อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

คกก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบเพิ่มโทษปรับ 3 ขั้น คนไม่สวมหน้ากาก

คกก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบกำหนดระยะห่างฉีดวัคซีนแอสตราฯ 10-12 สัปดาห์ หากจำเป็นพิจารณาเพิ่มเป็น 16 สัปดาห์ได้ พร้อมเห็นชอบเพิ่มโทษปรับ 3 ขั้น คนไม่สวมหน้ากากอนามัย สูงสุด 2 หมื่นบาท จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 16.45 น.


เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข เวลา 15.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ว่า ที่ประชุมมีมติดังนี้ 1. มอบหมายสถานพยาบาลฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วไป อยู่ภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ส่วนกระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่จัดสรรจำนวนวัคซีนไปตามเป้าหมายของ ศบค. 2.เห็นชอบกำหนดระยะห่างในการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา 10-12 สัปดาห์ ถ้าจะขยายให้ถึง 16 สัปดาห์ ก็เป็นดุลพินิจของกรมควบคุมโรค ที่จะกำหนดเป็นนโยบายในแต่ละพื้นที่ ในแต่ละจังหวัดตามความจำเป็นตามสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน 3.รับทราบความก้าวหน้าการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.โรคติดต่อ เรื่องการเปรียบปรับกรณีไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า โดยหากฝ่าฝืน ครั้งที่ 1 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ครั้งที่ 2 ปรับมากกว่า 1,000 บาทแต่ไม่เกิน 10,000 บาท ครั้งที่ 3 ปรับมากกว่า 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 20,000 บาท 
 
นอกจากนี้ที่ประชุมรับทราบการดำเนินการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ในวันที่ 1 ก.ค. คือ เน้นนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ–ปานกลาง ได้รับวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกครบถ้วนแล้วอย่างน้อย 14 วัน มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนชัดเจน เด็ก 6 ปี ที่เดินทางมากับผู้ปกครอง ผู้ปกครองต้องให้การดูแลอยู่ตลอดเวลา ต้องมีการตรวจหาเชื้อ และปลอดโควิดก่อนเดินทางมาไม่ต่ำกว่า 72 ชั่วโมง เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยต้องมีการตรวจหาเชื้อ 3 ครั้ง คือในวันแรกที่เดินทางมาถึง ในวันที่ 7 และวันที่ 14 และต้องกักตัวเองอยู่ในภูเก็ตจนครบ 14 วันก่อน ถึงจะสามารถเดินทางไปยังจังหวัดอื่นของประเทศไทยได้ ทั้งนี้ มีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เตรียมความพร้อมมาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค มาตรการสถานที่
 
“รายงานจาก ผอ.กองระบาดวิทยา รายงานว่าที่ภูเก็ตมีการฉีดกลุ่มเป้าหมายไปได้ 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ และจะเร่งทำการไล่ฉีดให้ครบเพื่อที่จะทำให้ภูเก็ตสามารถเปิดเมืองได้ตามนโยบายภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ทั้งนี้ พอฉีดวัคซีนได้ระดับนี้แล้วจะเห็นได้ชัดว่าอัตราการแพร่ระบาด อัตราการทวีความรุนแรงของโรค หรืออัตราการเสียชีวิตลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะฉะนั้นเราจะไล่ฉีดไปในแต่ละจังหวัดต่างๆ ให้มากที่สุด เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในภาพรวมของประเทศ” นายอนุทิน กล่าว
 
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ภาพรวมระยะห่างการรับวัคซีนระหว่างเข็ม 1 เข็ม 2 ยังเหมือนเดิมคือ 12 สัปดาห์ แต่ถ้ามีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงเช่นการระบาด การเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ ก็ให้กรมควบคุมโรคหารือคณะกรรมการวิชาการในการพิจารณาเพิ่มระยะเวลาห่างระหว่างเข็มได้ตามความเหมาะสม สำหรับการทำแซนด์บ็อกซ์นั้นมื่อนักท่องเที่ยวมาถึงภูเก็ต ต้องตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 หากพบเชื้อก็เข้าสู่ระบบการรักษาใน รพ. หากไม่พบเชื้อ ก็สามารถเที่ยวในภูเก็ตได้ตามเส้นทาง หลักเกณฑ์ที่ ศบค. จะพิจารณาในวันที่ 18 มิ.ย. ว่าจะให้เดินทางเที่ยวในภูเก็ตไหน อย่างไรบ้าง แต่หากตรวจครั้งที่ 2 เจอเชื้อก็เข้า รพ. หากไม่พบเชื้อ ก็รอตรวจครั้งที่ 3 หาก ตลอด 14 วันไม่พบเชื้อเลยก็เหมือนการกักตัวแล้ว สามารถเดินทางไปจังหวัดอื่นๆ ได้

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 10