อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564

ศบค.เผยเจอคลัสเตอร์ใหม่ 4 แห่งใน 3 จว. พรุ่งนี้จ่อยกระดับมาตรการทั่วปท.

ศบค.เผย กทม.เจอป่วย “โควิด” เพิ่ม 1,032 ราย 16 จว.ไม่พบติดเชื้อรายใหม่ เจอคลัสเตอร์ใหม่ 4 แห่งใน 3 จว. พรุ่งนี้จ่อยกระดับมาตรการทั่ว ปท. เตรียมส่ง ตร.-ทหารคุมแคมป์ทั่วกรุง หลังพบบางแคมป์แหกกฎ พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564 เวลา 14.50 น.


เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงว่า สำหรับจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เป็นจำนวนสูงสุด 10 อันดับ คือ กรุงเทพฯ 1,032 ราย สมุทรปราการ 390 ราย สมุทรสาคร 171 ราย นครปฐม 130 ราย นนทบุรี 105 ราย ชลบุรี 75 ราย ปทุมธานี 71 ราย นราธิวาส 67 ราย ปัตตานี 58 ราย และพระนครศรีอยุธยา 43 ราย ทั้งนี้ จ.ยะลา มีกลุ่มการติดเชื้อในโรงเรียนมัรกัสยะลา และมีนักเรียนของโรงเรียนนี้เดินทางไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี ทำให้ จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้ติดเชื้อ 8 ราย กระบี่ มี 12 ราย พังงา มี 2 ราย ภูเก็ต 1 ราย รวมสะสมผู้ป่วยยืนยันในกลุ่มก้อนนี้ 23 ราย และยังรอผลตรวจอีกบางส่วน อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวม พบว่าพื้นที่สีแดงหรือจังหวัดที่ยังมีผู้ติดเชื้อสูง มี 5 จังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่การติดเชื้อกระจุกอยู่ที่ภาคกลางและภาคใต้ อาทิ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส  ส่วนจังหวัดที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ มี 16 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี ชัยภูมิ ลำพูน ลำปาง อ่างทอง นครพนม สกลนคร สิงห์บุรี สุโขทัย เลย ชัยนาท แพร่ อำนาจเจริญ แม่ฮ่องสอน อุทัยธานี และมุกดาหาร
              
ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวอีกว่า ขณะที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 (สคร.11) ได้เก็บตัวอย่างเชื้อเพื่อหาเชื้อกลายพันธุ์แล้ว และแจ้งให้แต่ละจังหวัดเฝ้าระวังติดตาม ทั้งนี้ สคร.11 รายงานว่ากระบวนการสอบสวนในครอบครัวให้ความร่วมมือเปิดเผยไทม์ไลน์ จึงมีการติดตามอย่างถูกต้อง และขอสนับสนุนให้ทุกคนปฏิบัติตามทิศทางนี้ ไม่ปิดบังข้อมูล เพื่อการเฝ้าระวังในพื้นที่เป็นไปอย่างเข้มแข็ง และทำให้จำกัดวงระบาดได้ ก็จะทำให้เกิดความปลอดภัย

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับคลัสเตอร์ใหม่ที่รายงานเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย 1.ในกรุงเทพฯ คลัสเตอร์ใหม่ คือ รร.พลาธิการ กรมพลาธิการทหารเรือ พบผู้ติดเชื้อ 37 ราย และอยู่ในระหว่างสอบสวนโรคเพิ่มเติม 2.จ.สมุทรปราการ พบที่บริษัทเฟอร์นิเจอร์ อ.เมือง 154 ราย, ที่บริษัทเสื้อผ้าสำเร็จรูป อ.พระประแดง 30 ราย  3.จ.สมุทรสาคร ที่โรงงานอาหารทะเลสด ใน อ.เมือง 11 ราย ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้รายงานความเชื่อมโยงการระบาดจาก จ.ชลบุรี พบว่าชาวชลบุรีที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ได้เดินทางไปยัง อ.เทิง จ.เชียงราย ทำให้พบการติดเชื้อใน จ.เชียงราย 23 ราย และยังพบว่าประชาชนจาก จ.ชลบุรี เดินทางไปยัง จ.พะเยา ด้วย ซึ่งอยู่ในระหว่างสอบสวนโรค 

ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวอีกว่า ประเด็นที่น่าสนใจคือ กรมควบคุมโรคย้ำว่าการระบาดพบในโรงงานขนาดเล็กค่อนข้างมาก รวมถึงแต่ละโรงงานมีหลายสาขา และมีจุดบริการรถรับ-ส่ง เพราะพนักงานพักอยู่ในต่างจังหวัด พนักงานแต่ละคนจะไปรอขึ้นตามจุดที่กำหนด และข้ามไปยังอีกจังหวัด จึงสะท้อนให้เห็นถึงการระบาดข้ามโรงงาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่หรือสถานประกอบการที่ต้องไปทบทวนมาตรการและหาสาเหตุของปัญหา รวมถึงผู้รับเหมาช่วงที่มาติดต่อกับโรงงานเหล่านี้ พบว่ารับหลายโรงงาน มีการข้ามพื้นที่ เมื่อเกิดการติดเชื้อก็ทำให้การระบาดควบคุมได้ยากพอสมควร 

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า กรมควบคุมโรครายงานในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ว่านอกจากการติดตามกักกันผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอย่างเคร่งครัดแล้ว ยังขอให้ทุกจังหวัดกำหนดมาตรการเข้มข้น อาทิ หากพบผู้ติดเชื้อ สอบสวนโรคพบผู้ใกล้ชิด ที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ในระหว่างที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ ก็ขอให้กักกันตัวก่อน เพื่อลดโอกาสเสี่ยงแพร่เชื้อ ซึ่งพบว่าหลายคนทำไม่ได้ เพราะการอยู่อาศัยค่อนข้างแออัด จึงขอความร่วมมือจังหวัดหาสถานที่กักในจังหวัด เพื่อควบคุมการระบาดในวงจำกัดได้  อีกทั้งขอให้จังหวัดเฝ้าระวังการเดินทางข้ามพื้นที่

“ตอนนี้ผู้ติดเชื้อไม่ได้ลดลง ศบค.ชุดเล็กเป็นห่วงและเห็นใจผู้ว่าราชการจังหวัดที่อาจดูแลภาพรวมทั้งจังหวัดไม่ไหว ก็ขอร้องให้ ศปก.โควิด-19 ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล ท่านปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ในโอกาสนี้มีการระบาดทั่วจังหวัด คงต้องเป็นความร่วมมือของทุกฝ่าย ทุกภาคส่วนหน่วยงานราชการ ที่อาจไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในภาวะปกติ เวลานี้เป็นโอกาสที่ต้องร่วมมือกันทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน” พญ.อภิสมัย กล่าว

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า การประชุม ศบค.ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ จะพิจารณาปรับมาตรการบางพื้นที่อาจมีความเข้มข้นขึ้น ยกตัวอย่าง แคมป์คนงานใน กทม. 50 เขต รวม 575 แคมป์ มีคนงาน 79,620 คน เป็นคนไทย 33,432 คน คนต่างชาติอีก 46,188 คน ที่ผ่านมาเราขอความร่วมมือให้แต่ละแคมป์ ศึกษามาตรการ หากยังทำไม่ได้ เราจะปรับมาตรการเข้มข้นขึ้น โดยขอให้ส่งกำลังทหารและตำรวจเข้าควบคุมดูแลแคมป์คนงานทั้ง 575 แห่ง เนื่องจาก ศบค.รับทราบการจัดการในโรงงาน แคมป์ที่ทำผิดฝ่าฝืนมาตรการ เช่น ตั้งวงดื่มสุรา จับวงไพ่ และพบว่าบางแคมป์ที่ถูกปิด แต่ยังมีคนงานออกมาซื้อของในตลาด ตรงนี้ต้องขอบคุณประชาชนที่เป็นหูเป็นตา การที่โรงงาน ที่พัก ตลาด ชุมชน ยังเชื่อมโยงกัน ใครคนใดคนหนึ่งไม่สามารถปลอดภัยได้ ถ้าเราไม่สามารถควบคุมการระบาดในทุกวง

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 6