อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562

รถหายไม่ต้องจ่ายไฟแนนซ์ เรื่องจริงที่คนไทยไม่ค่อยรู้

ทนายดังไขข้อข้องใจ เรื่องจริงที่คนไทยไม่เคยรู้... รถหายไม่ต้องผ่อนไฟแนนซ์ หากเจอไฟแนนซ์ให้ผ่อนต่อ สามารถฟ้องร้องได้ทันที อังคารที่ 15 พฤศจิกายน 2559 เวลา 16.46 น.


จากกรณีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่คนไม่เคยรู้ หากเกิดเหตุการณ์รถหายแล้วไม่ต้องผ่อนรถต่อกับทางไฟแนนซ์ จนทำให้เกิดการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวออกไปวงกว้างทั่วสังคมออนไลน์นั้น 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 พ.ย. นายวิรัช หวังปิติพาณิชย์ ทนายความชื่อดังเจ้าของเพจ @tanaiwirat.com ทนายวิรัช ได้ไขข้อข้องใจดังกล่าวกับ “เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า ในสังคมไทยยังคงเมีความเข้าใจอยู่ว่า หากเกิดกรณีรถหายแล้วยังต้องผ่อนกับทางไฟแนนซ์ต่อนั้น จริง ๆ แล้วไม่ต้องผ่อนต่อแต่อย่างใด เนื่องจากในปัจจุบันจะมีสัญญาระบุไว้อยู่แล้ว ถึงเงื่อนไขการผ่อนรถจำนวนกี่ปี การจ่ายแต่ละงวดจะต้องจ่ายเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ แต่เมื่อเกิดเหตุทรัพย์สินที่เช่าซื้อสูญหายแล้ว สัญญาย่อมต้องระงับลง ทำให้ไม่ต้องผ่อนส่งอีกต่อไป แต่ก็ต้องไปแจ้งความเป็นหลักฐานหลังจากที่ทราบว่ารถหาย แล้วจึงนำใบแจ้งความไปยื่นให้ทางไฟแนนซ์ และบริษัทประกันภัย ทางบริษัทไฟแนนซ์จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันที่ทำไว้อยู่แล้ว ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเสียหายใดๆอีก



สำหรับเรื่องค่าเสียหาย ศาลฎีกาเคยวางบรรทัดฐานเอาไว้ว่า ถ้ารถที่ผู้บริโภคเช่าซื้อสูญหาย ต้องคำนวณว่ารถราคาเท่าใด ผู้เช่าซื้อจ่ายค่างวดมาแล้วเป็นเงินเท่าไหร่ บริษัทประกันได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ลิซซิ่งเป็นเงินเท่าไหร่ ซึ่งถ้ารวมกันแล้วเกินกว่าราคารถที่ซื้อมาจากผู้เช่าซื้อ ก็ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย แต่หากสัญญาเช่าซื้อมีข้อตกลงระบุให้บริษัทเรียกค่าเช่าซื้อที่ยังขาดอยู่ได้ แม้ว่าทรัพย์ที่เช่าซื้อจะสูญหายก็ตาม กรณีนี้ศาลจะเป็นผู้กำหนดให้ผู้เช่าซื้อชำระหรือไม่ก็ได้ ศาลก็จะกำหนดค่าเสียหายให้ตามสมควร แต่คงไม่ใช่ให้ชำระค่าเช่าซื้อจนครบสัญญา แต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้หากทางบริษัทไฟแนนซ์ยังคงยืนยันให้ผู้เช้าซื้อต้องชำระเงินต่อจนครบสัญญา แม้ว่ารถยนต์จะสูญหายไปแล้ว หรือที่เรียกกันว่าผ่อนกุญแจเปล่า ถือว่าเป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที..
..................................
ขอบคุณข้อมูลจาก @tanaiwirat.com ทนายวิรัช

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%

บอกต่อ : 288