อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 มกราคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 มกราคม 2562

ชี้'ตัวเงินตัวทองยักษ์'ของจริง ชื่อน่ารัก'ซีลีน่า'ตีเลขบ้าน

ยืนยันชัดเจน "ตัวเงินตัวทองยักษ์" เป็นภาพจริงไม่ได้ตัดต่อ โผล่เกาะประตูร้านขายวัสดุก่อสร้าง หนุ่มคนถ่ายบอก "เฉยๆ" เหตุเจอบ่อย แวะมาประจำตั้งชื่อมันว่า "ซีลีน่า" เซียนหวยแห่แทงเลขบ้าน พุธที่ 15 มิถุนายน 2559 เวลา 21.40 น.

จากกรณีในโลกโซเชียลแชร์ภาพจากเฟซบุ๊ก @Attanai Thaiyuanwong ได้มีการโพสต์ภาพตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่ยาวประมาณ 3 เมตร น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม ที่กำลังตะเกียกตะกายจะเข้าบ้านหลังหนึ่ง ทำเอาบรรดาเซียนหวยที่ได้เห็นภาพที่เจ้าตัวเงินตัวทองไปตีเลขเด็ดคือเลขที่บ้าน โดยเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก ว่าเป็นเรื่องจริงหรือภาพตัดต่อ รวมทั้งหากเกิดขึ้นจริงแล้วเกิดขึ้นที่จังหวัดใดกันแน่



ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในช่วงสายวันที่ 13 มิ.ย. ภายในบ้านดังกล่าวที่เปิดเป็นร้านขายวัสดุก่อสร้าง ชื่อร้านขจรกิจ วัสดุก่อสร้าง ตั้งอยู่เลขที่ 854 / 3 หมู่ 1 ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นบ้านของ นายอรรถนัย  ไทยยืนวงษ์  อายุ 24 ปี หรือเดียร์  ซึ่งเป็นเจ้าของคลิปดังกล่าว ก่อนจะเปิดเผยว่า ที่บ้านของตนซึ่งมีพื้นที่ 7 ไร่เศษ ด้านหน้าติดกับถนนสุขุมวิท ตัวเงินตัวทองตัวใหญ่ที่เห็นในคลิปตัวนี้มาเป็นประจำ เพราะว่าปกติเขาก็อาศัยอยู่ใกล้ๆ น่าจะอาศัยอยู่ตามใต้ถุนบ้านซึ่งมีโพลงอยู่ ตัวนี้ยังถือว่าไม่ใหญ่เท่าใด เพราะยังมีตัวใหญ่กว่านี้อีก ปกติก็เห็นขึ้นมานอนอาบแดดบ่อยครั้ง 



"ผมเจอมันบ่อยเลยตั้งชื่อเล่นว่า ซีลีน่า เวลามันยืนจะสูงเท่ากับหน้าอกผมเลย ผมสูง 178 ซม. ลองคิดดูแล้วกัน ผมไม่กลัวมันหรอกนะ เพราะเห็นบ่อย แต่ถ้าให้เข้าใกล้ไม่เอาหรอก นอกจากตัวนี้ยังมีลูกตัวเล็กอีกหลายตัว อยู่ด้วยกันจนชินแล้ว แต่ก็ไม่ได้ใกล้ชิดอะไรขนาดนั้น ต่างคนต่างอยู่ แต่ไม่เคยไล่เขาไปไหน ในส่วนตรงนี้ที่เขามาเข้าบ้านเราถือว่าเอาโชคเอาลาภมาให้หรือเปล่านั้น คิดว่ามันไม่เกี่ยวกันนะ คือด้วยในปัจจุบันนี้มนุษย์ไปรุกรานที่อยู่อาศัยของพวกเขา ทำให้พวกเขาไม่มีที่ ที่จะอยู่ ก็คือถ้าเราจะต้องไปจำกัดเขาอีก การที่เขาไม่มีที่อยู่เขาก็น่าสงสารพอแล้ว เอาเป็นว่าเขาอยู่ก็อยู่ไป เราต่างคนต่างอยู่ไม่ทำร้ายซึ่งกันและกันก็พอไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกันก็พอแล้ว"





คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 39