อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

'ตั๊น'หลั่งน้ำตาไม่เป็น'ตร.' ไม่มีวาสนาสวมเครื่องแบบ

ถูกกดดันอย่างหนัก สุดท้าย 'ตั๊น-จิตภัสร์ กฤดากร' ยอมถอนชื่อจากการเป็นตำรวจแล้ว แถลงด้วยเสียงสั่นเครือ หลั่งน้ำตาแจง เปรย "ไร้วาสนาสวมเครื่องแบบตำรวจ" พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2558 เวลา 00.34 น.

จากกรณีการสมัครเข้าเป็นข้าราชการตำรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) หรือ 191 ของ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือ "ตั๊น" อดีตแกนนำ กปปส. ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้พิจารณาถึงความสามารถต่าง ๆ และกำลังอยู่ระหว่างรอผลคณะกรรมการของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สรุปเรื่องนี้ ตามที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ให้ความเห็น แต่ภายหลัง น.ส.จิตภัสร์ ได้พร้อมแถลงข้อเท็จจริงอีกครั้ง ดังที่ปรากฏเป็นข่าวมาแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 ก.ย. ที่ห้องไลบารี่ ชั้น 1 โรงแรมดุสิตธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนการแถลงข่าวของ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือ "ตั๊น" อดีตแกนนำ กปปส. ได้มีนักข่าวจากทุกแขนงทั้งวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสายการเมืองและตำรวจ ต่างเดินทางมารอทำข่าวของ "ตั๊น" เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีประชาชนส่วนหนึ่งที่อยากจะเข้ามาฟังการแถลงข่าวดังกล่าวด้วย ทำให้พื้นที่ในการแถลงต่างแน่นไปด้วยผู้คนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่โรงแรมได้คำนึงความปลอดภัยและจำนวนคนที่เข้ามาในห้องแถลง จึงได้อธิบายให้ประชาชนเข้าใจ พร้อมแนะนำให้รอฟังหรือให้กำลังใจอยู่พื้นที่หน้าห้องแถลงจะดีกว่า

เวลา 10.30 น. ที่โรงแรมดุสิตธานี น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร แถลงข่าวเปิดใจว่า อยากชี้แจงพร้อมทำความเข้าใจข้อเท็จจริงว่า เรื่องดังกล่าวตนมีเจตนารมรณ์ตั้งใจทำงานเพื่ออสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ทำมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่สมัครส.ส. ทำงานการเมืองที่ผ่านมา แม้ไม่ได้รับการเลือกตั้ง แต่ยังทำงานเชิงจิตอาสาตลอด 7 ปี ทั้งนี้จากกรณีดังกล่าวที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนตัวขอยืนยันว่าเกิดจากความบริสุทธิ์ใจ ที่อยากมีส่วนในการทำหน้าที่ตำรวจ หรือ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มีหน้าที่คอยดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุข ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนอีกทาง เพราะมองว่าตำรวจเป็นอาชีพทรงเกียรติ เสียสละ ทำงานหนัก เป็นผู้รักษากฎหมาย เพื่อผดุงความยุติธรรมให้กับประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาส่วนตัวได้ทำงานร่มกับตำรวจบางสถานการณ์ก็ไดเรับรู้ความทุกข์ยาก โดยเฉพาะตำรวจชั้นประทวน ทำให้มีความเข้าใจและอยากมีส่วนร่วมในการศึกษากระบวนการทำงานของตำรวจ เพราะตำรวจยังขาดแคลนบุคลากรและงบประมาณ ซึ่งถ้ามีโอกาสส่วนตัวไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมเป็นตำรวจ

“การเปิดรับสมัครตำรวจมีประจำทุกปี ต้องผ่านการคัดเลือกตามระเบียบของสำนำงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และดิฉันได้ดำเนินการตามปกติ ตามระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ ซึ่งยืนยันว่าดิฉันยังไม่ได้รับบรรจุเป็นยศร.ต.ต.ที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ และปัจจุบันยังไม่ทราว่าจะสอบผ่านการคัดเลือกหรือไม่”น.ส.จิตภัสร์ กล่าว

น.ส.จิตภัสร์ กล่าวอีกว่า การชุมนุมที่ผ่านมา แม้ส่วนตัวจะมีบทบาทการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผ่านมา ไม่มีเจตนาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตำรวจ แต่ได้แสดงออกอยากให้ตำรวจเป็นที่พึ่งแท้จริงของประชาชน แม้ในสถานการณ์การชุมนุมได้เจอกับตำรวจ ต่างมีน้ำจิตน้ำใจไม่ตรีต่อกัน เพราะเข้าใจว่าต่างคนดำเนินการไปตามหน้าที่ ส่วนกรณีมีภาพปรากฏผู้หญิงคนหนึ่งทำลายป้ายสตช. และต่อมามีการนำภาพดังกล่าวตัดต่อว่าเป็นตนเองนั้น ก็ยืนยันไม่เป็นความจริง รวมถึงการให้สัมภาษณ์ในช่วงชุมนุมที่เป็นภาษาอังกฤษ และมีการนำไปบิดเบือนนั้นก็ไม่เป็นความจริง

“ทุกวันนี้น่าเป็นห่วงมาก มีการทำสงครามข่าวสาร โดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริงแต่ละเหตุการณ์ สะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยในปัจุบันจมปรักในความขัดแย่ง ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ดังนั้น เพื่อไม่ให้กรณีของดิฉัน ที่ทำให้พ่อแม่พี่น้องเกิดความไม่สบายใจและถกเถียงกัน โดยเฉพาะแวดวงข้าราชการตำรวจทุกระดับชั้น อันจะทำให้กลายเป็นความไม่สงบสุขในองค์กรตำรวจ หรือขยายผลไปเป็นขัดแย้งในสังคม ดิฉันจึงตัดสินใจไม่ดำเนินการต่อไปตามขั้นการคัดเลือกเป็นข้าราชการตำรวจ”น.ส.จิตภัสร์ กล่าวและว่า ท้ายที่สุดขอบคุณทุกกำลังใจ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ที่คงไม่มีวาสนาเข้ามาทำงานตำรวจ สวมเครื่องแบบในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์และพร้อมจะนำคำติมาพัฒนาตัวเอง และรับใช้ประชาชน ในฐานะผู้หญิงที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อทำประโยชน์ให้ทุกคนอย่างไม่ย่อท้อ และอยากเห็นคนไทยมอบความรักให้กัน แทนความเกลียดชังบนความขัดแย้งแตกแยก เพื่อเดินหน้าประเทศไทยอย่างแข็งแกร่งยังยืนต่อไป

ทั้งนี้ น.ส.จิตภัสร์ กล่าวยืนยันด้วยว่า การตัดสินใจเข้าเป็นตำรวจ เป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่ได้ปรึกษาใคร เพราะเป็นความตั้งใจของตน และพอเกิดกระแสสังคม ทุกคนในบ้านให้กำลังใจให้ทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป ไม่ว่าอยู่จุดไหนก็ตาม จะมีตำแหน่งหรือไม่มีก็ตาม โดยหลังจากนี้ตนก็จะทำงานด้านภาคประชาชนต่อไป ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการ และกรรมการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ขณะที่งานด้านการเมืองก็เป็นเรื่องของอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว น.ส.จิตภัสร์มีน้ำเสียงสั่นเครือ โดยเฉพาะในช่วงที่ระบุถึงการตัดสินถอนตัวและจะไม่ดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนการรับราชการตำรวจ และหลังจากแถลงข่าวเสร็จได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเพียงเล็กน้อย ก่อนลุกออกจากห้องแถลงข่าวไปในทันที

และหลังจากจบการแถลงข่าวยังมีในการแจกเอกสาร "จดหมายเปิดผนึกของน.ส.จิตภัสร์ ถึง ด.ต.ธีรเดช เล็กภู" ซึ่งเป็นนายตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บการเต๊ะระเบิดช่วงระหว่างการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาระบุตอนหนึ่งว่า “แม้เราจะทำหน้าที่ต่างกัน แต่ตั๊นขอกราบคาราวะในการเสียสละของท่าน ที่มีให้เพื่อนพ้องของท่าน จิตใจนักสู้ของท่านเหนือสิ่งอื่นใด ของนับถือในการเสียสละของตัวท่านเอง เพื่อปกป้องเพื่อนพ้องของท่าน ไม่งั้นคงมีพี่น้องตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก หาได้ยากกับการเสียสละยิ่งใหญ่ขนาดนี้”



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น