อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2564

"ภูมิธรรม"ซัดรัฐบริหารวิกฤติไม่เป็น ฟันธงยุบสภาต้นปี 65

"ภูมิธรรม" รำลึก 24 มิ.ย. 89 ปี ประชาธิปไตย ซัดรัฐบริหารวิกฤติไม่เป็น ตอกย้ำภาพผู้นำไร้วุฒิภาวะ ฟันธงยุบสภาต้นปี 65 ภายใต้เงื่อนไขแก้ รธน.ฉบับ พปชร. จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 09.15 น.

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และเลขานุการผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวรำลึก 24 มิ.ย. 64 89 ปี ของการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ว่า ภาพที่ปรากฏและเห็นกันประจักษ์ชัดทางการเมืองวันนี้ คือ ภาพจริงของรัฐบาลที่บริหารไม่เป็น รับมือกับสถานการณ์วิกฤติทางสุขภาพไม่ทั่วถึงเป็นธรรม ไม่มีแผนการจัดการกับระบบฟื้นฟูเศรษฐกิจในระดับมหภาคและระดับกลุ่มอาชีพ กลุ่มแรงงานอย่างทันการ ภาพรวมที่เห็นคือขาดการวางแผนแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และหมกมุ่นอยู่กับการสร้างภาพ วัคซีนคือทางออกและทางรอด ระยะนี้ข่าวที่เห็นตามสื่อมวลชนคือการประชาสัมพันธ์สร้างภาพ เรื่องการกำหนดวาระแห่งชาติ ตั้งเป้าหมายปูพรมฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วประเทศแต่ความเป็นจริงคือจัดการวัคซีนได้ไม่เพียงพอ หลายหน่วยงานประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปกระทันหันหลังวันดีเดย์ของรัฐบาลไม่ถึงสัปดาห์ ทั้งที่เปิดการจองผ่านสารพัดแอพพลิเคชั่นมาแล้วล่วงหน้าหลายเดือน ภาพที่ปรากฏบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยเห็นผลอย่างเป็นจริง คือ การประกาศว่ารัฐจัดหาวัคซีนทางเลือกอื่นๆ ไว้แล้ว แต่ไม่มีการกำหนดเวลาที่เป็นจริง การยิ่งสร้างภาพด้วยวาจาของรัฐบาลกลายเป็นมายาภาพที่เชื่อไม่ได้ไปแล้วในสายตาประชาชน 

นายภูมิธรรม กล่าวว่า รัฐบาลพยายามจะสื่อสารสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้น แต่รัฐบาลไม่เข้าใจว่า ความมั่นใจต้องเกิดจากการกระทำให้ทุกคนเห็นหาใช่การสร้างภาพให้ข้อมูลความหวัง แต่การกระทำตรงข้ามคนก็จะยิ่งไม่มั่นใจและขาดความไว้วางใจรัฐบาลมากขึ้นทุกที เมื่อประสานกับการตอบคำถามของผู้นำรัฐบาลในสภาฯ ที่ผ่านมา ก็ยิ่งสะท้อนถึงการไร้ความสามารถของผู้นำถึงศักยภาพในการพาประชาชนฝ่าวิกฤติ การตอบคำถามสำคัญๆ ที่รัฐบาลถูกพรรคร่วมฝ่ายค้านและ ส.ส. ในสภาฯ ไต่สวนและตรวจสอบ ผู้นำรัฐบาลที่ถนัดสร้างภาพกลับแสดงออกอย่างไร้วุฒิภาวะด้วยการแสดงความฉุนเฉียว ไม่พอใจ และแสดงอำนาจข่มขู่คุกคามตัวแทนประชาชนในสภาเหมือนที่ผู้นำกระทำในช่วงการอภิปรายงบฯ และการตอบคำถาม เรื่อง ทำไมต้องกู้ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงไม่น่าแปลกใจว่าแต่ละครั้งที่ปรากฏตัวกลับเป็นทุกครั้งที่ตอกย้ำภาพผู้นำที่ไร้ศักยภาพขาดวุฒิภาวะ ถนัดแต่พูดก่นด่า ตำหนิผู้คนไปทั่ว และไม่เคยตอบคำถามเชิงเหตุผล ไม่เคยสร้างความหวังแม้เพียงเล็กน้อยให้ประชาชนรู้สึกไว้วางใจ

นายภูมิธรรม กล่าวว่า สถานการณ์ของผู้นำรัฐบาลเป็นเช่นนี้ซ้ำซ้อนและซ้ำซากมาโดยตลอดกระแสข่าว วิจารณ์หนักว่าหากผู้นำและรัฐบาลเดินหน้า ต่อไปในรูปการณ์เก่าแบบเดิมๆ จะยิ่งยากลำบาก แล้วอะไรจะเกิดขึ้น เร็วสุดหลายฝ่ายวิจารณ์ว่า หากไม่สามารถประคับประคองและคลี่คลายวิกฤติที่ประชาชนคาดหวังและสามารถยอมรับได้ จะส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์คอนเวิร์ส ตัวใครตัวมัน ในกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาล การยุบสภาอาจเกิดขึ้นหลังครบ 105 วัน ในการพิจารณางบเสร็จหรือการยุบสภาอาจเกิดขึ้นหลัง ก.ย.ปี 64 ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อว่ายากมากและยังเชื่อว่าแม้จะไม่ราบรื่นแต่พรรคร่วมรัฐบาลก็จะยังคงพยายามประคับประคองผลประโยชน์ของทุกฝ่ายต่อไปจนถึงที่สุด

"ผมเชื่อว่าสิ่งที่เป็นไปได้ที่สุด คือ รัฐบาลจะพยายามประคองให้ผ่านงบไป อย่างน้อยรัฐบาลจะได้ใช้งบประมาณอย่างน้อยสัก 3 เดือน หรือ 90 วัน เพื่อให้งบประมาณได้เริ่มใช้ และต้องพยายามแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่จะทำให้พวกเขาได้ประโยชน์สูงสุด การยุบสภาจึงอาจจะเกิดขึ้น เร็วที่สุดคือ ในช่วงไตรมาสแรกของปีปฏิทิน 65 (ม.ค.-มี.ค.65) ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เป็นไปได้มากที่สุด และเหมาะสมที่สุดที่ฝ่ายรัฐบาลต้องการ" นายภูมิธรรม กล่าว

นายภูมิธรรม กล่าวด้วยว่า เงื่อนไขสำคัญอันหนึ่งก่อนยุบสภา คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ฝ่ายรัฐบาลต้องการทำให้เร็วที่สุดก่อนการเลือกตั้งจะมาถึง คือการแก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราโดยเลือกแก้ในสาระที่รัฐบาลจะได้เปรียบและเกิดประโยชน์สูงสุดในตอนเลือกตั้ง ถ้าจะแก้บ้างเป็นรายมาตรา เพื่อหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ฝ่ายตน พลังประชารัฐ (พปชร.) อาจต้องการแก้รายมาตราโดยเฉพาะเรื่องแก้ระบบเลือกตั้ง โดยใช้บัตร 2 ใบที่พรรค พปชร. เชื่อว่าตนจะได้ประโยชน์สูงสุด และเกิดประโยชน์ต่อพรรคใหญ่ ซึ่งปัจจุบันพรรค พปชร. ค่อนข้างมั่นใจในอำนาจและกำลังเงินของตนสูงสุดและมากที่สุด

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ความจริงการแก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เป็นเรื่องที่อาจเห็นผลสำเร็จได้ง่ายและชัดเจนที่สุดและการแก้ไขระบบเลือกตั้งให้เป็นบัตร 2 ใบ ก็เป็นสิ่งที่พอมีเหตุผลยอมรับฟังกันได้คือ การใช้บัตร 2 ใบ เป็นไปตามหลักเลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ ซึ่งคนไทยคุ้นเคยและยอมรับว่าสะท้อนวิธีการเลือกผู้แทนที่ได้ตรงกับใจ ประชาชนที่อยากเลือกมากที่สุด การเลือกโดยใช้บัตร 2 ใบ เป็นการสะท้อนการสร้างความเข้มแข็งให้ระบบพรรคการเมือง มีความเข้มแข็งมากขึ้นและดีขึ้นกว่าระบบบัตรใบเดียวที่สร้างสภาวะ เบี้ยหัวแตกให้เกิดพรรคเล็ก พรรคน้อยเต็มไปหมด อันนำมาซึ่งความไร้เสถียรภาพทางการเมืองให้เกิดขึ้นในระบบการเมืองปัจจุบัน 

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า อีกประเด็นสำคัญในการแก้รายมาตรา คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเพิ่มและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนหลายเรื่องที่ขาดหายไป และการตัดทอน หรือการลดอำนาจ สมาชิกวุฒิสภาลงไม่ให้มีบทเฉพาะการที่นำมาใช้เลือกนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อลดทอนการสืบต่ออำนาจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และพวก คสช. ทั้งนี้ ถือเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องการจัดสมดุลแห่งอำนาจของกฎหมายรัฐธรรมนูญให้ลงตัวและได้ดุลมากขึ้น ส่วนประเด็นเรื่องการแก้ไขเพื่อปฏิรูปที่มาของอำนาจตรวจสอบ โดยการยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญและระบบองค์กรอิสระเช่นในปัจจุบัน การยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ เพื่อปลดโซ่ตรวนอนาคตของประเทศ และการล้างมรดกบาป ของการรัฐประหารที่เกิดขึ้น เพื่อหยุดวงจรอุบาทว์ในการทำลายระบอบประชาธิปไตยให้ยุติลงยังเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องนำเสนอให้สังคมและฝ่ายประชาธิปไตยได้ช่วยกันจัดการหาทางออกต่อไป 

"รำลึก 24 มิ.ย. 64 จึงเป็นการรำลึก 89 ปี ของการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยและผมเชื่อว่าพลังฝ่ายประชาธิปไตยจะยังคงขยายกำลังเพิ่มขึ้นทุกขณะ อันเป็นสถานการณ์ผกผันกับรัฐบาลสร้างภาพที่กำลังตกต่ำทุกขณะเช่นกัน" นายภูมิธรรม กล่าว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    44%
  • ไม่เห็นด้วย
    56%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 9