อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2564

"วุฒิสภา"ไฟเขียวอนุมัติแก้ป.แพ่งและพาณิชย์

ที่ประชุม "วุฒิสภา" ไฟเขียวอนุมัติแก้ ป.แพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 แม้ถูกแฉ เนื้อหาไม่แตะ "สถาบันการเงิน-ช่วยลูกหนี้ไม่ทุกกลุ่ม" จันทร์ที่ 7 มิถุนายน 2564 เวลา 15.03 น.

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานที่ประชุม ได้พิจารณา พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายเพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎร ได้อนุมัติ พ.ร.ก. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ชี้แจงสาระสำคัญต่อที่ประชุมวุฒิสภา ว่า การแก้ไข พ.ร.ก.เพื่อบรรเทาภาระของลูกหนี้ ที่ได้รับผลกระทบจากการคำนวณอัตราดอกเบี้ยผิดนัดที่ไม่สมควร เป็นธรรม และรักษาความมั่นคงของเศรษฐกิจของประเทศ โดยเนื้อหาได้ปรับปรุงอัตราดอกเบี้ยที่ไม่ได้ระบุไว้ในนิติกรรม ลดจากร้อยละ 7.5 ต่อปี เหลือร้อยละ 3 และกำหนดอัตราที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ด้วยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกาในกรอบเวลา 3 ปี ขณะที่อัตราดอกเบี้ยผิดนัด ได้ปรับให้เป็น ร้อยละ 5 ต่อปี จากเดิมที่กำหนด ร้อยละ 7.5 ต่อปี

ทั้งนี้ ส.ว.ได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่สนับสนุนหลักการและลงมติเห็นชอบอย่างเอกฉันท์ แต่พบว่าในการอภิปรายของ ส.ว.นั้น ได้ทักท้วงต่อการปรับปรุงเนื้อหาที่ยังขาดรายละเอียดและการครอบคลุมถึงการช่วยเหลือประชาชน อาทิ นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตาม พ.ร.ก. ทำให้ประชาชนเพียงส่วนเดียวได้รับประโยชน์ เพราะไม่ใช่ด้านที่ประชาชนซึ่งเดือดร้อนต้องการ กล่าวคือ ธนาคารสถาบันการเงินยังเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจและทางการเงินของประเทศ  และเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยกู้เงินสูง คือ ร้อยละ 5 ขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ ร้อยละ 0.25 ส่วนที่แก้ไขตาม พ.ร.ก.มาตรา 7 แม้จะแก้ไขหลักการสำคัญในการเสียดอกเบี้ย ที่เกิดจากนิติธรรมและสัญญา แต่ประชาชนยังต้องชำระดอกเบี้ยแบบเดิม ดังนั้นขอให้รัฐบาลรับฟัง และใส่รายละเอียดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ขณะที่ พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม ส.ว. อภิปรายว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวหลักการมาถูกทางแต่ไปไม่สุดทาง เนื่องจากมีช่องว่างให้กับสถาบันการเงิน กำหนดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่า ร้อยละ 15 ได้ ตามกฎหมายว่ากำหนดอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงิน พ.ศ.2523 หรือไม่มีเพดาน ทั้งนี้ยังรองรับว่าไม่ให้นำมาตรา 654 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้ จึงไม่มีการกำหนดเพดานการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาและ ดอกเบี้ยค่าปรับ ทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศไม่ได้เยียวยาแก้ไข จากการทำให้กฎหมายฉบับดังกล่าวสมบูรณ์ที่สุด โดยต้องทำประมวลกฎหมายว่าด้วยการกู้หนี้ยืมสิน ออกมาบังคับใช้

ซึ่งท้ายที่สุดที่ประชุมวุฒิสภา มีมติอนุมัติ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 ด้วยเสียงเห็นชอบ 201 เสียง และงดออกเสียง 5 เสียง.


 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 9