อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

กทม.ยังอ่วมโควิดระบาดชั้นใน เฝ้าระวัง 393 แคมป์คนงาน

ศบค.ห่วง กทม.ยังอ่วม โควิดระบาดเขตชั้นใน สั่งเฝ้าระวัง 393 แคมป์คนงาน พบ 6 คลัสเตอร์ในสนามบินสุวรรณภูมิ แนะตั้งศูนยเอราวัณเป็นจุดรับผู้ป่วยจุดเดียว วอนคนดูแลแคมป์ก่อสร้างคุมเข้มคนงานทำตามมาตรการป้องกันโรค เสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.38 น.


เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงว่า ที่ประชุมศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โรคโควิด-19 กทม.และปริมณฑล มีการนำตัวเลขมาพิจารณา โดย กทม.วันนี้ติดเชื้อ 1,163 ราย การติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมา 5 วัน ยอดสะสมระลอกใหม่อยู่ที่ 24,724 ราย หากรวมกับปริมณฑล 5 จังหวัด ยอดติดเชื้ออยู่ที่ 1,729 ราย สะสม 37,664 ราย ขณะที่ 71 จังหวัดรวมกันยอดลดลงเรื่อยๆ วันนี้ติดเชื้อ 436 ราย คิดเป็น 1 ต่อ 4 ของการติดเชื้อเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการรายงานพบคลัสเตอร์ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบรวม 105 ราย มาจากคลัสเตอร์ 6 คลัสเตอร์รวมกันในบริเวณนั้น ทั้งบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง ฝ่ายช่าง ฝ่ายบริการต่างๆ ซึ่งเขตสุขภาพที่ 6 จังหวัดสมุทรปราการ ได้ประชุมและสรุปข้อมูล โดยในบ่ายวันนี้ (15 พ.ค.) ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิร่วมกับเขตสุขภาพที่ 6 จะให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชน โดยขอให้ประชาชนรับฟังข้อมูลเพื่อนำไปปฏิบัติ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แผนที่พบการติดโควิด-19 ในคลัสเตอร์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ข้อมูลวันที่ 14 พ.ค. เวลา 21.00 น. ได้แก่ 1.บริษัทการบินไทย 3 ราย วันที่ 14 พ.ค. 2.ไปรษณีย์ 12 ราย วันที่ 23 เม.ย.-5 พ.ค. 3.บริษัทเอกชน 3 ราย วันที่ 26 เม.ย. 4.ฝ่ายบริการขนส่ง 34 ราย วันที่ 27 เม.ย.-7 พ.ค. 5.บริษัทการบินไทย 6 ราย วันที่ 28 เม.ย.-6 พ.ค. และ 6.บริษัทเอกชน อีกแห่ง 47 ราย วันที่ 5 เม.ย.-10 พ.ค.




นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า สำหรับการค้นหาเชิงรุกในเรือนจำ กทม. ยอดรวม 3,895 ราย ส่วนคนที่เดินเข้ามาตรวจในรพ.ยังไม่ลดลง และพบว่ามาจากชุมชนคลองเตย หลักสี่ สีลม สี่แยกมหานาค ปากคลองตลาด แฟลตดินแดง พื้นที่บางแคห้างสรรพสินค้า ชุมชนใกล้เคียง และซอยเพชรบุรี 5, 6 ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ 50 เขตใน กทม.ไปสำรวจพื้นที่ ทำให้พบว่าจากการแบ่งตามความชุกต่อพันคน เขตต่างๆ มีความเข้มข้นต่างกันไป ส่วนใหญ่กระจุกตัวใน กทม.ชั้นใน ทั้งปทุมวัน คลองเตย ห้วยขวาง ป้อมปราบศัตรูพ่าย ดุสิต ดินแดง ราชเทวี วัฒนา การกระจุกตัวของคนก็มาก ทั้งเชิงพักอาศัยและการประกอบการ แออัดกันอยู่ตรงนี้ โดยสรุป พบว่าเขตที่มีปัญหามีทั้งหมด 17 เขต 27 คลัสเตอร์ ได้แก่ ดินแดง วัฒนา คลองเตย หลักสี่ ลาดพร้าว ราชเทวี พระนคร ดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย สวนหลวง ปทุมวัน สาทร สัมพันธวงศ์ จตุจักร สีลม ประเวศ และวังทองหลาง กำลังสอบสวนควบคุมโรคหรือการระบาดยังมีอยู่ 20 คลัสเตอร์ และปิดคลัสเตอร์แล้ว 7 คลัสเตอร์ เราจึงต้องแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทั้ง 17 เขตทราบ และขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือกับสำนักงานเขตในการควบคุมโรค
 
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า มีการประเมินว่า เขตที่มีการระบาดมากและเพิ่มขึ้นเร็ว คือ ป้อมปราบศัตรูพ่าย ดุสิต ปทุมวัน ราชเทวี คลองเตย ลาดพร้าว เป็นต้น ส่วนคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด คือ แคมป์ก่อสร้างที่หลักสี่ ติดเชื้อถึง 21.99 เปอร์เซ็นต์ ทั้งความแออัด ความหลากหลายเชื้อชาติ อาจเป็นแหล่งระบาดกลุ่มก้อนใหญ่ โดยรองปลัดกรุงเทพมหานครรายงานต่อที่ประชุมว่าข้อมูลล่าสุดปลายปี 2563 พบว่ามีคนงานในแคมป์ก่อสร้าง ประมาณ 60,000  คน จาก 393 แคมป์ที่กระจายใน 50 เขตของ กทม. แบ่งเป็นคนไทย 24,612 คน และต่างชาติ 34,600 คน เมื่อเจอการติดเชื้อ ถ้าเป็นต่างชาติ จะถูกดึงออกมา และจัดหาพื้นที่เฉพาะให้ได้อยู่  



ส่วนคลัสเตอร์ที่เฝ้าระวัง มีแคมป์ก่อสร้างในเขตวัฒนา มีอัตราผู้ติดเชื้อ 14.25 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคลัสเตอร์ที่พบใหม่ คือ 1.ราชเทวี ชุมชนริมคลองสามเสน แฟลตรถไฟมักกะสัน 2.เขตประเวศ ตลาดบุญเรือง  3.เขตบางรัก สีลม 4.เขตทวีวัฒนา ชุมชนแออัด พบ 15.23 เปอร์เซ็นต์ และ 5.เขตสวนหลวง ร้านเฟอร์นิเจอร์ วันที่ 13 พ.ค. กทม.ส่งผลของจุดตรวจ 6 แห่ง ตรวจ 6,693 ราย พบติดเชื้อ 285 ราย คิดเป็น 4.26 เปอร์เซ็นต์ ในที่ประชุมจึงมอบหมายให้ กทม.แจ้งไปยังสำนักงานเขตทุกแห่งรายงานผู้ที่อยู่ในแคมป์คนงานมีกลุ่มเสี่ยง ต้องรายงาน กทม.เข้ามาศูนย์บูรณาการฯ และแจ้งผู้ประกอบการและแรงงานทั้งหมดให้เข้มงวดกวดขันการดูแลความเป็นอยู่ของแรงงาน สถานที่ โครงสร้าง พฤติกรรมส่วนตัว อย่างที่คับแคบ ดื่มกินนอนในที่จำกัด มิฉะนั้นเชื้อจะแพร่ออกไป

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ประธานที่ปรึกษาของ ศบค. เสนอให้มีศูนย์ข้อมูลบริหารจัดการเรื่องเตียง น่าจะต้องเป็นศูนย์เอราวัณเป็นวันสต๊อปเซอร์วิสจุดเดียว ทำหน้าที่คือรับ ส่วนศูนย์คัดแยกผู้ป่วยสีเขียวเหลืองแดง คิดว่ามี 3 เซ็นเตอร์ที่น่าจะทำได้ คือ ศูนย์รับส่งต่อนิมิบุตร รพ.สนามบางขุนเทียน และ รพ.บุษราคัม จะต้องมีรองปลัด กทม. 1 คน กำกับดูแลในการดึงผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด สำคัญคือเอกซเรย์ตรงนั้น ตอนนี้เทคโนโลยีไม่ต้องให้หมออ่าน ส่งฟิล์มเข้าเอไออ่านโดยเครื่องเลยว่าคนนี้ปอดอักเสบ เยอะแล้วต้องได้รับยาแล้วแยกออกมาทันที นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น