อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

เร่งเคลื่อนย้าย "พังสำรวย" ตกใจเสียงพลุล้มป่วยหนัก

เร่งเคลื่อนย้าย "ช้างพังสำรวย" ที่ตื่นเสียงพลุฉลองเทศกาลปีใหม่ จนล้มป่วย อาการหนักจนลุกไม่ขึ้น อาการโคม่าต้องขนย้ายส่งไปรักษาที่สุรินทร์โดยด่วน เสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 06.06 น.

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ผู้สื่อข่าว รายงานว่า น.ส.ปุณณภา นาถพัฒน์ เจ้าหน้าที่ อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา จุดชัยพฤกษ์ ได้โพสต์ข้อความและภาพช้างพังสำรวย อายุ 50 ปี ที่อาศัยอยู่ในปราสาทสัจธรรม เมืองพัทยา ซึ่งเกิดอาการป่วยหนักจนลุกไม่ขึ้น ลงในเว็บไซต์โครงการช่วยเหลือสัตว์ยากไร้ด้อยโอกาส เพื่อให้ชาวโซเชียลฯ ที่เข้ามาชมช่วยแชร์ และวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยรักษาอาการป่วย และนำรถเครนมายกช้างเพื่อนำไปรักษาต่อที่ จ.สุรินทร์ ส่วนสาเหตุที่ช้างล้มเนื่องจาก ตกใจเสียงพลุเมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา จนเกิดอาการเซื่องซึมและล้มลง

โดยน.ส.ปุณณภา เปิดเผยว่า เนื่องจากเมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ตนได้ยินวิทยุในข่ายพูดกันถึงเรื่องช้างที่ปราสาทสัจธรรม ป่วยหนักจนลุกไม่ขึ้น ด้วยความสงสารตนกับแฟนจึงเดินทางไปดู และพบช้างพังสำรวย นอนหมอบอยู่กับพื้นในสภาพอ่อนเพลีย จึงพูดคุยสอบถามนายสุริยา ไม่ทราบนามสกุล อายุ 55 ปี เจ้าของช้างว่า พอจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง ซึ่งก็ได้รับแจ้งจากสัตวแพทย์ให้ช่วยดูอาการเบื้องต้น และต้องการรถเครนกับรถสิบล้อมาขนช้างกลับไปรักษาที่ จ.สุรินทร์ ด้วยความที่ครอบครัวของตนมีรถสิบล้อจึงเสนอตัวช่วยเหลือ พร้อมกับโพสต์ภาพและข้อความ ลงในเว็บไซต์โครงการช่วยเหลือสัตว์ยากไร้ด้อยโอกาสหลังตนนำข้อมูลโพสต์ในเว็บไซด์ไม่นาน ก็ได้รับการติดต่อจากนายภัทรพล มณีอ่อน หรือ "หมอล็อต" นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งแนะนำเบื้องต้นว่า ให้จับช้างนอนตะแคง เพราะตอนแรกช้างนอนคว่ำ จากนั้นจึงให้สัตวแพทย์หญิงชนิกา บำรุงภักดี เจ้าของ รพ.สัตว์ทองหล่อ มาให้ยาและน้ำเกลือ ก่อนโทรศัพท์ไปแจ้งให้ปศุสัตว์อำเภอบางละมุงให้ทราบเรื่อง

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่ปราสาทสัจธรรม พบเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ และพนักงานปราสาทสัจธรรม คอยเฝ้าดูแลและประคบประหงม ช่วยกันดูแลประคบหประหงม ช้างพังสำรวย ซึ่งมีอาการอ่อนเพลียจนลุกไม่ขึ้น พร้อมเตรียมใช้รถเครนยกตัวช้างขึ้นรถบรรทุกเพื่อนำไปรักษาที่ จ.สุรินทร์ โดยนายฉัตร จะยะวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ชี้แจงผ่านโทรศัพท์ว่า ช้างตัวดังกล่าวเป็นช้างของควาญชาว จ.สุรินทร์ ที่มาของานทำด้วยการให้บริการนักท่องเที่ยวขี่หลังแล้วพาเดินชมสถานที่ต่างๆ ในปราสาทสัจธรรม แต่เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา พังสำรวยเกิดตกใจเสียงพลุที่คนจุดฉลองปีใหม่ จนนอนไม่หลับและเกิดอาการเซื่องซึมลง กระทั่งล้มแล้วลุกขึ้นเองไม่ได้ ซึ่งทางปราสาทสัจธรรมได้ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้ว และกำลังจะนำช้างขึ้นรถบรรทุกไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

ด้านนายสามารถ บุตรสะสม ปศุสัตว์ อ.บางละมุง เปิดเผยว่า หลังได้รับการประสานงานจากเจ้าของช้าง จึงนำทีมสัตวแพทย์ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบอาการป่วยของช้างค่อนข้างหนักเข้าขั้นโคม่า เพราะมีอาการแทรกซ้อน จึงให้การรักษาเบื้องต้นด้วยการ ฉีดยาปฏิชีวนะและให้น้ำเกลือ จากนั้นจึงทำหนังสือเพื่อเคลื่อนย้ายช้างไปรักษาที่สุรินทร์ ขณะที่ภรรยาของนายสุริยา เจ้าของพังสำรวย เผยว่า ตนกับสามีได้นำช้างมาขออาศัยอยู่ที่ปราสาทสัจธรรม นานหลายปีแล้ว เพื่อเป็นพาหนะบริการนักท่องเที่ยวขึ้นนั่งบนหลังพาทัวร์ชมรอบๆ สถานที่ แต่เกิดตกใจเสียงพลุจนล้มป่วย อาการทรุดหนักลุกขึ้นไม่ได้ และต้องขอขอบพระคุณหุ้นส่วนของปราสาทสัจธรรมคนหนึ่ง ที่มีเมตตา ช่วยเหลือค่ารถพาช้างกลับไปรักษาที่ จ.สุรินทร์ แหล่งข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ไม่นาน พังสำรวยเคยล้มมาแล้วครั้งหนึ่งในขณะที่กำลังพานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินเที่ยวชมปราสาทสัจธรรม แต่ไม่มีใครได้รับอันตรายหรือ บาดเจ็บ กระทั่งมาล้มอีกครั้งเมื่อคืนที่ผ่านมาและลุกขึ้นยืนเองไม่ได้อีกเลย.

ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าว รายงานเพิ่มเติมว่า พังสำรวยได้เสียชีวิตลง โดยนายสุริยาพร้อมภรรยาอยู่ระหว่างนำพังสำรวยไปฝังยังวัดบางละมุง จึงเดินทางไปตรวจสอบพบพระครูสุวัฒน์ชลธาร เจ้าอาวาสวัดบางละมุง กำลังทำพิธีกรรมทาง ศาสนาในการฝังช้าง โดยนำพระภิกษุสงฆ์ 4 รูป มาสวดบังสุกุล ตามขนมธรรมเนียม แบบการฝังศพ ส่วนหลุมฝังศพทางวัดได้ให้รถแม็คโครเล็กทำการขุดหลุมซึ่งมีความลึกพอสมควร ก่อนหย่อนซากพังสำรวยลงไปแล้วกลบฝัง ส่วนทางวัดบางละมุงนั้นชาวเลี้ยงช้างที่นำมาอยู่ พื้นที่เมืองพัทยาจะรู้ว่าเป็นวัดแห่ง เดียวที่ทำการฝังศพช้าง และก่อนหน้านี้ทางวัดดังกล่าวมีพิธีขุดช้างเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณ ซึ่งนานนับสิบปีจะมีการจัดพิธีดังกล่าวขึ้นสักครั้งหนึ่ง ด้านนายสุริยาและภรรยานั้นในตอนนี้ยังทำใจไม่ ได้กับการจากไปของพังสำรวย ซึ่งทั้ง 2 คนจะกลับไปคิดว่าจะเอายังไงดีกับการอยู่ที่พัทยา หรือจะกลับบ้านที่สุรินทร์ ส่วนทั้ง 2 คน ยังเหลือพังอ้อมวัย 30 ปีกว่าอีก 1 เชือก ซึ่งฝากให้เพื่อนดูแลในปราสาทสัจธรรม.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 653