อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

หัวอกแม่วอน!จำต้องทำแรง 'ลูกดื้อ-ติดเกม-บีบคอพี่สาว'

แม่ค้าขายพวงมาลัย แจ้งพบตำรวจ ชี้แจงคลิป "ใช้เชือกมัดเท้าตื้บลูก" ย้ำรักลูกทุกๆคนเท่ากัน แต่คนนี้ดื้อที่สุดจนเอือมระอา ขโมยเงิน ติดเกม แถมบีบคอพี่สาว ทุกข์ใจแทบไม่มีที่ยืนในสังคม วอนโซเชียลเข้าใจ เสาร์ที่ 18 มีนาคม 2560 เวลา 16.43 น.

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. นางด๊าซ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี แม่ค้าขายพวงมาลัยหน้าตลาดสดพิชัย หัวถนนท่าน้ำปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้เข้าให้ปากคำกับตำรวจ สภ.ปากเกร็ด หลังถูกโซเชียลถล่มแหลกว่าเป็นแม่ใจร้าย หลังปรากฏคลิปขณะใช้เชือกผูกมัดลูกชายวัย 12 ขวบ ก่อนจะใช้เท้าเหยียบที่ศีรษะ โดยมีนักสังคมสงเคราะห์เข้าร่วมรับฟังด้วย

นางด๊าซ เล่าว่า คืนนั้นตนนั่งขายพวงมาลัยอยู่ ลูกชายวัย 12 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้มาหาที่ร้าน ทั้งๆที่สั่งให้อยู่บ้านและห้ามหนีไปเล่นเกมอีก เพราะเขาชอบขโมยเงินไปเล่นเกมประจำ จากนั้นลูกสาวต่างบิดา ซึ่งเป็นพี่ของเขาก็ตามมาที่ร้าน พร้อมกับต่อว่าน้องชายที่หนีมา ทำให้ฝ่ายลูกชายโกรธจัดตรงเข้าไปบีบคอพี่สาวอย่างแรง ตนตกใจมากจึงปรี่เข้าไปจับแยกและใช้เชือกผูกมัดกับกรงรั้วเอาไว้ แต่ลูกชายตัวใหญ่ดิ้นแรงจึงใช้เท้าเหยียบไว้ที่ท้ายทอย ไม่คิดว่าจะมีคนถ่ายคลิปเผยแพร่



"เมื่อเช้านั่งขายพวงมาลัยอยู่มีคนมาบอกว่าหนูถูกประณามด่าทอต่อว่าในโลกออนไลน์ รู้สึกตกใจมากจึงรีบมาพบตำรวจเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ว่าน้องเขาเป็นลูกที่หนูรัก ไม่แพ้ลูกคนอื่นๆถึงแม้จะเป็นลูกติดจากสามีเก่า อยากกินอะไรอยากได้กิน อยากได้มือถือก็ซื้อให้ แต่กลับไม่ตั้งใจเรียน หนีโรงเรียนบ่อยครั้งจนสอบตก ทั้งๆที่จริงต้องขึ้นชั้น ป.6 ตามเพื่อนๆไปแล้ว เขาดื้อมากชอบขโมยเงินในกระป๋องที่ได้จากการขายพวงมาลัยครั้งละ 300-400 บาท หนีไปเล่นเกมจนเอือมระอา ตอนนี้สังคมประณามด่าทอจนหนูแทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว ยอมรับผิดที่ทำรุนแรงแบบนี้ แต่ก็ขอให้สังคมเห็นใจด้วยไม่ใช่มองแค่เพียงคลิปแป๊บเดียวก็ตีความเหมารวมทั้งหมด เชื่อว่าแม่ที่เจอลูกแบบนี้ต้องเข้าใจหัวอกว่ามันเจ็บช้ำเจ็บใจในความรู้สึกมาก" นางด๊าซ วอนเห็นใจ.



ข่าวที่เกี่ยวข้อง...
มอบตัวแล้ว'แม่'ตื้บหัว'ลูกในไส้' เด็กเตลิด-ผู้ว่าฯลุยช่วย



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    95%
  • ไม่เห็นด้วย
    5%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 22.48K