อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

ศบค.ทุ่มสุดตัว ระดมกำลังทั่วประเทศ เปิดเตียงสู้โควิดกทม.-ปริมณฑล

ศบค.ระดมกำลังทั่วประเทศ ทุกสังกัด ยันหมอจบใหม่ รับการเปิดเตียงสู้โควิด กทม.-ปริมณฑล พร้อมยกระดับ รพ.บางขุนเทียน-รพ.ราชพิพัฒน์ รับกลุ่มอาการหนัก เจรจา รพ.เอกชนช่วยเปิดพื้นที่เพิ่ม ลุ้น เคาะผู้ติดเชื้ออาการสีเขียวดูแลตัวเองที่บ้าน แต่ยังเป็นเรื่องละเอียดอ่อน    พฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 14.37 น.


เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่ ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กล่าวว่า สำหรับการบริหารจัดการเตียงผู้ป่วยโควิด–19 ใน กทม.–ปริมณฑล นั้นที่ประชุมได้มีการหารือกันต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. มีความเป็นห่วง และเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือ กทม. และปริมณฑลในการเพิ่มศักยภาพการขยายเตียง โดยเฉพาะขณะนี้ที่น่าเป็นห่วง คือการขยายเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยอาการสีเหลือง สีแดง ที่มีข้อจำกัดทั้งเรื่องของสถานที่ และบุคลากร

ดังนั้น ในที่ประชุม EOC วันนี้ (24 มิ.ย.) โดยมี ศ.เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการบูรณาการการดูแลโรคระบาดโควิด-19 ในส่วนของ กทม. และปริมณฑล ที่ประชุมมีข้อเสนอแนะดังนี้ ให้มีการยกระดับ รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน และรพ.ราชพิพัฒน์ เพื่อรองรับผู้ป่วยอาการรุนแรงมากขึ้น และให้มีการหารือกับ รพ.เอกชน รวมทั้ง นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้มอบหมายให้ทุกภาคส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ระดมสรรพกำลังเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ กทม.และปริมณฑล และให้หารือ รพ.มงกุฎวัฒนะ และ รพ.ธนบุรี ในการพยายามปรับพื้นที่ของ รพ.ให้สามารถรับผู้ป่วยอาการรุนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้ ก็ยังขอให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และวชิรพยาบาล หารือและระดมบุคลากร พร้อมรับการเปิดเตียง 50 เตียง ภายในเดือนนี้ ซึ่งอาจจะระดมบุคลากรสังกัดทหาร สังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่อยู่ในต่างจังหวัด รวมถึงแพทย์จบใหม่เพิ่งสอบใหม่ รองรับการเพิ่มเตียง และยังมีการพูดเรื่องการเพิ่มทีมสอบสวนโรคเพิ่มขึ้น เนื่องจากพบการระบาดในหลายพื้นที่

พญ.อภิสมัย นอกจากนี้ยังมีการหารือมาตรการที่จะอนุญาตให้ผู้ป่วยอาการสีเขียวเลือกดูแลที่บ้าน หรือ โฮมไอโซเลชั่น แต่ยังไม่มีข้อสรุป เนื่อกจากยังมีความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาหลายจุด อย่างแรกคือต้องประเมินอาการที่แม่นยำ ซึ่งกลุ่มอาการสีเหลือง สีแดง ไม่สามารถดูแลตัวเองที่บ้านได้ และแง่ปฏิบัติตัวของผู้ติดเชื้อ บุคลากรต้องประเมินด้วยว่าผู้ป่วยสามารถปฏิบัติตัวให้ตัวเองปลอดภัยได้หรือไม่ รวมถึงเรื่องละเอียดอ่อนคือผู้ติดเชื้อจะกักตัวเองอย่างไรที่จะไม่นำเชื้อไปติดต่อคนในครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือชุมชน จะต้องให้ความร่วมมือบุคลากร มีการวิดีโอคอล เพื่อฝ้าระวังการเจ็บป่วย หากอาการเปลี่ยนแปลงจะได้มีการส่งต่อการรักษาได้อย่างปลอดภัย เป็นต้น ทั้งนี้ขอให้ติดตามว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร.
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 5