อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563

คุก1ด./ปรับ1หมื่นมนุษย์กล้อง ถ่ายนาทีชีวิตแต่ไม่ช่วย

คอโซเชียลฯมีหนาว! ทนายเผยกฎหมายปราบคนแล้งน้ำใจ ความผิดฐานละเว้น ชี้ถ่ายคลิปหาไลค์‬ นาทีชีวิตของคนอื่น ช่วยได้แต่ไม่ช่วย คุก 1ด./ปรับ 1 หมื่น จันทร์ที่ 20 มิถุนายน 2559 เวลา 13.08 น.


หลายคนคงเคยแชร์คลิปวิดีโอที่เผยให้เห็นเหตุการณ์นาทีระทึกต่างๆ ทั้งที่ถูกบันทึกได้จากกล้องติดรถ วงจรปิดต่างๆ และที่สะดวกและง่ายที่สุด คือการบันทึกด้วยโทรศัพท์มือถือ หรือ “สมาร์ทโฟน” ซึ่งมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดวันที่ 20 มิ.ย. ทนายความเจ้าของแฟนเพจชื่อดัง “ทนายเพื่อนคุณ” กล่าวผ่าน “เดลินิวส์ออนไลน์” ด้วยว่า การถ่ายคลิปเพื่อเรียกยอดไลค์จากนาทีชีวิตของคนอื่น ทั้งที่ตัวเองช่วยได้ แต่กลับไม่ช่วยเลือกถ่ายคลิป จะมีความผิดฐานละเว้น ตามกฏหมายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 374 ระบุไว้ว่า “ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิต ซึ่งตนอาจช่วยได้ โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือชีวิตผู้อื่น แต่ไม่ช่วยตามความจำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือ ปรับ ไม่เกิน 1 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”

“ไม่ช่วยทั้งๆที่ตัวเองช่วยได้ แต่เจตนายังจะถ่ายคลิป อาจเข้าข่ายความผิดฐานละเว้น ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่มีผู้ประสบอันตรายถึงระดับชีวิต อย่างคนจมน้ำ อย่างน้อยผู้เห็นเหตุการณ์แม้จะรู้ตัวว่าว่ายน้ำไม่เป็น แต่ควรตะโกนร้องเรียก หรือวิ่งไปตามคนที่อยู่แถวนั้นให้มาช่วยเหลือ กฎหมายมีจุดประสงค์เพื่อให้มนุษย์ไม่นิ่งดูดาย อย่าละเลยในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ แน่นอนว่าการกระทำตามมาตรา 374 ไม่ใช่หน้าที่ตามกฎหมาย แต่ว่าด้วยจิตสำนึกที่ดีของวิญญูชน รวมถึงความมีน้ำใจและการมีมนุษยธรรมต่อเพื่อนร่วมโลก” ทนายความ กล่าว

ทนายความ ยังอธิบายต่ออีกว่า ถึงแม้ในภายหลังเขาจะรอดหรือไม่รอดชีวิตไม่สำคัญ แต่ในฐานะที่จะช่วยได้แล้วไม่ช่วย ผิดเต็มๆ แต่หากกรณีที่การช่วยเหลือ ต้องแลกชีวิตผู้ช่วยเหลือ ถึงแม้ไม่ช่วยก็ไม่ผิด ซึ่งเรื่องนี้ต้องดูที่สามัญสำนึกรายละเอียดเป็นกรณีๆไปว่าพยายามอย่างวิญญูชนทั่วๆไปหรือไม่ แต่สำหรับกรณีถ่ายคลิปเพื่อปกป้องตัวเอง หรือเป็นพยานหลักฐานต่างๆ ถ้าไม่ได้ไปละเมิดสิทธิใคร ในทางกฎหมายสามารถทำได้ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะผิดตามมาตราดังกล่าว แต่หากเจอเหตุการณ์ตามมาตรา 374 ป.อาญา และยังมัวถ่ายคลิปอยู่โดยไม่ช่วยผู้ประสบภัย จะผิดเต็มๆ แต่อย่างไรก็ตามกฎหมายดังกล่าว กำหนดไว้เพื่อปราบคนแล้งน้ำใจ

“สิ่งที่สังคมต้องช่วยดำเนินการในตอนนี้เป็นอันดับแรก ไม่ใช่การแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่อง เพราะปัญหาจะเกิดขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ ตามสภาพสังคมและการเวลา แต่ต้องพัฒนาตัวบุคลในสังคม พัฒนาตัวผู้ใช้กฎหมายให้มีความรู้และศีลธรรมควบคู่กันไป กฎหมายนั้นออกโดยคนในสังคมและผู้ใช้ก็คือคนในสังคม ดังนั้นถ้าคนในสังคมมีคุณภาพแล้ว กฎหมายและการใช้บังคับก็จะดีตามไปด้วยนั่นเอง และนี่ก็คือการแก้ไขปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นที่ต้นเหตุโดยแท้จริง” ทนายความ ระบุ.


ขอบคุณภาพ : ทนายเพื่อนคุณ
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    80%
  • ไม่เห็นด้วย
    20%

บอกต่อ : 61