อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

ถล่ม'บิ๊กตู่'รวบอำนาจแก้โควิด ลั่นถ้าทำไม่ได้ต้องลาออก

“สุทิน” ซัด “บิ๊กตู่” รวบอำนาจจัดการโควิด ต้องมีความรับผิดชอบ ทำไม่ได้ให้ลาออก “หญิงหน่อย” อัด “นายกฯ” ทั้งแก้โควิด-เศรษฐกิจ ขอร้องคนไทยไปฉีดวัคซีนแม้ไม่พอใจ ต้องรักษาชีวิตไว้ไล่ “บิ๊กตู่” ด้าน “ไพศาล” แนะให้เอกชนนำเข้าวัคซีนเสรี เชื่อเดือนเดียวแก้โควิดแพร่ได้ เสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 21.12 น.


เมื่อวันที่ 15 พ.ค. เครือข่าย “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” มีการจัดเสวนาออนไลน์ เรื่อง “ภาวะผู้นำกับการฝ่าวิกฤติประเทศไทย” โดยมีนายไพศาล พืชมงคล เลขาธิการสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน นายธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล อดีตรมว.การคลัง นายสุทิน คลังแสง ประธานกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานสถาบันสร้างไทย อดีตรมว.สาธารณสุข ร่วมเสวนาในครั้งนี้

นายสุทิน กล่าวว่า 7 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยอ่อนแอ และติดลบมาตลอด เมื่อเจอโควิด วันนี้เจอโควิดก็เหมือนคนป่วยลมพัดนิดเดียวก็ล้ม วันนี้ชัดที่สุดคือเศรษฐกิจเดินมาถึงจุดที่งบประมาณแผ่นดินเจอทางตันหมด ชนเพดานเงินกู้ 60% ทำให้ไม่สามารถกู้เงินชดเชยการขาดดุลได้ การเมืองก็อ่อนแอ การจัดหาวัคซีนช้า ฉีดช้า แถมยังรวบอำนาจมาไว้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ถ้าบอกว่าไม่พอใจนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ไม่พอใจ รมว.คลัง ก็ควรจะเปลี่ยนตัวคนรัฐมนตรีเหล่านี้เอาคนอื่นมาบริหารแทน ไม่ใช่รวบอำนาจมาไว้ที่ตัวเองคนเดียว การบริหารงานควรกระจายอำนาจเช่นวัคซีนถ้าให้อำนาจกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือแม้แต่ท้องถิ่น เอกชน เขาคงหาวัคซีนมาใช้ได้    



การรวบอำนาจหากอยู่ในมือคนเก่งคนดี ก็เป็นโชคดี แต่ถ้าอยู่กับคนโง่ เป็นคนมือไม่ถึง คนอ่อนแอคนไม่มีความสามารถ ก็ซวย อย่างไรก็ตามเมื่อรวบอำนาจมาไว้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วซึ่งก็เห็นแล้วว่า 7 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร แต่ไม่เป็นไร รวบมาแล้วมีอำนาจมากขึ้นก็ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น มีหลักประกันให้ประชาชน ต้องระบุให้ชัดว่าการการปัญหาการระบาดโควิดทำอย่างไร จบเมื่อไหร่ คนติดเชื้อ คนเสียชีวิตต้องลดลงภายในกี่สัปดาห์ กี่วัน รวมถึงแผนการฉีดวัคซีน จากนั้นสื่อสารให้คน 65 ล้านคนเข้าใจ นอกจากนี้ ถ้าทำไม่ได้ประชาชนก็ต้องถามกับตัวเองว่าจะฝากชีวิตไว้กับคนๆ เดียวหรือไม่ ทั้งนี้หากทำไม่ได้ 2 สัปดาห์ก็ต้องลาออก  


 
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ถ้าจะเอาตามมาตรฐาน นายกฯ คงต้องลาออกไปแล้ว อยู่ไม่ได้เพราะมันเลยเวลาทุกอย่างไปหมดแล้ว จากการที่ตนลงพื้นที่ทุกวันเห็นความลำบาก ความทุกข์ของประชาชนอย่างแท้จริง การบริหารจัดการที่ล้มเหลวทำให้เกิดการระบาดในระดับชุมชน โทษประชาชนไม่ได้ เขาไม่มีทางเว้นระยะห่างได้ ตนเตือนเรืองนี้ตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ ประเด็นแรกคือ การรักษา สาธารณสุข และวัคซีน ตนเคยทำงานในกระทรวงสาธารณสุขมาก่อน ตนมั่นใจศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทยเข้มแข็ง แต่โดยระดับผู้นำคือนายกฯ ที่รวบอำนาจตั้งแต่ 23 มี.ค. 2563 ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีนายกฯ เป็นประธาน ศบค. บริหารอย่างที่หมอหลายคนอึดอัด สร้างภาระให้หมอ ระบบสาธารณสุขจะรับไม่ไหวถ้ายังปล่อยไปแบบนี้ ซึ่งหากจัดการไม่ดีการระบาดในชุมชนจะแพร่มาที่ชนชั้นสูง สู่ต้นตอของคนที่เคยทำให้เกิดการแพร่ในระลอกแรก

“วันนี้ความล้มเหลวของผู้นำ ถ้าตัวเองเป็นนายกฯ คุมทั้งโควิด และเศรษฐกิจถือว่าสอบตกอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่สามารถคุมการระบาดได้ ส่วนกรณีวัคซีนก็เป็นเรื่องน่าอึดอัดใจ ดิฉันไม่วางใจรัฐบาลและโกรธรัฐบาลในการจัดการวัคซีน เหมือนถูกมัดมือชก ตัวเลือกน้อยและปริมาณไม่พอ แต่ถึงไม่พอใจอย่างไรก็อยากขอร้องให้คนไทยไปฉีด เพราะเราต้องรักษาชีวิตไว้ไล่เขาให้ได้” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว



นายธีรชัย กล่าวว่า สำหรับการจัดหางบฯ เพื่อกู้วิกฤติโควิด–19 ต้องบริหารแบบภาวะสงคราม เอาตัวเองให้ได้ สามารถกู้แบบทะลุเพดานเงินกู้ได้ หรือคุยกับแบงค์ชาติให้ออกพันธบัตรรัฐบาล เพื่อเอาเงินมาใช้ ซึ่งทั่วโลกทำแบบนี้ได้ชั่วคราว แต่จะทำได้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตอบประชาชนให้ได้ว่าจะตัดทิ้ง หรือเลื่อนการใช้จ่ายเงินที่ไม่จำเป็นได้หรือยัง อย่างเช่น งบซื้ออาวุธ รวมถึงการตัดเงินเดือนรัฐมนตรี สภา เพื่อให้คนเข้าใจว่าเราถึงเวลาช่วยกันคนละไม้ละมือแล้ว แบบนี้ประชาชนให้ความมั่นใจ



นายไพศาล กล่าวว่า เมื่อเทียบภาวะผู้นำของประเทศจีนและไทย จีนเป็นประเทศแรกที่มีการระบาดโควิดและมีผู้ติดเชื้อสูงสุดในตอนต้น แต่วันนี้แก้ไขปัญหานี้เบ็ดเสร็จเข้าสู่สภาวะปกติแทบไม่มีการใส่หน้ากากอนามัยแล้ว สะท้อนถึงความสำเร็จและความเชื่อมั่นว่ามีความปลอดภัย 100% ในขณะที่ประเทศไทย 16 เดือนผ่านไป จากตัวเลขผู้ป่วยน้อยมาก วันนี้มีผู้ป่วยสะสมมากกว่าจีน จีนมีประชากร 1,400 ล้านคน มียอดผู้ป่วยสะสม 9 หมื่นกว่าราย แต่ไทยประชากร 70 ล้านคน ยอดผู้ป่วยสะสมใกล้แสนราย อัตราการเสียชีวิตก็พุ่งพรวด และไม่รู้สถานการณ์จะจบเมื่อไร ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปประเทศไทยคงอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินจบหมดวาระรัฐบาล
 
คนที่จะมาเป็นรัฐบาลต่อต้องรับวิกฤติหนัก ต้องอาศัยความสามัคคีของคนในชาติในการแก้ไขปัญหา แต่ของเราสวนทางมีการรวบอำนาจมาไว้ที่นายกฯ ภายใต้ ศบค. ข้าราชการไม่รู้จะฟังใคร เกิดภาวะชะงักงัน จึงเสนอให้กระจายอำนาจให้รัฐมนตรีทุกกระทรวง ไม่ควรรวบอำนาจไว้ที่ ศบค. เพราะการระบาดใหญ่เกิดจากการละเมิดกฎหมาย เปิดบ่อน เอาคนข้ามแดนมา ถูกอำนาจถูกผูกขาด จึงไม่เห็นผลงานของรัฐมนตรีแต่ละคน การรวบอำนาจจึงเป็นอุปสรรค ประเทศจีน ประชากร 1,400 ล้านคน ใช้หน่วยงานปกติทั้งหมดในการจัดการ เพราะผูกขาดอำนาจก่อเกิดปัญหาไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งนี้การจัดการไวรัสให้หมดน่าจะเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่วัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ โดยการเปิดเสรีให้นำเข้าวัคซีนที่องค์การอนามัยโลกรับรอง ภาคเอกชนก็จะสามารถนำเข้าได้เอง ภายในเดือนเดียวคาดว่าจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด. 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    76%
  • ไม่เห็นด้วย
    24%

ความคิดเห็น