อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

"รมต.ท็อป" เดือดคลิปยิงฉลามดำ สั่ง 2 กรมฟันไม่เลี้ยง  

“วราวุธ” เดือดคลิปยิงฉลามดำลั่นพวกหนักแผ่นดิน อยากเนรเทศพ้นประเทศ สั่ง 2 กรมใช้กฎหมายทุกฉบับฟันทั้งคนล่า-เจ้าของเรือ  “อธิบดีทช.”ยันฉลามหูดำไม่ทำร้ายคน เร่งสำรวจขึ้นบัญชีเป็นสัตว์คุ้มครอง อังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 12.03 น.


เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มบุคคลใช้เรือสปีดโบ๊ตออกไปตกปลาในทะเลและมีการยิงฉลามตาย 3 ตัว ว่า ได้เห็นคลิปและอ่านข่าวแล้วรู้สึกเสียใจ พร้อมกับรู้สึกโมโหและรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น และต้องขอบอกว่าในวันนี้ประเทศไทยกำลังจะโดนสหรัฐแบนสินค้าประมงทุกชนิดอยู่เพราะว่าเรามีอัตราการตายของสัตว์น้ำหายากมากขึ้นทุกวันๆ และคนจำพวกนี้เป็นคนที่ทำให้ประเทศไทยของเรามีปัญหา คนพวกนี้เป็นคนที่กำลังจะฆ่าระบบการประมงของประเทศไทยด้วยความเห็นแก่ตัว การยิงฉลาม 3 ตัว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ จากในคลิปที่เห็นฉลามไม่ได้มาจู่โจม หรือมาจ้องทำร้ายเขา และแถมเขาอยู่บนสปีดโบ๊ต ฉลามตัวแค่นั้นจะมาทำอะไรได้ ซึ่งถ้าตัวเขาอยู่ในน้ำแล้ว ไม่มีทางสู้ฉลามกำลังเข้ามาทำร้ายนั้นก็พอมีเหตุผล แต่นี่คุณอยู่บนเรือแล้วคุณก็ยิงไป  

"ผมในฐานะ รมว.ทรัพยากรฯ ขอสัญญาว่าจะใช้กฎหมายทุกฉบับที่อยู่ในอำนาจ ดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่อยู่บนเรือนั้นรวมทั้งเจ้าของเรือด้วย โดยจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะตั้งแต่ผมมารับตำแหน่ง ผมไม่เคยยอมในกรณีอย่างนี้ และคดีเช่นนี้ผมก็จะเอาให้ทุกคนเห็นว่า ประเทศไทยเราเอาจริงกับเรื่องแบบนี้ อย่าง 2 ปีก่อน ผมเคยเนรเทศต่างชาติ 2 คน เพราะมาทำร้ายปะการังของประเทศไทย แต่วันนี้สิ่งที่ผมเสียใจก็คือคนที่ก่อเหตุครั้งนี้เป็นคนไทยแล้วมาทำลายทรัพยากร มาทำร้ายสัตว์น้ำของคนไทยเราเอง ถ้าเป็นต่างชาติผมจะเนรเทศออกไปแล้ว แต่ผมเสียดายที่พวกคุณไม่ใช่คนต่างชาติ จึงเนรเทศพวกคุณออกจากแผ่นดินไทยไม่ได้ พวกนี้ต้องถือว่าหนักแผ่นดิน" นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ กล่าวว่า เบื้องต้นเมื่อทราบเรื่องตนได้แจ้งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้ว เพื่อให้ตรวจสอบว่าจุดที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในพื้นที่การดูแลของใคร จึงได้กำชับทั้ง 2 กรม ให้ลงไปดูแลเรื่องนี้ทั้งคู่ และขอให้ตรวจสอบด้วยว่ามีกฎหมายฉบับใดสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้รวมถึงเจ้าของเรือ เช่นมีใบอนุญาตหรือไม่ เข้าพื้นที่โดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และจะเร่งดำเนินการขึ้นบัญชีสัตว์ทะเลหายากอีกหลายชนิด เพื่ออนาคตที่มั่นคงของพี่น้องชาวประมงของไทย และปกป้องความอุดมสมบูรณ์ของทะเลไทยไว้ให้ลูกหลานของเรา



นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ทันทีที่ตนได้รับทราบรายงานดังกล่าว ได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 ลงพื้นที่ตรวจสอบ และประสาน สภ.เมืองกระบี่ ภายหลังที่ได้ทราบว่าสำนักงานตำรวจน้ำกระบี่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีในข้อหาใช้เรือโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท นอกจากนี้ ได้ตรวจสอบพิกัดพื้นที่ พบว่า บริเวณที่เกิดเหตุอยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี โดยห่างออกไปราว 96 กม. และห่างจากฝั่งประมาณ 42 กม. และไม่อยู่ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบการดำเนินคดี ทราบว่า นายอลงกรณ์ ชลธี อายุ 29 ชาว จ.กระบี่ ได้ออกไปตกปลากับพวกรวม 5 คน จากท่าเรือเกาะพีพี ไปยังจุดตก ทั้งนี้ ได้สอบถามไปยังนักวิชาการ ทราบว่า ฉลามจำพวกฉลามหูดำ พบมากตามกองหินห่างจากฝั่งพบได้ทั้งอ่าวไทยและอันดามัน

“ที่สำคัญยังไม่พบว่าเคยทำอันตรายกับมนุษย์ อย่างไรก็ตาม กรมฯ ได้ตรวจสอบเพิ่มเติมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ซึ่งฉลามหูดำไม่ได้บรรจุอยู่ในบัญชีสัตว์คุ้มครองตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งกรมฯ จะได้สำรวจและผลักดันสัตว์ทะเลชนิดสำคัญ รวมถึง ฉลามหูดำ เพื่อบรรจุในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์คุ้มครองตาม พ.ร.บ.ป้องกันและทารุณกรรมสัตว์ และผลักดันให้ฉลามหูดำเข้าสู่บัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ต่อไป” นายโสภณกล่าว.
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 6