการกระจายวัคซีน โดยจัดเตรียมให้มีการฉีดวัคซีน 100 ล้านโด๊สเพื่อประชาชน 50 ล้านคน ให้เรียบร้อยภายในสิ้นปี 2564 และดำเนินการร่วมมือกับภาคเอกชนโดยเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ได้ประชุมร่วมกับหอการค้าไทย สภาหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จนได้ข้อสรุปและความเข้าใจร่วมกันว่า รัฐบาลไม่เคยปิดกั้นเอกชนจัดหาวัคซีนแต่เนื่องจากวัคซีนที่ทางภาคเอกชนเจรจาซื้อจะได้รับในช่วงเวลาหลังจากที่รัฐบาลจัดหาเตรียมไว้ให้ ดังนั้นรัฐบาลและภาคเอกชนจะร่วมมือกันนำวัคซีน 100 ล้านโด๊สเข้าไปให้บริการใกล้ประชาชนที่สุดโดยจัดทีมทำงานสนับสนุนการฉีดวัคซีน 4 ทีมคือ ทีมสนับสนุนการกระจายและฉีดวัคซีน ทีมการสื่อสาร ทีมเทคโนโลยีและระบบ ทีมจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมซึ่งทำงานประสานกับทางสมาคมโรงพยาบาลเอกชน จัดหาวัคซีนทางเลือกตามกลไกของคณะกรรมการจัดหาวัคซีนทางเลือกที่มี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาธร เป็นประธาน

อดีตรองโฆษก พปชร. กล่าวต่อว่า ข้อเสนอที่ 2 ,3 และ 5 นั้น ระบบหมอพร้อมได้มีข้อมูลประชาชนจากบัตรประจำตัวประชาชนและประวัติการรักษาในโรงพยาบาลในระบบมาแยกกลุ่มที่ต้องฉีดก่อน-หลังตามลำดับความสำคัญแล้ว ประชาชนที่ประสงค์จะนัดหมายสามารถทยอยใช้บริการหมอพร้อมได้ โดยในดือนพฤษภาคมจะให้กลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มคนโรคเสี่ยง 7 โรค จำนวน 16 ล้านคนเข้าทำการนัดหมายก่อน และเดือนกรกฎาคมจะเปิดให้กลุ่มประชาชนทั่วไปเข้านัดคิว การจัดกลุ่มดังกล่าวเป็นไปตามความเร่งด่วนการฉีดและตามมาตรฐานสากลของนานาประเทศ เพราะกลุ่มผู้สูงอายุและ 7 โรคประจำตัวเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดโรครุนแรงและเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ดังนั้นเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและอาการโรครุนแรง กลุ่มดังกล่าวต้องได้รับวัคซีนเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน ส่วนการติดตามผลหลังการฉีดนั้น หมอพร้อมจะมีฟังก์ชันติดตามผลโดยมีการประเมินอาการไม่พึงประสงค์อย่างเป็นระบบ หลังฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ด้วย

น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า และสำหรับข้อเสนอที่ 6 ที่ให้มีการเรียกกลุ่มถัดไปมาฉีดตามลำดับโดยส่งแจ้งเตือนไปยังผู้ที่ต้องการฉีดในระบบได้เลยนั้น นายชนินทร์น่าจะเข้าใจผิดและไม่เข้าใจว่าระบบหมอพร้อมเป็นการแจ้งความสมัครใจรับวัคซีนและเพื่อนัดหมายจัดคิว วัน-เวลา สถานที่ฉีดวัคซีนที่ประชาชนสะดวก ดังนั้นรัฐจึงใช้แนวทาง opt-in เพื่อให้ประชาชนมาแจ้งความประสงค์แม้ว่ารัฐจะมีฐานข้อมูลอยู่แล้วก็ตาม รัฐไม่ได้มัดมือชกโดยใช้แนวทาง opt-out ที่ให้ประชาชนที่ไม่ต้องการฉีดวัคซีนต้องมาแจ้งยกเลิกสิทธิเพราะจะเป็นการสร้างภาระให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าว

"วัคซีนเพียงพอให้ประชาชนโดยวัคซีน 100 ล้านโด๊สจะจัดสรรฉีดฟรีให้ประชาชนภายในสิ้นปีนี้ รัฐบาลได้ใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อใช้ระบบฐานข้อมูลของระบบสาธารณสุขเชื่อมกับระบบหมอพร้อม ทั้งนี้ยังไม่ทิ้งกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน โดยจัดให้การนัดหมายฉีดวัคซีนทำได้ 3 ทางทั้งติดต่อโรงพยาบาลทุกแห่งที่มีประวัติการรักษา ติดต่อ อสม. หรือทางหมอพร้อม ถ้าหากมีข้อสงสัยการใช้หมอพร้อมสามารถสอบถามได้ที่ เบอร์โทร. 0-2590-1493 โทร. 0-2590-1495 โทร. 0-2590-1497 และ โทร. 0-2590-1206 จึงอยากขอให้ประชาชนรับฟังข้อมูลข่าวสารจากรัฐบาลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นการดีที่สุด" น.ส.ทิพานัน กล่าว

น.ส.ทิพานัน กล่าวทิ้งท้ายว่า ยิ่งพรรคเพื่อไทยเสนอสิ่งที่รัฐบาลทำมาอยู่แล้ว แสดงว่ารัฐบาลกำลังมาถูกทาง ขอย้ำว่ารัฐบาล บุคลากรทางการแพทย์ และทุกฝ่ายกำลังทำในสิ่งที่เสนออยู่แล้ว และกำลังดำเนินการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อชีวิตของคนไทยเราจะฝ่าวิกฤตินี้ไปให้ได้เร็วที่สุด ปลอดภัยที่สุด หากพรรคเพื่อไทยจะเสนอก็ขอให้เสนอแบบคิดใหม่ ทำใหม่ ไม่ซ้ำซ้อนกับสิ่งที่ทำอยู่ อย่าเสนอโหนกระแสเพื่อดิสเครดิตกันไปมา เพราะจะเป็นการบั่นทอนกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และคณะทำงานทุกฝ่ายเสียเปล่าๆ.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 16