อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562

ค้นหาอุกกาบาตที่กาญจนบุรี ระบุอาจก้อนใหญ่สุดในรอบปี

คณะติดตามอุกกาบาต ลงพื้นที่ค้นหาเศษชิ้นส่วนก้อนอุกกาบาตตกที่กาญจนบุรี โดยคาดว่าจะตกในพื้นที่ อ.ศรีสวัสดิ์ หรือ อ.ไทรโยค ชี้มีน้ำหนักราว 66 ตัน และอาจเป็นก้อนใหญ่ที่สุดในรอบปี อังคารที่ 22 กันยายน 2558 เวลา 01.42 น.

จากกรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา มีผู้พบเห็นลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งตกลงมาจากบนฟ้า ซึ่งต่อมานักวิชาการและองค์การนาซาได้ออกมาระบุว่าลูกไฟดังกล่าวเป็นอุกกาบาต โดยมีจุดตกอยู่ที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ทำให้มีชาวบ้านเข้าไปค้นหาเศษชิ้นส่วนอุกกาบาต แต่พบเพียงหินควอทซ์ไม่ใช่อุกกาบาต ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้ว ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ก.ย. ดร.ปริญญา พุทธาภิบาล อาจารย์สาขาธรณีศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี อ.ไทรโยค เปิดเผยว่า คณะติดตามอุกกาบาต ซึ่งประกอบด้วย น.อ.ฐากูร เกิดแก้ว เลขานุการคณะอนุกรรมการประยุกต์เทคโนโลยีอวกาศกองทัพอากาศ ดร.ศรันย์ โปษยะจินดา รอง ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ดร.วิภู รุโจปการ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์ธีรวัฒน์ ภู่ขวัญเมือง อดีตอาจารย์ด้านฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี และตน พร้อมนักวิชาการ รวม 15 คน ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อค้นหาเศษซากของก้อนอุกกาบาต โดยจุดแรกได้ลงพื้นที่บ้านแม่น้ำน้อย ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค เพื่อสอบถามข้อมูลกับบรรดาชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังพื้นที่จุดที่ 2 บริเวณบ้านทุ่งก้างย่าง แปลง 3 ต.ไทรโยค ซึ่งคาดว่าจะเป็นพื้นที่ตามพิกัดที่องค์การนาซาได้ส่งให้ รวมทั้งนำข้อมูลจากทางสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ กองทัพอากาศ ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี รวมถึงปรากฏการณ์ภาพถ่ายที่มีตำแหน่งยืนยัน และคลิปต่างๆ มาประมวลผลจนได้พิกัดดังกล่าว สำหรับพิกัดที่เข้าไปดูนั้น คือ ตำแหน่งที่พื้นโลกตรงจุดที่อุกกาบาตระเบิดบนอากาศในความสูง 26-30 กม. แต่ไม่ใช่จุดที่อุกกาบาตตก ทั้งนี้ การสำรวจตามหาเศษชิ้นส่วนอุกกาบาตยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าน่าจะพบชิ้นส่วนของอุกกาบาตที่เหลือจากการระเบิดบ้างแต่คงต้องใช้เวลา เนื่องจากภูมิประเทศเป็นป่าเขา

ด้าน ดร.ศรันย์ รอง ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้องค์การนาซา ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี และกองทัพอากาศ จัดตั้ง “ชุดปฏิบัติการศึกษาและติดตามอุกกาบาต” เพื่อเตรียมพร้อมในการค้นหา คณะทำงานได้ระดมตรวจสอบข้อมูล และหลักฐานการเกิดลูกไฟในบริเวณพื้นที่ต่างๆที่มีผู้พบเห็นให้มากที่สุด นำมาวิเคราะห์หาค่าพิกัดทิศทางในพื้นที่ซึ่งคาดว่าจะมีอุกกาบาตตก โดยขณะนี้จากการตรวจสอบมีความเป็นไปได้สูงว่าอุกกาบาตจะตกอยู่ในพื้นที่ 2 แห่ง คือ ที่ อ.ศรีสวัสดิ์ และ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ในรัศมี 10 กม. ก็จะใช้การตรวจสอบอย่างละเอียด ในทุกๆด้าน เพื่อกำหนดจุดบริเวณในการเข้าพื้นที่ เพื่อสำรวจอุกกาบาตให้แคบ และแม่นยำ และหากถึงสิ้นปีนี้ไม่มีอุกกาบาตที่ใหญ่กว่านี้ตกที่ใดในโลกอีก “อุกกาบาตกาญจนบุรี” จะกลายเป็นอุกกาบาตที่ใหญ่สุดของปี พ.ศ.2558 นี้แน่นอน ขณะที่ น.อ.ฐากูร เลขานุการคณะอนุกรรมการประยุกต์ เทคโนโลยีอวกาศกองทัพอากาศ กล่าวว่า หลังจากมีการตรวจสอบอย่างละเอียด จนทราบแน่ชัดว่าลูกไฟที่เกิดในประเทศไทยเป็นวัตถุจากนอกโลก เส้นผ่าศูนย์กลางราว 4 เมตร น้ำหนักราว 66 ตัน ความเร็วที่พุ่งตกกว่า 75,600 กม./ชม. โดยเกิดแสงสว่างจ้าที่สุดขณะความสูงจากพื้นผิวโลก 29.3 กม. และเป็นอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่สุดที่พุ่งเข้ามาในบรรยากาศโลกในรอบปีนี้ โดยคาดว่าน่าจะมีเศษชิ้นส่วนที่เหลือตกกระจายในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 451