อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

นายกฯเยี่ยมจุดฉีดวัคซีน ลั่นรัฐบาลไม่เคยโทษประชาชน

นายกฯ เยี่ยมจุดฉีดวัคซีน ที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ ย้ำวางแผนตามขั้นตอน ไม่แฮปปี้ประธานภาคเอกชนบางคนคุยกันเข้าใจ แต่ไปพูดกับสื่ออีกแบบ ยันรัฐบาลไม่เคยโทษประชาชน มอง "บุรีรัมย์" ออกกฎกลุ่มเสี่ยงไม่ฉีดวัคซีนเจอโทษแรงเป็นการเตือน ชี้มุ่งหมายไปทำร้าย ปชช.ไม่ได้ ศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 16.24 น.


เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 14 พ.ค. ที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมหน่วยความร่วมมือบริการวัคซีนโควิด-19 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กรุงเทพมหานคร สภาหอการค้าไทย โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ โดย ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางถึง ได้มีกลุ่มพนักงานของเดอะมอลล์กรุ๊ป นำโดยนางศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกันตะโกนสโลแกน ว่า “หัวใจไทย ไทยช่วยไทย ไทยสู้สู้” สร้างความพอใจให้กับพลเอกประยุทธ์อย่างมาก โดยได้ร่วมกล่าวสโลแกนดังกล่าว พร้อมชูนิ้วและส่งเสียง เฮ้ พร้อมกล่าวว่า “แฮปปี้ แฮปปี้” 

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ตรวจเยี่ยมพร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ โดยกล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่ร่วมทำกุศลไปด้วยกันให้ประชาชนและประเทศชาติ “ขอบคุณทุกคนจริงๆ ถ้าแบบนี้เราแก้ได้ มันจะร้ายแรงยังไง เราแก้ได้” วันนี้มาด้วยใจ และขอย้ำว่าวันนี้วัคซีนต้องกระจายไปทั่วประเทศและกระจายไปจุดที่มีความเสี่ยงสูงก่อน และถ้าวัคซีนมีมากก็จะให้มากกว่าเดิม แต่ไม่ใช่ขอเท่าไหร่แล้วจะให้เท่านั้น ถ้าพอให้ได้ก็พร้อมจะให้ทั้งหมด จึงต้องมีการบริหารจัดการ นอกจากนี้ต้องเตรียมเครื่องมือให้พร้อม เพื่อให้การทำงานของบุคลากรทางการแพทย์สะดวกเพราะที่เป็นอยู่บุคคลเหล่านี้ก็เหนื่อยมากพอสมควรแล้ว วันนี้ เรามีสถานที่ 25 แห่ง ซึ่งเป็นความร่วมมือของภาคเอกชนก็ต้องจำเป็นในการกระจายวัคซีนไปให้ทั่วถึง 



นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การต่อสู้กับวิกฤติโควิด-19 ของประเทศไทย เราต้องสู้ไปด้วยกัน โดยร่วมมือกันทุกภาคส่วน รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ทั้งการหยุดยั้งการแพร่ระบาด พร้อมจัดหาวัคซีนเพื่อคนไทยทุกคน เราต้องร่วมแรงร่วมใจกัน เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ไม่โทษกันไปมา เพราะไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่กลับแย่ลง รัฐบาลไม่เคยโทษประชาชน ตามที่มีบางกลุ่มนำไปบิดเบือน พยายามสร้างความขัดแย้ง ประชนคือคนที่รัฐต้องดูแล และดูแลให้ดีที่สุด สัญลักษณ์ที่เราใช้ในวันนี้ “V” หมายถึงวัคซีนที่จะเอาชนะโควิด-19 ควบคู่ไปกับสัญลักษณ์ “Love” ที่พวกเราต้องรัก สามัคคีกัน รักตัวเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ด้วยสองสิ่งนี้ ประเทศไทยจึงจะฝ่าฟันผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 นี้ไปได้ 

โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดี ว่า “รักทุกคนจากหัวใจของนายกฯ ทั้งหมดเราคือประเทศไทย เราต้องเอาชนะและสู้ไปด้วยกัน" พร้อมชู 2 นิ้ว สู้ๆ และทำมินิฮาร์ทให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ และผู้เข้ารับวัคซีน



จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า ช่วงนี้เป็นช่วงการเดินสายของนายกฯ ร่วมกับรองนายกฯ และรัฐมนตรีหลายกระทรวง ดูในพื้นที่ทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเราจำเป็นต้องปรับรูปแบบและพัฒนาการด้านต่างๆ ให้มากขึ้น ที่สำคัญต้องฟังช่องทางภาครัฐ หากคิดคนละทางไปไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลจำป็นบริหารและจัดสรรตามพื้นที่การแพร่ระบาดและต้องฟังหมอ สิ่งสำคัญที่สุด วันนี้เราต้องติดตามตรวจสอบคัดกรองเฝ้าระวังทั้งหมดทุกตารางนิ้วของประเทศไทยที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ และเข้าสู่การรักษาหรือกักตัว ซึ่งวันนี้ได้จัดตั้ง รพ.บุษราคัม เพิ่มอีก เพื่อรับผู้ป่วยกลุ่มระดับสีเหลืองมีอาการร้ายแรงปานกลาง ช่วยลดจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลหลักของรัฐและเอกชนให้ได้มากที่สุด เพื่อเพิ่มเตียงว่างสำหรับคนที่มีอาการร้ายแรง



พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้เป็นความร่วมมือดียิ่งจากภาคธุรกิจเอกชน อย่างไรก็ตามในขณะที่ตนได้มาให้บริหารงานเรื่องโควิดได้หารือกับทุกภาคส่วนและการทำงานวันนี้ที่ภาคเอกชนมาร่วมด้วยจำนวนมาก ทั้งการจัดสถานที่อะไรต่างๆ ไม่ใช่เพราะกดดันตนถึงทำขอเข้าใจตรงนี้ เพราะที่ผ่านมาได้มีการหารือกันมาตลอดมาประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่การเริ่มจัดหาวัคซีน จัดหาวัคซีนทางเลือกและการนำเข้าวัคซีน สิ่งเหล่านี้ได้อธิบายไปหมดแล้ว พร้อมเห็นชอบและตกลงด้วยกัน จึงไม่อยากให้ออกมาพูดในสื่อข้างนอก ทำให้เกิดความเสียหายกับภาครัฐโดยรวม วันนี้ต้องไปด้วยกันภาครัฐ ภาคเอกชนและธุรกิจ โดยต้องเข้าใจว่าภาครัฐจำเป็นต้องทำตามกฎระเบียบและกฎหมายทุกตัว ย้ำว่าเราไม่ปิดกั้นวัคซีนและจัดหามาเพิ่มเรื่อยๆ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้มีการขึ้นทะเบียนวัคซีนโมเดอร์นา และกำลัง เจรจาระดับผู้นำกับต่างประเทศอยู่ ว่าจะมีอะไรสามารถนำเข้ามาได้เพิ่มอีก เราต้องเตรียมเผื่ออะไหล่ไว้ ซึ่ง เรามีวัคซีนเกณฑ์มาตรฐานอยู่แล้วตามแผนเดิมทั้งแอสตราเซเนกาและซิโนแวคที่เข้ามาเป็นระยะๆ ทำให้เรามีวัคซีนเพิ่มมาอีก 3.5 ล้านโด๊ส ซึ่งบางจังหวัดอาจจะได้มากได้น้อยขึ้นอยู่สถานการณ์การแพร่ระบาด ขณะเดียวกันจะพิจารณาจำนวนวัคซีนที่เรามี 63 ล้านโด๊ส โดยให้แนวทางไปแล้วว่าจะมีการปรับกลุ่มให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องให้บริการสาธารณะหรือที่ต้องพบปะคนจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่อยู่ในระยะต่อไปที่ต้องเติมวัคซีนให้ ตนทราบดีว่าทุกคนก็อยากฉีดกันหมดแต่ถ้าแบบนั้นเราบริหารไม่ได้จริงๆ ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับวัคซีน 



พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า วัคซีนที่นำเข้ามาไม่ได้ช้าจนเกินไป อีกทั้งตรวจสอบคัดกรองมาโดยตลอดและกรุณาไปติดตามแต่ละประเทศด้วยว่ามีการนำเข้าอย่างไรและทำได้เมื่อไหร่ ซึ่งทราบข่าวว่าวันนี้ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงเรามีการแพร่ระบาดจนปิดเมืองกันอีกแล้ว แต่เรายังไม่ถึงขนาดนั้น แต่ถ้าไม่ช่วยกัน ไม่เว้นระยะห่าง ไม่สวมหน้ากาก ไม่ระมัดระวังตัวเองและไปพื้นที่อโคจรแล้วจะทำอย่างไรได้ จึงต้องช่วยกัน ตนไม่โทษประชาชน แต่โทษรัฐบาลอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะต้องไปด้วยกัน 

"ขอบคุณในความเข้าใจและขอบคุณในหลายๆ เรื่อง ภาคเอกชนเมื่อร่วมมือกับรัฐบาลก็ต้องพูดไปในทางเดียวกัน ผมบังคับท่านไม่ได้ เพราะท่านก็คุยอยู่กับผมทุกอาทิตย์นั่นแหละ เรื่องวัคซีนผมก็อธิบายไป ให้หมออธิบายก็เข้าใจ แต่ออกมาพูดอีกอย่างผมไม่แฮปปี้เท่าไหร่ ผมจำเป็นต้องพูดตรงนี้จะได้เข้าใจร่วมกัน ผมไม่ได้ขัดแย้งกับใครดีซะอีกได้มาช่วยกัน แต่ทั้งหมดต้องอยู่ในกรอบกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะดูแลภาพรวม นายกฯ เป็นผู้ตัดสินใจมันจะเพิ่มมากเพิ่มน้อยขึ้นอยู่กับวัคซีนที่มา วันนี้ดูทุกอัน" นายกฯ กล่าว



พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ก็จะมีกลุ่มรับจ้างสาธารณะ รถเมล์ มอเตอร์ไซค์ Grab และคนที่ต้องเดินทางไปมาที่จะต้องหาวัคซีนตรงนี้เพิ่มให้อีก รวมถึงครู นักธุรกิจในประเทศและนักธุรกิจต่างประเทศที่เข้ามาอยู่ในประเทศ แรงงานในระบบ 16 ล้านคน ดังนั้นต้องบริหารจัดการทีละขั้นตอนตรงไหนฉีดมากฉีดน้อย ตรงไหนพื้นที่ฐานการผลิตของประเทศไทยและส่งออก ถ้าล่มสลายไปสินค้าส่งออกเจ๊งหมด จึงต้องคิดแบบนี้ฝากความเข้าใจด้วยแล้วกัน พูดแล้วยังเหนื่อยแต่สบายใจที่เจอพวกเราทุกคน

เมื่อถามถึง กรณีที่ จ.บุรีรัมย์ ออกคำสั่งใหม่ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะติดเชื้อหรืออาจจะรับเชื้อไปฉีดวัคซีน หากฝืนมีโทษทั้งจำและปรับ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่ผู้ว่าฯ กำหนด แต่ไม่ได้มุ่งหมายต้องไปทำร้ายประชาชน ซึ่งอาจจะเป็นการเตือนไว้ เหมือนกับค่าปรับก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาและบางจังหวัดก็ต้องมีการห้ามบ้าง แต่ประกาศแล้วอาจไม่ปรับถึง 20,000 อาจเป็น 2 บาทก็ได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคณะกรรมการจังหวัดพิจารณาภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ ถ้าไม่เตือนกันจะทำหรือไม่ ทำไมต้องให้บังคับใช้กฎหมาย แต่ตัวเองต้องปลอดภัยครอบครัวต้องปลอดภัย ซึ่งตนไม่โทษ เดี๋ยวสื่อจะหาว่าตนโทษประชาชนอีก จำไว้นะ ถ้าในสื่อเห็นว่านายกฯ โทษประชาชนอีกนะมีเรื่อง 

"ต้องร้องขอประธานต่างๆ ไว้ด้วยแล้วกันพูดอะไรก็ขอให้มันตรงกับที่เราคุยไว้บ้างแล้วกัน" นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการคุมเข้มป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายตามแนวชายแดนเมียนมา หลังมีการสู้รบในประเทศ ว่า ชายแดนวันนี้สต็อปไว้หมดแล้วและให้มีพื้นที่พักคอยตลอดตามแนวชายแดนได้สั่งไปนานแล้วและกระทรวงกลาโหมก็ได้ดำเนินการตามนี้ ซึ่งจากแนวชายแดนเข้ามาเรามีพื้นที่รองรับตรงนี้ไว้อยู่เมื่อเข้ามาเราก็ดูแลด้านมนุษยธรรม เมื่อเลิกรบกันคนเหล่านั้นก็กลับบ้าน ไม่ต้องไปไล่ แต่ไม่ต้องการให้เข้ามาพื้นที่ส่วนใน ตั้งเป็นศูนย์อพยพยาวเหยียดไม่ได้ โดยวันนี้ตัวแทน สหประชาชาติก็มาพบตน เมื่อตนอธิบายก็เข้าใจไม่เช่นนั้นปัญหาก็จะเกิดปัญหายาวนาน เหมือน 40 ปีที่ผ่านมา ที่มีผู้หลบหนีการสู้รบหลายแสนคนในประเทศไทย วันนี้เหลืออยู่ 80,000 ยืนยันวันนี้ไม่ได้ไล่ออก แต่ชาวบ้านจะรู้ก่อนว่ามีการสู้รบ เมื่อเข้ามาก็มีพื้นที่พักคอย หากไม่มีการรบก็กลับไป 



นายกฯ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันที่ผ่านมาก็มีการจับกุมได้จำนวนหลายพันคนแล้ว โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและได้ให้กลับไป เพราะไม่อยากให้เป็นภาระของเราด้วย ซึ้งต้องเข้าใจเราต้องบริหารกฎหมายหรือมีอะไรอรุ่มอร่วยได้บ้าง แต่รับรองวันนี้กระทรวงกลาโหม ตำรวจและทหารขึงพืดทั้งหมดตามชายแดน รวมทั้งการตรวจสอบคัดกรอง เดี๋ยวจะหาว่าคนไทยไม่มีน้ำใจ เราก็ต้องมีน้ำใจและสิทธิมนุษยชนที่ต้องดูแล

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการพิจารณามาตรการผ่อนคลายของ ศบค. ว่า รับเรื่องมาหลายวันแล้วและได้ให้แนวทาง ศบค.ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งวันนี้มีมาตรการออกมาแล้วให้มีการผ่อนผันให้เปิดได้ แต่ต้องมีแนวทางปฏิบัติให้ถูกต้อง ซึ่งในระยะแรกได้เสนอมาให้คนเข้ามากินภายในร้านได้ 25% หรือ 1 ใน 4 ก่อน แล้วหลังจากนี้จะทำอย่างไรให้ลูกจ้างมีการฉีดวัคซีน ดังนั้นแผนต้องปรับตลอดเวลาหากปล่อยไปเรื่อยๆ อะไรก็ได้ก็จะเป็นปัญหา เพราะคนมีจำนวนมากกว่า 66 ล้าน จะให้ทุกคนพอใจคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ขอให้ช่วยกันแล้วกัน ไม่จำเป็นต้องรักหรือชอบตน แต่จะดูแลทุกคนอยู่แล้ว

นายกฯ กล่าวในช่วงท้ายด้วยว่า วันนี้ต้องชี้แจงให้ได้ว่าโรงพยาบาลสนามมีที่ไหนรับได้เท่าไหร่ต้องสรุปให้ชัดเจนให้ได้ บางทีก็บอกว่าเปิดที่โน้นที่นี่แต่ไปแล้วไม่พร้อม ดังนั้นต้องระบุให้ชัดเจนและประกาศให้ทราบล่วงหน้า วันนี้สั่งการไปแล้วทำอย่างไร รวมถึงเรื่องการขนย้ายวัคซีนให้เร็วขึ้นจากส่วนกลางไปสู่ภูมิภาค มีเครื่องไม้อุปกรณ์เครื่องย้ายได้เร็วขึ้น เพราะวันนี้หลายจังหวัดยังรออยู่วัคซีนยังกระจายไปไม่หมด จึงต้องให้ศูนย์กระจายวัคซีนภูมิภาคลดภาระส่วนกลาง ซึ่งปัญหาทุกปัญหาแก้ได้หมดด้วยความเข้าใจที่ตรงกันเราจะสู้ไปด้วยกัน ก่อนกล่าวว่า "วัคซีนไอเลิฟยู" และชูสัญลักษณ์ 2 นิ้ว



ด้าน นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า "เดอะมอลล์ กรุ๊ป อยู่เคียงข้างประชาชนไทยเสมอ  เราผนึกความร่วมมือเอกชนทุกภาคส่วน สนับสนุนภาครัฐ เพื่อให้การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19  เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและเร่งด่วน เพื่อร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจ และก้าวข้ามวิกฤติการณ์โควิด-19 ไปด้วยกันอย่างดีที่สุดโดย เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้รับการคัดเลือกจากกรุงเทพมหานคร, สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร,  สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี, สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และ
หอการค้าไทย  ให้เป็นสถานที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชน  โดยสนับสนุนงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น