อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

เตือน'โรคพิษสุนัขบ้า'ลาม จี้สธ.อย่าปกปิดซ้ำรอยจีน!

ผู้เชี่ยวชาญไวรัส เผยผลตรวจพบสุนัขติดเชื้อ "พิษสุนัขบ้า"เพียบ ลุกลามทั่วกทม.-ปริมณฑล จี้สธ.บอกความจริง หวั่นวางเฉย เกิดปัญหาระบาดหนักซ้ำรอยจีน อังคารที่ 19 เมษายน 2559 เวลา 02.11 น.

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ. ศูนย์โรคติดเชื้อ โรคอุบัติใหม่ สภากาชาดไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากการตรวจวิเคราะห์หัวสุนัขเพื่อหาเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ผลเป็นบวกจำนวนมาก ลุกลามไปทั้งใน กทม. ปริมณฑล และหลายจังหวัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ ขณะที่อัตราการป่วยและเสียชีวิตในมนุษย์ที่มีการตรวจยืนยันก็พบว่าเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน แต่ที่น่ากังวลคือในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีคนเสียชีวิต หรืออาการคล้ายโรคพิษสุนัขบ้า แต่ไม่ได้นับรวมว่าเป็นโรคจำนวนมาก คาดว่าส่วนหนึ่งมาจากการที่กระทรวงสาธารณสุขพยายามจัดอันดับจังหวัดปลอดโรคพิษสุนัขบ้า เกิดการแข่งขัน ไม่อยากเสียชื่อ กลัวเสียการท่องเที่ยว กลัวไม่ได้รับรางวัล การที่ไม่รายงานโรคทำให้พบปัญหาโผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งหากรายงานก็จะสามารถไปลงแขกฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัยบ้าในสุนัขได้บ้าง

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยสามารถควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าได้แล้ว ทำให้ประชาชนชนเข้าใจว่าไม่มีโรคดังกล่าวอยู่ในประเทศ เมื่อถูกสุนัขกัดจึงไม่ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรค อีกทั้งยังมองว่าการควบคุมโรคไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง ไม่ยอมทำหมันสุนัข ไม่พาไปฉีดวัคซีน แต่ผลักให้เป็นภาระของภาครัฐอย่างเดียว ขณะที่ตัวแพทย์เองก็มองว่าโรคนี้เป็นโรคโบราณ ทำให้การดูแลรักษาเบี่ยงเบนจากข้อกำหนดคือ ฉีดเฉพาะวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างเดียวโดยไม่ฉีดสารสกัดน้ำเหลือง ทั้งๆ ที่กว่าวัคซีนจะสามารถสร้างภูมิต้านทานโรคได้ต้องใช้เวลานานถึง 14 วัน ซึ่งในช่วงนี้ต้องฉีดสารสกัดจากน้ำเหลืองเข้าที่แผลเพื่อทำลายเชื้อให้มากที่สุด หากไม่ฉีดในช่วงวิกฤติ 14 วันแรกก็จะมีช่องโหว่ ทำให้ไวรัสหลุดเข้าไปในเส้นประสาท เมื่อหลุดเข้าไปแล้วไวรัสจะอยู่นิ่งๆ โดยไม่แสดงอาการ 3-4 สัปดาห์ ช่วงนี้จะรักษาไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้ และเมื่อเริ่มมีอาการจะเสียชีวิตภายใน 1-2 สัปดาห์ ตอนนี้กลายเป็นว่าแพทย์ให้การรักษาไม่ครบ อาจจะเกิดเรื่องขึ้นมาอีก

“องค์การอนามัยโลกประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกประมาณการณ์ตามความน่าจะเป็นของประเทศไทย โดยดูว่าสุนัขติดเชื้อมากขนาดนั้นจะมีการเพิ่มติดเชื้อมากขนาดไหน อาจจะเป็นจริงหรือไม่จริงตามนั้น แต่กระทรวงสาธารณสุขไม่ควรแก้ หรือปิดข่าว ควรพูดความจริง เพราะตอนนี้เรารู้แล้วว่าเราขาดตกบกพร่องทั้งในส่วนของประชาชน แพทย์ และองค์กรที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนนี้มันกลับมาเยอะมากจากที่มีการตรวจพบในแลปของจุฬาฯ ถือว่าเป็นขาขึ้น และสถานการณ์เหมือนกับประเทศจีนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ที่สามารถควบคุมได้จากนั้นก็มาโผล่อีกใน 5 ปีถัดมา มีผู้ป่วย 5-6 พันราย เสียชีวิตทั้งหมด เมืองไทยกำลังตามรอยประวัติศาสตร์จีนเป๊ะเลย ยิ่งขณะนี้เราเปิดประเทศ ทุกอย่างเข้ามาหมด” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 296