อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562

'พ.ต.ท.'ขอบวชตลอดชีวิต เผยลาภยศเงินทองไม่จีรัง

เปิดใจ “พ.ต.ท.พนมไพร” ซึ้งรสพระธรรม เดินตามรอยพระพุทธองค์ ลาออกจากข้าราชการบวชตลอดชีวิต เผยดีกรีหน.นรต.รุ่น 47 สอบได้ที่ 1 เจ้าตัวชี้ลาภยศ-สรรเสริญ-เงินทองไม่จีรังยั่งยืน แม้ร่างกายก็ต้องผุพัง ระบุสิ่งที่ไม่แปรเปลี่ยนคือเพียรขัดเกลาจิตใจ จันทร์ที่ 3 ตุลาคม 2559 เวลา 16.05 น.


กระแสฮือฮาบนโลกออนไลน์ต่อกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยศ “พันตำรวจโท” รายหนึ่ง ที่ถูกส่งต่อกันอย่างกว้างขวาง โดยอ้างว่าเป็น หน.นรต.รุ่นที่ 47 และสอบเข้ามารับราชการตำรวจได้ที่ 1 ของรุ่น แต่ขณะนี้ขอลาออกจากราชการ มีผล 1 ต.ค.นี้ ละเกียรติยศ ลาภ และความสรรเสริญทั้งหมด เพื่อลาบวชตลอดชีวิต หันไปศึกษาพระธรรม และหลักพระพุทธศาสนาตามคำสอนของพระพุทธเจ้า จึงทำให้ผู้บังคับบัญชาและบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคน ร่วมถึงเพื่อนร่วมรุ่นแปลกใจต่อการตัดสินใจของ “พันตำรวจโท” คนดังกล่าวเป็นอย่างมาก
 
เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 3 ต.ค. เพื่อไขข้อข้องใจทั้งหมด “เดลินิวส์ออนไลน์” ได้รับการเปิดเผยจาก “พ.ต.ท.พนมไพร จักรภาส” รอง ผกก.ตม.จ.สมุทรสาคร ด้วยว่า เหตุที่ตนขอลาออกเพื่อละกิเลสจากทางโลก สืบเนื่องจากการได้ใกล้ชิดครูบาอารย์หลายท่านที่เคารพนับถือ และสนใจปฏิบัติสมาธิ ภาวนา สั่งสมอยู่ในใจมาตั้งแต่เด็กๆ เรื่อยมาตลอดจนมาเรียนเตรียมทหาร เข้า นรต.ก็ศึกษาปฏิบัติมาตลอดเท่าที่โอกาสจะอำนวย กระทั่งประมาณ 6-7 ปีที่ผ่านมา ได้ปฏิบัติเรียนรู้อย่างจริงจังกับครูอาจารย์ท่านผู้รู้แจ้งฯ หลายๆ ท่าน ผลเป็นที่น่าอัศจรรย์ เพราะหลักการดำเนิน ศีล สมาธิ ปัญญา จนรู้สึกว่า “จิตมันเปลี่ยนไป” ถูกขัดเกลาจนความทุกข์ไม่สามารถเข้าไปกระทบใจได้มากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดค้นพบว่าสิ่งที่มุ่งตามหามาทั้งชีวิต คือการเดินตามรอยพระพุทธองค์และพระอริยเจ้าทั้งหลาย

 
“เกิดมาเป็นมนุษย์ในชาตินี้ แม้แต่ลาภยศ และความสรรเสริญไม่ได้จีรังยังยืน เรื่องทั้งหมดเพียงแจ้งให้เพื่อนๆ ร่วมรุ่นได้ทราบ ว่าขอออกจากราชการก่อน early retire มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค.59 แต่ในวันนี้ก็ยังทำงานที่ค้างคาอยู่ให้เรียบร้อย ก่อนไปดูแลอุปการะบุพการีที่ จ.แพร่ และศึกษาปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา ชีวิตเราจะเหลืออีกเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ สุดท้ายจึงตั้งจิตเป็นสัจจะอธิษฐาน อายุครบ 45 ปี ซึ่งถือว่าอยู่มาเกินครึ่งชีวิตแล้ว ขอทำตามความมุ่งหวังสูงสุดของชีวิต ซึ่งวัยขนาดนี้กำลังดี ยังพอมีเรี่ยวแรงใช้ความเพียรขัดเกลาจิตใจได้ ทางพ่อแม่ก็ได้พูดคุยหารือท่านมาหลายปีแล้ว ท่านก็ไม่ขัดข้อง” รอง ผกก.ตม.จ.สมุทรสาคร กล่าวให้ฟัง
       
พ.ต.ท.พนมไพร ยังกล่าวต่ออีกว่า เรื่องของตนไม่ได้น่าสนใจแต่ประการใด ยังมีเรื่องราวของครูบาอาจารย์ท่านอื่นที่น่าสนใจกว่าและได้ทำคุณประโยชน์ต่างๆไว้มากมาย ด้านผู้บังคับบัญชาได้ไถ่ถามซ้ำหลายครั้ง ตนก็ยังคืนยันคำตอบว่า “ขอลาออก” ตนรู้สึกภูมิใจและดีใจมากที่ได้เป็นเพื่อนร่วมรุ่น นรต.47 มีโอกาสร่วมทุกข์ร่วมสุขอาบเหงื่อต่างน้ำมาด้วยกัน จนแยกย้ายออกมารับใช้ชาติ ตนชื่นชมและยินดีกับความสำเร็จ ความเจริญก้าวหน้าของเพื่อนๆ ทุกคนในวิถีชีวิตตำรวจ ตามที่แต่ละคนปรารถนา และขอยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาเรื่องงาน ทั้งยังมีความพอใจและมีความสุขดีในหน้าที่ราชการปัจจุบันด้วยซ้ำ แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งเกิดความสุกงอม ไม่วันนี้ก็วันหน้าที่จะต้องลาออก ผู้บังคับบัญชาจึงเข้าใจในความประสงค์ของตน
       
“ผมจะกลับไปอยู่ดูแลพ่อแม่ที่บ้านสักระยะก่อน เมื่อถึงเวลาก็จะละทางโลกตลอดไป ไปฝึกฝนทุ่มเทชำระจิตใจให้เห็นผลกับครูบาอาจารย์สายพระป่า พระปฏิบัติ ตามแนวทางที่ท่านทั้งหลายได้เคยดำเนินมา อย่าถามว่าไม่เสียดายสิ่งต่างๆหรือ ทั้งเงินทอง ลาภยศ พ่อแม่ พี่น้อง ลูกเมีย ฯลฯ และแม้กระทั่งร่างกายเราเอง สักวันก็ต้องจากไปทั้งหมด แต่สิ่งที่ทำไว้แล้วไม่แปรเปลี่ยนไปไหนคือ จิตที่ชำระขัดเกลาไว้ ด้วยบุญกุศล ถ้ายังต้องมาเกิดอีกก็จะมีคุณภาพจิตตามที่เราบำเพ็ญสั่งสมไว้” รอง ผกก.ตม.จ.สมุทรสาคร กล่าวทิ้งท้าย.

ขอบคุณภาพ : ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรสาคร


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%

บอกต่อ : 287