อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

"ก้าวไกล"หัก"เพื่อไทย" พุ่งเป้าปิดสวิตช์ส.ว. พ่วงไม่ร่วมลงชื่อแก้ 256  

“พรรคก้าวไกล” พุ่งเป้าปิดสวิตช์ ส.ว.หักพรรคเพื่อไทยไม่ร่วมลงชื่อแก้ 256 ย้ำรัฐสภาต้องเดินหน้า พ.ร.บ.ประชามติก่อนแก้ไข รธน. ดักคอ “ชวน” อย่าเตะถ่วง ลั่นเอาระบบบัตรเลือกตั้งสองใบสกัดพรรคใหญ่ ชู “เยอรมัน” เป็นต้นแบบไม่ทำเสียงประชาชนตกน้ำ ไม่ปิดประตูแก้หมวด 1 หมวด 2   อังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 11.56 น.


เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ร่วมกันแถลงจุดยืนของ ส.ส.พรรคก้าวไกล ต่อการแก้รัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย

โดยนายพิธา กล่าวว่า ที่ประชุม ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้พิจารณาประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยมีมติดังนี้ 1.พรรคก้าวไกลเห็นว่าหนทางที่ดีทีสุดในการออกจากวิกฤติรัฐธรรมนูญปัจจุบันคือการยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มาจากการทำรัฐประหาร แล้วจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ประตูบานแรกที่นำไปสู่เป้าหมายดังกล่าวคือการจัดทำประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชนที่ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา ดังนั้นพรรคก้าวไกลขอคัดค้าน หากประธานรัฐสภาจะเตะถ่วงร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่ค้างอยู่ออก และนำวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราขึ้นมาพิจารณาก่อนตามความต้องการของพรรคพลังประชารัฐ ทั้งที่ไม่มีเหตุความจำเป็นเร่งด่วนใดๆ ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในช่วงปลายเดือนนี้ ประธานรัฐสภาต้องกำหนดวาระการประชุมตามปกติ เพื่อให้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติแล้วเสร็จก่อนเข้าสู่วาระอื่นๆ 2.พรรคก้าวไกลเห็นว่าการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐหลายมาตรามีความพยายามเบี่ยงเบน ซึ่งเป้าหมายของการแก้ไขรัฐธรรมนูญคือดำเนินการต่ออายุให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯ คนต่อได้อีกครั้ง ผ่านการแก้ไขการเลือกตั้งที่คิดว่าตนเองคิดว่าจะได้เปรียบ ทั้งอำนาจรัฐและอำนาจทุนผ่านการเปิดช่องให้นักการเมืองฝ่ายรัฐธรรมนูญสามารถเข้าไปเบียดบังงบประมาณและแทรกแซงข้าราชการได้ง่ายขึ้น

นายพิธา กล่าวต่อว่า 3.การพยายามเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ในหลากหลายมาตราตามเกมของพรรคพลังประชารัฐมีแต่จะทำให้เกิดความสับสนหรือแย่กว่านั้นคือการช่วยตกแต่งรัฐธรรมนูญ คสช.ดูดีขึ้น ช่วยกันต่ออายุให้ระบอบ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ในสถานการณ์ปัจจุบันควรพุ่งเป้าให้ชัดไปยังการปลดกลไกสำคัญในการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารจึงเสนอให้มีการปิดสวิตช์ ส.ว. ยกเลิกอำนาจในการเลือกนายกฯ ของ ส.ว.ทั้ง 250 คนที่มาจากการคัดเลือกโดย คสช.เอง ส.ส.พรรคก้าวไกลจะลงชื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้ร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านและยื่นต่อประธานรัฐสภาในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ 4.ที่ประชุม ส.ส.พรรคก้าวไกลมีมติไม่ร่วมลงชื่อกับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยที่เสนอแก้ไขมาตรา 256 เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เนื่องจากเราไม่เห็นด้วยกับการไปจำกัดอำนาจของ ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนที่ห้ามแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ เพราะยืนยันมาตลอดว่าการกำหนดห้ามดังกล่าวเป็นการสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองที่ผิดและจะส่งผลเสียต่อการพัฒนาประชาธิปไตยในระยะยาว รวมถึงไม่เคารพต่ออำนาจประชาชน เพราะเชื่อมั่นว่า ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชนมีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้ทุกหมวด และ ส.ส.ร.ควรเป็นเวทีที่เปิดกว้างให้กับทุกฝ่ายเคารพอำนาจของประชาชนเพื่อนำไปสู่ฉันทามติใหม่ของสังคมไทยร่วมกัน



5.เรื่องระบบการเลือกตั้งพรรคก้าวไกลเห็นว่าหากจะมีการแก้ไขต้องมีเป้ามายในการสร้างระบบเลือกตั้งที่ดี ไม่ใช่เป็นแค่การแสวงหาระบบเลือกตั้งที่พรรคการเมืองขนาดใหญ่ได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะต้องทำให้เสียงทุกเสียงมีความหมาย สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนได้ดีที่สุดรวมถึงเป็นระบบที่ช่วยส่งเสริมความเข้มแข็งของพรรคการเมืองและสร้างประสิทธิภาพของระบบรัฐสภากับรัฐบาล ระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ใช่ระบบที่ดี ขณะเดียวกันระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 2540 ก็ยังมีข้อด้อยที่ต้องปรับปรุง พรรคก้าวไกลเห็นว่าระบบการเลือกตั้งที่ดีควรจัดสรรปันส่วนผสมที่ใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ คือเลือก ส.ส.แบบแบงเขต 1 ใบและเลือกพรรคการเมือง 1 ใบ เพื่อนำคะแนนเลือกพรรคการเมืองมาคำนวณเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคเพื่อให้เสียงประชาชนไม่ตกน้ำ และให้ได้สัดส่วน ส.ส.ของพรรคตามเจตนารมณ์ของประชาชนมากที่สุด ที่เสียงของประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการต่ออายุให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ อีก ทุกเสียงต้องถูกนับ

“พรรคก้าวไกลย้ำว่าทางออกวิกฤติของรัฐธรรมนูญปัจจุบันคือไม่ใช่การเข้าร่วมการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเกณฑ์ของพรรคพลังประชารัฐที่ต้องการพิทักษ์รัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหารและต่ออายุให้กับระบอบ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ต้องร่วมกันผลักดันให้มีการลงประชามติเพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2560 คู่ขนานไปกับการทำลายหัวใจการสืบทอดอำนาจด้วยการปิดสวิตช์ ส.ว.ก่อน ส่วนการแก้ไขระบบการเลือกตั้งหรือปีกย่อยอื่นๆ โดยไม่ยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯนั้นย่อมเป็นการเดินเข้าสู่กับดักขนมล่อทางการเมืองของระบอบพล.อ.ประยุทธ์” นายพิธา กล่าว

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่า ที่ออกมาคัดค้านระบบเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นเพราะพรรคก้าวไกลเกรงเสียเปรียบหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่จริง และยืนยันว่าพรรคก้าวไกลพร้อมต่อสู้กับทุกระบบการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ ส่วนจำนวนบัตรเลือกตั้งพรรคก้าวไกลเห็นด้วยกับจำนวนบัตรสองใบ เพราะบัตรเลือกตั้งสองใบมีหลายระบบ ไม่ใช่ระบบปี 2540 เพียงอย่างเดียว เราต้องการให้มีการเลือกตั้งที่ตอบโจทย์เจตจำนงของประชาชนมากที่สุด ถ้า 20% ของประชาชนเลือกพรรคการเมืองนี้เขาก็ควรมี ส.ส.ที่มาจากเขตและบัญชีรายชื่อตามเจตจำนงของเขา ไม่ใช่กลายเป็นเสียงตกน้ำทำให้พรรคใหญ่ก็ใหญ่ไปเลย ส่วนพรรคเล็กก็เล็กไปเลย ก็เป็นเกิดปัญหา ดังนั้นสองใบดีกว่า แต่วิธีการคำนวณการจัดสรรมีมากมาย จากที่วิเคราะห์แล้วคิดว่าไม่มีเสียงของประชาชนตกน้ำคือระบบของเยอรมัน.
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 7